มาแนววิชาการกันอีกแล้วครับ ที่คิดจะเขียนเรื่องนี้เพราะผมพึ่งจะเป็นหวัดครับ

 

 

ก็ยังไม่ถึงกับเป็นหวัดเต็มร้อยซักทีเดียว แค่เริ่มมีอาการครั่นเนิ้อครั่นตัว ปวดหัวตัวร้อน กลัวหนาว ตามสไตล์โรคหวัด เราต้องถือหลักตัดไฟแต่ต้นลมครับ รอให้เป็นมากๆก็รักษายาก เนื่องจากว่ามาเรียนหมอ อนาคตก็อยากจะเป็นหมอ ถ้าคนเป็นหมอไม่รักษาสุขภาพ หรือว่ารักษาโรคภัยไข้เจ็บให้ตัวเองไม่ได้ คนไข้ที่ไหนจะมาเชื่อ เพราะฉะนั้นขั้นต้นผมก็เลยต้องพยายามที่จะรักษาตัวเองให้หายจากโรคที่พบบ่อยๆ ได้เสียก่อน

 

 

วันนี้เราเลยมาว่ากันด้วยโรคยอดฮิตอีกโรคนึงครับ  โรคหวัด โดยผมจะแนะนำวิธีการรักษาด้วยการขูดแบบจีนที่เรียกกันว่า กวาซา (刮痧)

 

 

กวาซาเป็นวิธีการรักษาตั้งแต่โบราณของจีน ทุกวันนี้ก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่คนทั่วไป เพราะทำง่าย ได้ผล และปลอดภัย การขูดนั้นจะใช้วัสดุอันนึงซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์อะไรมากำหนดมาก มีการใช้ตั้งแต่เหรียญสตางค์ ช้อนกินข้าว อาจารย์ผมตอนแสดงให้ดูใช้ไม้ครึ่งวงกลมครับ (ที่ใช้วัดมุมสมัยเรียนคณิตศาสตร์นั่นแหละ) แต่ถ้าจะให้ดูเป็นมาตราฐานหน่อยน่าจะเป็นการใช้เขาควาย (ผมใช้อันนี้เพราะที่จีนมีขาย) แม้กระทั่งครั้งหนึ่งผมเคยเห็นหมอคนนึงใช้หินหยกมาทำเป็นที่ขูด (เขาว่าขอยืมพลังธรรมชาติจากหิน อืม นานาจิตตังครับ) ในที่นี้ผมขอแนะนำให้เพื่อนใช้ช้อนซดน้ำแกงบ้านเราครับ หาง่าย สะดวก จับถนัดมือ วิธีการจับก็ตามรูปนะครับ

 

 

 

 

 

 

หลักของกวาซาคือ การใช้เครื่องมืออันนึง ขูดตามร่างกาย เพื่อทำให้เส้นเลือดฝอยใต้ผิวหนังแตก รูขุมขนเปิดขยาย เปิดทางให้เชื้อโรคหรือสาเหตุของโรคออกจากร่างกายเรา ฟังดูน่ากลัวนะครับ เส้นเลือดฝอยแตกเลยเหรอ เป็นไรไหมเนี่ย

 

 

เส้นเลือดฝอยตามร่างกายทั่วไปแตกเนี่ยไม่มีปัญหาหรอกครับ เพราะร่างกายเรามีระบบทำให้เลือดแข็งตัวอยู่แล้ว หกล้มเข่าถลอกเลือดไหล ก็เส้นเลือดฝอยแตกทั้งนั้น แต่อย่าให้เส้นเลือดฝอยในสมองแตกละกัน อันนั้นเนี่ยเป็นอัมพาตเลยครับ

 

 

เมื่อขูดเสร็จ ถ้าคุณเป็นคนแข็งแรงไม่เป็นโรคอะไร ร่องรอยแดงๆตามผิวหนังก็จะหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ในทางกลับกัน ถ้าคุณเป็นโรคอะไรอยู่ รอยแดงตามผิวหนังก็จะอยู่นานหน่อย ซึ่งบางครั้งสีของรอยตามผิวหนังก็จะเข้มบ้าง บางคนเป็นโรครุนแรงอาจจะเป็นสีม่วงช้ำเลย ก็อย่าตกอกตกใจไปครับ ยังไงรอยมันก็หายได้

