อย่างที่บอกในเอนทรี่ที่แล้วนะครับว่า การจะทำให้ลมปราณเดินทั่วร่างกายได้อย่างปกตินั้นอาศัยพลังของตับเป็นหลัก เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดอารมณ์ที่แปรปรวนหรือไม่สบอารมณ์ขึ้น จะทำให้ลมปราณเดินไม่สะดวก ส่งผลโดยตรงถึงตับ ทำให้เกิดโรคขึ้นมา งั้นเรามาดูกันว่าเมื่อเป็นเช่นนี้จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของเราบ้างนะครับ

 

อย่างแรกก็คืออาการของโรคที่เกี่ยวข้องกับอวัยวะตับโดยตรง

 

เมื่อไม่สบอารมณ์แรกสุดเลยที่จะเกิดคือ 1. ลมปราณตับติดขัด ลมปราณเดินไม่สะดวก (肝气郁结) จะมีอาการ เจ็บสีข้าง แถวราวนม แน่นหน้าอก (เพราะเส้นลมปราณตับนั้นวิ่งผ่านราวนมทั้งสองข้าง) หงุดหงิดง่าย โกรธง่าย ชอบถอนหายใจ ประจำเดือนมาไม่ปกติ ปวดประจำเดือน เป็นต้น ต่อไปผมจะขอเรียกกลุ่มอาการนี้ว่ากลุ่มอาการพื้นฐานที่จะเกิดในโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะตับนะครับ นอกจากนี้ลมปราณตับติดขัดยังเป็นปัจจัยสำคัญที่มักทำให้โรคอื่นๆที่มีอยู่แต่เดิมกำเริบขึ้นอีกด้วย

 

เมื่อลมปราณตับติดขัดนานและไม่ได้รับการรักษาแล้วนั้น จะเริ่มเกิดไฟตับขึ้น ขั้นนี้เรียกว่า 2.ไฟตับเผาผลาญขึ้นบน (肝火上炎) จะมีกลุ่มอาการพื้นฐานตับที่ได้กล่าวมาแล้ว เพิ่มอาการหน้าแดง ตาแดง ปากขมหิวน้ำ ปวดหัวมึนหัว หูอื้อ (เคยไหมครับโกรธจนหูอื้อ) โกรธง่ายกว่าเดิม ขี้หงุดหงิด นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ฝันเยอะ ท้องผูก เป็นต้น

 

เมื่อไฟ (หยาง) ตับติดขึ้นมาแล้ว ทีนี้ก็จะเริ่มเผาผลาญพลังกลุ่มหยินไป อธิบายให้เห็นภาพก็คือ เหมือนเราตั้งไฟเริ่มต้มเคี่ยวของเหลว ของเหลวในที่นี้ก็คือเลือดครับ เคยต้มน้ำกันใช่ไหมครับ พอเราต้มไปเรื่อยๆน้ำก็จะระเหยหายไปหมด นี่คืออาการถัดไปครับ 3. เลือดตับไม่พอ (肝血虚) ก็จะมีกลุ่มอาการพื้นฐานตับ เพิ่มอาการตาแห้ง ตามองไม่ค่อยชัด ตามองไม่ค่อยเห็นยามกลางคืน นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ฝันเยอะ ความจำสั้น เวียนหัว หน้ามืดตาลาย อาการเลือดไม่พอที่เห็นได้ชัดจากภายนอก คือ หน้าซีดไม่มีสีเลือด ริมฝีปาก เล็บซีด ในผู้หญิงจะชัดหน่อยตรงที่ประจำเดือนมาน้อย มาช้า สีจาง เป็นต้น

 

โดยปกติหยินและหยางนั้นจะเสมอกัน คอยข่มกันเพื่อรักษาความสมดุลย์ไว้ เมื่อหยินที่ตับไม่พอ หยินที่ไตก็จะพร่องตามไปด้วย (เพราะที่สุดของหยินและหยางในร่างกายรวมอยู่ที่ไต) หยินไม่สามารถข่มหยางได้อีกต่อไป หยางที่ตับก็จะเริ่มอาละวาดครับ เราเรียกว่า 4. พลังตับหยางขึ้นบน (肝阳上亢) ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงส่วนใหญ่จะจัดอยู่ในจำพวกนี้ครับ จะมีกลุ่มอาการพื้นฐานตับ ลักษณะอาการคล้ายไฟตับขึ้นบน แต่อาการจะหนักกว่า และเพิ่มอาการหยินที่ไตไม่พอ (โรคความดันสูงไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป) คือ เมื่อยเอวเมื่อยเข่า ขาไม่มีแรง ช่วงบ่ายตัวจะร้อนๆ โหนกแก้มจะแดง ตอนนอนหลับเหงื่อจะออก ตื่นมาเหงื่อก็จะหยุดเอง (ประมาณว่าหลับตื่นมาแล้วตัวโชกเหงื่อ) เป็นต้น

 

