หนาวนี้จะผ่านอย่างไร
posted on 13 Dec 2006 18:40 by aunlamun in etcกับคนเมืองร้อนอย่างเราๆ อุณหภูมิสิบองศาก็เกินทนทานแล้ว แต่อุณหภูมิที่จีนนี้ก็ยังก้มหน้าก้มตาลดลงไปเรื่อยๆ
เมืองจีนเขาแบ่งประเทศออกเป็นสองส่วนหลักๆคือ เหนือและใต้ โดยใช้แม่น้ำแยงซีเกียงเป็นเส้นแบ่ง ทางเหนือของแม่น้ำก็เรียกตัวเองเป็นคนเมืองเหนือ ทางใต้ของแม่น้ำก็เรียกตัวเองว่า คนทางใต้ครับ
รัฐบาลก็ใช้การแบ่งเขตโดยแม่น้ำแยงซีเกียงเนี่ยแหละ มากำหนดการติดตั้งฮีตเตอร์ (เครื่องทำความร้อน) ในอาคาร คือ ทางเหนือเขาถือว่าหนาวกว่า เลยได้ติดตั้งฮีตเตอร์ (เป็นเหล็กขดไปมาติดอยู่ตามกำแพง เคยเห็นในอังกฤษ)
ส่วนทางใต้ถือว่าหนาวน้อย ก็ตามเวรตามกรรมไปละกัน มีเงินก็ติดฮีตเตอร์แบบแอร์คอนดิชั่นหรือยังไงก็แล้วแต่ แต่ว
เพราะฉะนั้นคนทางเหนืองมาเที่ยวใต้ตอนหน้าหนาวถึงได้บอกว่า ทางใต้หนาวกว่าทางเหนืออีก
เอาละ ในเมื่อรัฐบาลไม่เหลียวแลพวกเรา ผมก็เลยต้องหามาตราการกอบโกยความอบอุ่นเข้าตัวครับ เลยเอารูปมาให้ดูว่าผมใช้อะไรบ้างกว่าจะผ่านหน้าหนาวอันโหดร้ายไปได้
อันแรกก่อนเลยครับ "ถุงน้ำร้อนไฟฟ้า" (กรุณาทำเสียงเหมือนตอนที่โดเรมอนควักของออกมาให้โนบิตะใช้จะได้อารมณ์มากครับ)ข้างในไม่มีน้ำครับ แต่แบบมีน้ำอยู่ข้างในก็มีขายนะครับ เป็นก้อนแข็งๆ เสียบปลั๊กทิ้งไว้ 5นาที มันจะร้อนไปได้ประมาณชม.นึง เอามาถือให้มืออุ่นๆไว้ สนนราคา 150 บาทเท่านั้น

อันที่สองนี่จำเป็นมากสำหรับการนอนครับ "เสื่อความร้อนไฟฟ้า" เสียบปลั๊กทิ้งไว้ สักพักมันก็จะพาเราเข้าสู่นิทราฝันอันอบอุ่น และไม่อยากจะลุกออกจากที่นอนตอนเช้าเลย ราคามีให้เลือกมากมาย แต่ไม่กล้าซื้อถูกเกินไป กลัวตัวจะไหม้จากไฟชอตแทนที่จะอุ่นเฉยๆ

ส่วนอันที่สามและสี่เนี่ยก็คือเสื้อและถุงมือครับผมไปหาซื้อมาจากร้านขายอุปกรณ์เล่นสกีครับ แต่ผมเอามาใช้ขี่จักรยานไปเรียนตอนเช้า ใช้ดีจัดกันทั้งลม ทั้งฝน โดยเฉพาะถุงมือนี่มีทีเด็ด เห็นเหมือนมีแป๊กติดอยู่ที่กลางถุงมือใช่ไหมครับ เขาเรียกว่าระบบ self heat system

ตอนแรกผมก็คิดว่า โห ถุงมือคู่นี้ทำความร้อนให้มือเราในตัวโดยอัตโนมัติ นี่วิทยาการมันก้าวไกลขนาดนี้แล้วเหรอวะเนี่ย พออ่านคู่มือถึงได้เข้าใจว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนเนี่ยมันเป็นอย่างไร แต่ก็ต้องขอชมคนคิดนะครับว่าเจ๋ง
วิธีการเพิ่มความร้อนก็คือ เปิดแป๊กที่ติดออก แล้วก็พ่นลมจากปากเราเนี่ยเข้าไปซะ หลักการก็มีอยู่ว่าอุณหภูมิร่างกายคนเราอยู่ที่ราวๆ 36.5 องศา เพราะฉะนั้นลมที่ออกมาจากปากเราจึงมีอุณหภูมิสูงเช่นกัน หลักการเดียวกับที่เราเป่ามือเวลาหนาว เนี่ยแหละครับ self heat system แบบพึ่งตัวเอง

สุดท้ายก็คือ หมวกเด็กแร็พครับ เท่ได้โดยไม่ต้องโดนคนประณาม (เพราะใส่ที่ไทยคงมีคนค่อนขอดว่าร้อนจะตายอ่าแล้วยังใส่อีก)ใส่แล้วเหงื่อไม่ท่วมหัวเหมือนเมืองไทยด้วย ถึงจะเป็นหมอก็ขอแร็พด้วยคน อิอิ แต่จริงๆแล้ว ถ้าเรามาพูดกันตามหลักหยินหยางเนี่ย การสวมหมวกนี่ถือว่าเป็นสุดยอดของการป้องกันความหนาวเลยนะครับ และสำคัญมากด้วยในการป้องกันร่างกายจากโรคภัยไข้เจ็บ

หลักก็มีอยู่ว่าเส้นลมปราณหลักในร่างกายคนเรานั้นแบ่งเป็นหยินและหยางครับ โดยเส้นลมปราณหยางที่มือสามเส้น และเส้นลมปราณหยางที่เท้าสามเส้นนั้น จะไปเชื่อมรับกันรวมเป็นหกหยางที่ศีรษะของเรา
เพราะฉะนั้นเมื่อพลังหยางไม่กระจายออกไปทางศีรษะ ความร้อนก็จะอยู่ในร่างกายช่วยให้เราอบอุ่นครับ
ส่วนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บนี่ ก็คือว่า ถ้าเกิดความหนาวพัดหัวเราบ่อยๆ พลังความเย็นจะแทรกซึมเข้ามาทางศีรษะ เลือดลมเดินไม่สะดวก ทำให้เกิดปวดหัวเรื้อรังได้ เพราะฉะนั้นหลังสระผมเสร็จใหม่ๆ หัวเปียกๆ อย่าไปตากลม ไม่งั้นอายุมากเข้าได้มาให้ผมเอาเข็มฝังหัวแก้ปวดแน่ๆ
สุดท้ายก็ขอขอบคุณความอบอุ่นทางใจที่เธอคนนั้นมีให้เสมอมา วิ้ดวิ้ววววว

เศร้าจิต บ้านเราไม่มีหน้าหนาว
) และบางทีจะเป็นเรื่องที่บ่นๆ ซะละมากกว่า จะมีแค่น้องที่สนิทมากๆ เพียงบางคนเท่านั้นที่รู้ แต่จริงๆ แล้วไม่ได้ปิดอะไรนะคะ เพียงแต่กลัวคนจะรำคาญหงส์ซะมากกว่าอ่ะค่ะ แหะๆ ขอบคุณที่แวะทักทายนะคะ และยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
#1 By ฟิวส์ on 2006-12-13 18:54