 

 

ขอนอกเรื่องนิดนึง คือมีหนังเรื่องนึงเมื่อนานมาแล้ว (คล้ายว่าจะเป็นเรื่องจริงด้วย)สะท้อนเรื่องความตกอกตกใจจากรอยแดงเนี่ยแหละ จนถึงกับต้องขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลย เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ครอบครัวจีนครอบครัวนึงอพยพไปอยู่อเมริกา วันนึงลูกไม่สบาย พ่อก็เลยใช้กวาซาขูดรักษาให้ ผลปรากฏว่าโดนฟ้องร้องว่า ทำร้ายร่างกายเด็ก เป็นงั้นไป ไม่เคยดูเหมือนกันครับเลยไม่รู้ว่าผลสุดท้ายเป็นยังไง

 

 

กลับมาเรื่องของเราต่อครับ ก็อย่างที่บอกไว้ว่าขูดเพื่อเปิดรูขุมขน หาทางออกให้กับโรค (ตามทางแพทย์จีนนะครับ) โรคหวัดก็เช่นกันครับ เราก็จะขูดกันตรงจุดนี้แหละ

 

 

จู่ๆให้เอาช้อนมาขูดเลยคงไม่ได้ มันไม่ลื่นพอครับ เดี๋ยวหนังถลอกปอกเปิดหมด ต้องหาอะไรมาหล่อลื่นซักหน่อย อันนี้ก็ตามสะดวกอีกเหมือนกันครับ แล้วแต่คนชอบ ผมจะใช้พวกครีมทาผิวราคาถูกที่เหลือใช้แล้ว เพื่อนผมที่เป็นผู้หญิงใช้เม็ดวิตามินอี นัยว่าบำรุงผิวไปในตัว อาจารย์ผมใช้น้ำเปล่า (นึกภาพออกไหมครับว่าน่าทึ่งขนาดไหนกับการใช้ไม้ครึ่งวงกลมและน้ำเปล่ารักษาโรคเนี่ย) อาอี๊คนนึงแกใช้น้ำมันพืชที่ทำกับข้าวครับ (อันนี้ฟังจบผมส่ายหัวเลยครับ) เบบี้ออยล์ก็ใช้ได้นะครับ

 

 

ก่อนขูดก็ทาครีมเล็กน้อย จับช้อนให้ถนัดมือ พื้นผิวของช้อนที่จะใช้สัมผัสผิวหนังก็คือบริเวณส่วนสันเว้าของช้อนที่นิ้วด้านซ้ายผมชี้อยู่

 

 

 

ดูตามรูปประกอบไปนะครับว่าขูดตรงไหนบ้าง

 

 

เริ่มจากเส้นตรงกลาง ขูดจากเส้นต้นคอลงมาถึงกระดูกต้นคอข้อที่เจ็ดที่ยื่นนูนออกมาที่สุดเป็นแนวตรง (พอขูดถึงตรงนั้นจะรู้สึกเจ็บเพราะโดนกระดูก) ขูดจากบนลงล่างนับหนึ่ง ย้ำนะครับว่าบนลงล่าง พอขึ้นครั้งที่สอง ก็ขูดจากบนลงล่างอีก ไม่มีการวิ่งย้อนศรขูดจากล่างขึ้นบนนะครับ ทำทั้งหมด30 เที่ยว จากนั้นก็วกมาที่เส้นต้นคอด้านซ้ายจนถึงสุดไหล่ซ้าย จากบนลงล่างอีกเหมือนกัน 30 เที่ยวครับ แล้วก็มาถึงเส้นต้นคอด้านขวาจนถึงสุดไหล่ขวา 30 เที่ยว

 

 

ข้อสำคัญของการขูดเนี่ย คือ ต้องสม่ำเสมอ ไม่เร็วไม่ช้า แรงที่ใช้อย่าให้เจ็บจนร้องจ๊าก แต่ก็อย่าเบาจนไม่รู้สึกเจ็บ ขูดได้ทุกวันครับ วันละครั้ง แต่ถ้าผิวหนังถลอกก็หยุดขูดก่อนนะครับ

ข้อควรระวัง คือ ขณะที่ขูดอยู่นั้นให้อยู่ในที่ๆไม่มีลม ไม่หนาว ปิดพัดลม ปิดแอร์ให้หมดครับ และเมื่อขูดเสร็จแล้วก็ห้ามไปตากลมตากแอร์ หาอะไรคลุมๆส่วนที่ถูกขูดไว้ เพราะว่าเมื่อครู่เราพึ่งขยายรูขุมขนเอาโรคออกมาเอง แต่ไอ้รูขุมขนที่ขยายนี่แหละที่สามารถนำโรคกลับเข้าสู่ร่างกายได้ใหม่ รอสัก15-20 นาทีละกันนะครับ แล้วจะไปไหนค่อยไป เป็นอันเสร็จเรียบร้อย รักษาโรคหวัดด้วยการกวาซา ง่ายไหมครับ นอกจากนี้ วิธีการนี้ยังสามารถลดไข้ได้ด้วยนะครับ

 

 

ครั้งแรกผมใช้วิธีนี้รักษาคนในบ้าน เขาเป็นหวัดทีจะเป็นๆเดือนเลยครับ แต่พอผมขูดให้ก็หายภายในสามสี่วันเท่านั้นเอง ส่วนตัวผมที่พึ่งขูดไป ก็หายภายในสองวันครับ ผลเป็นที่น่าประทับใจมากเลยนำมาเขียนแบ่งปันทุกคน ลองนำไปใช้ดูนะครับ แล้วถ้าเกิดรอยแดงขึ้นก็อย่ามาฟ้องร้องผมเลยครับ

 

 

 

ปล. ตอบคำถามคุณหวานนะครับ วิธีนี้สามารถใช้กับตัวเองได้ครับ ผมเองก็เอื้อมมือไปข้างหลังขูดเอา ส่วนที่ถามว่าต้องถอดเสื้อไหม ก็คงจะต้องถอดแหละครับ ทำให้ตัวเองในห้องคนเดียวก็ได้

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

หุหุ เดี๋ยวไปทามแหละครับ อิอิ
สวัสดีเดือนใหม่นะครับ

#1 By PiGgOLuTiOn on 2006-06-01 20:41

น่าทึ่งจริงๆเลยนะคะ เดี๋ยวจะขอไปลองทำมั่งค่ะ

#2 By Nat-NaN εїз นัดนัน on 2006-06-01 21:00

โอ้วววว มีประโญชน์มาก เพระาผมเป็นหวัดบ่อยๆ

ขอ add fav เลยละกันครับ คุณหมอ

#3 By ฟิวส์ on 2006-06-01 21:14

เป็นกำลังใจให้เขียนได้เยอะๆนะคะ

#4 By คนดี (202.5.82.39) on 2006-06-01 21:45

ขอบคุณค่า เป็นหวัดบ่อยจะเอาไปลองคะ
พึ่งเคยได้ยินนะคะ

#5 By คิดถึง on 2006-06-01 22:59

เป็นความรู้ใหม่ที่น่าตื่นเต้นมากค่ะ
เขียนอีกบ่อยๆนะคะ...มีประโยชน์มากมาย

#6 By ยายแม่บ้าน on 2006-06-02 09:01

โอ้วววว... น่าตื่นเต้นมาก
ตอนนี้กำลังเป็นหวัดงอมเลยค่ะ
อยากขูดมั่งจัง แต่ดูแล้วจากตำแหน่งที่ขูด คงต้องให้ใครมาขูดให้
แล้วก็คงต้องถอดเสื้อด้วยใช่ปะ

เอาไงดีละทีนี้

#7 By namwarn on 2006-06-02 09:28

ไว้กลับมาแล้ว ขูดให้ด้วย

ตอนนี้ไม่สบายอยู่

#8 By chim on 2006-06-03 12:44

ก็ขูดเองสิวะชิม ก็บอกแล้วว่าขูดเองได้

ทำอ้อนไปได้ กูไม่อยากเห็นมึงแก้ผ้าเท่าไรหรอก
เออ หายแล้วเว้ย ไม่ต้องมาขูดแล้ว

โศลก ที่ว่าไว้ เหมือนเคยได้ยินมาเหมือนกัน

แต่การที่จริงๆแล้วมันไม่มีอะไรเลย จะได้ไม่มีอะไรมาเกาะ
เราว่ามันเป็นธรรมขั้นลึกเกินไป ที่จะนำมาปฏิบัติได้
เหมือนเป็นจุดสูงสุด ของธรรม
และหากเป็นฆราวาสด้วยแล้ว ขั้นนั้นยากมากที่จะไปถึง
แต่ก็ให้ (กู) ได้คิดดี

หึหึ

#10 By chim on 2006-06-05 01:12

ทำไมยังเป็น entry เดิมอะ

#11 By namwarn on 2006-06-08 11:34

#12 By (203.156.147.154) on 2006-10-13 22:46

นอกจากจะรักษาโรคหวัดได้ แล้วรักษาโรคอื่นได้ด้วยไหมค่ะ

#13 By คิดดี (58.8.58.254) on 2006-11-20 08:07

สวัสดีปีใหม่ล่วงหน้าค่ะ
ไม่ทราบว่าการกวาซามีสอนที่ไหนบ้างค่ะ

#14 By Natt(my108_solution@hotmail.com) (125.24.148.73) on 2006-12-22 11:39

เคยเห็นในหนังเกาหลีเน้..open-mounthed smile

#15 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-10-22 00:53

จะลองดูกะลังเป็นหวัดเลย อิอิ
แหล่มเลย

#16 By Aor (202.149.24.129) on 2008-11-18 10:31

เป็นหวัดมาครึ่งเดือนแล้วยังไม่หายเลยอ่ะ
ไอแล้วก็มีเสมหะ จะลองไปทำดูค่ะ
แต่ดูถ้าจะลำบากน่าดูตอนขูด (ทำเอง แขนมันไม่ค่อยถึง) อิอิ เคยลองฝังเข็มแก้เจ็บคอแล้ว หายค่ะ
ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้

#17 By แอน (58.10.128.103) on 2009-01-17 09:26

บังเอิญผ่านเข้ามา ได้อ่านเรื่องของคุณแล้วชอบจัง
กลับมาเป็นหมอที่เมืองไทยเมื่อไร โพสบอกด้วยนะครับ
จะตามไปรักษา

#18 By เอ (125.24.210.45) on 2009-01-19 12:23

ขอบคุณมากครับ

#19 By preor (124.120.85.66) on 2009-06-27 17:07

เรียนถามคุณหมอฯครับ

วิธีนี้รักษาโรคหวัดได้ทุกแบบเลยหรือครับ

เท่าที่ผมทราบมาโรคหวัดที่มาจากเชื้อไวรัสจะหายเองได้ในที่สุด
แต่หวัดที่มาจากเชื้อพวกแบคทีเรีย ส่วนใหญ่ไม่หายเอง ต้องได้ยาพวกปฏิชีวนะ ซึ่งยานี้ก็อาจมีส่วนทำให้ร่างกายเราดื้อยาได้ ถ้า่ทานไม่หมด/ไม่ครบ หรือไม่ก็อาจทำให้แพ้ยาได้ ซึ่งผมไม่ค่อยชอบยาแผนปัจจุบันพวกนี้เท่าไหร่เลยครับ

เลยอยากเรียนถามว่าแพทย์แผนจีนรักษาหวัดแบบนี้ได้ใช่ไหมครับ ? หรือว่าใช้วิธี กวาซา ก็ได้ผลครับ ?

ขอบคุณครับ

#20 By Sun (114.128.165.19) on 2009-10-17 14:08

#20 หวัดแบบไหนก็ใช้ได้ทั้งนั้นครับ ยกเว้นคนไข้ร่างกายอ่อนแอมากๆก็ไม่ค่อยน่าทำเท่าไร