ถ้ายังไม่ได้รักษา ปล่อยให้มาจนถึงขั้นนี้ได้ก็อันตรายมากแล้วครับ เพราะเมื่อพลังตับหยางขึ้นบนมากเข้า ก็จะเริ่มเกิดลม (หลักเดียวกับบอลลูนที่จุดไฟ แล้วจะมีการไล่อากาศเกิดขึ้น ทำให้บอลลูนลอยได้ เพราะลักษณะของหยางคือร้อน) เราเรียกว่า 5. ลมตับภายในเคลื่อนไหว (肝风内动) อาการที่จะเกิดขึ้นคือ อัมพฤกษ์ อัมพาตครับ กล่าวคือ จู่ๆก็หมดสติ สลบไป หรืออาจจะไม่สลบก็ได้ แต่ที่สำคัญคือ แขนขาครึ่งลำตัวชา ไม่สามารถบังคับได้ ปากตาเบี้ยว พูดจาไม่ชัด เป็นต้น

 

ที่กล่าวมาข้างบนห้าข้อนี้คืออาการที่เกิดขึ้นกับอวัยวะตับเพียงอย่างเดียว (อาการเหล่านี้ยังไม่ได้ครอบคลุมโรคที่เกิดขึ้นกับตับทั้งหมด เป็นเพียงเส้นทางหลักที่อารมณ์แปรปรวนจะพัฒนามาได้) แต่จากหลักโหงวเฮ้งแล้วก็ทำให้เพื่อนๆรู้ว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งนั้นสามารถลามถึงกันได้ งั้นอาการผิดปกติที่ตับสามารถลามไปถึงอวัยวะอื่นได้ยังไงบ้าง เรามาดูกันครับ

 

.

 

 

 

 

(จากเอนทรี่ที่แล้ว) "ลักษณะของธาตุทั้งห้านี้จะมีความสัมพันธ์ที่แน่นอน คือ การสร้างและการข่ม ตามรูปเส้นสีฟ้าคือการสร้าง ส่วนเส้นสีแดงคือการข่ม โดยวงกลมสีฟ้าแทนไม้หรือตับ สีแดงแทนไฟหรือหัวใจ สีทองแทนดินหรือม้าม สีขาวแทนทองหรือปอด และสีดำแทนน้ำหรือไต ยกตัวอย่างเช่น ตับเป็นผู้สร้างหัวใจ ขณะเดียวกันก็คอยข่มม้ามไว้ นี่คือสภาพปกติในร่างกายคนที่แข็งแรง"

.

 

ตับกับม้าม ม้ามของแพทย์จีนไม่ควรเรียกเป็นอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง แต่ควรบอกว่าเป็นระบบการย่อยอาหารทั้งระบบ ทั้งการย่อย การดูดซึม และส่งสารอาหารไปเลี้ยงทั่วทั้งร่างกายล้วนเป็นหน้าที่ของม้ามทั้งสิ้น ในหลักโหงวเฮ้ง ตับคอยข่มม้ามอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเมื่อตับเกิดโรคขึ้น อวัยวะแรกสุดที่จะโดนลามไปถึงก็คือม้ามนี่เอง อาการสังเกตได้ง่ายมากครับ เวลาเพื่อนๆไม่สบอารมณ์ยังอยากกินอะไรไหมครับ (เอ่อ เพื่อนๆอาจจะเถียงว่า ฉันยิ่งเครียดยิ่งกิน แต่ผมว่าน่าจะเป็นคนส่วนน้อยนะครับที่เป็นแบบนี้) เคยไหมครับที่เครียดจนปวดท้อง ท้องเสีย หรืออาจถึงขั้นไม่มีแรง ซังกะตาย ไม่อยากพูด อาการเหล่านี้ล้วนแล้วมาจากอารมณ์แปรปรวนลามไปถึงม้ามทั้งสิ้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดอารมณ์แปรปรวนมากขึ้น

 

ตับกับหัวใจ ในหลักโหงวเฮ้งตับนั้นให้กำเนิดหัวใจ เนื่องด้วยทั้งสองอวัยวะต่างก็มีหน้าที่ควบคุมในส่วนของความคิดความอ่าน ระบบประสาท เพราะฉะนั้นอาการที่เกิดขึ้นก็จะเป็นพวกนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย อีกทั้งการใช้ความคิดมากๆจะทำให้เลือดของหัวใจพร่องลง จะเกิดอาการใจสั่น ใจเต้นเร็ว ขึ้นอีกด้วย

 

ตับกับปอด เนื่องด้วยปอดเป็นตัวกำหนดลมปราณ ส่วนตับเป็นตัวคุมลมปราณให้เดินสะดวก เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดโรคกับตับ ปอดก็จะเกิดโรคตามไปด้วย ในหลักโหงวเฮ้งก็คือ พลังตับข่มกลับพลังปอด จะมีอาการเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ หอบหืด เกิดขึ้น

 

ส่วนตับกับไตได้อธิบายถึงไปแล้วตอน พลังหยินของไตและตับพร่อง เลือดตับไม่พอ (肝血虚)

 

เป็นไงครับ เพื่อนๆเคยคิดกันบ้างไหมว่าแค่เราไม่สบอารมณ์แค่นี้สามารถทำให้เราเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาตกันได้ และจากกลุ่มอาการพื้นฐานของตับเราจะเห็นว่าอารมณ์แปรปรวนทำให้เราหงุดหงิดง่าย โกรธง่าย ซึ่งมันจะยิ่งทำให้อารมณ์แปรปรวนหนักเข้าไปอีก กลายเป็นวงจรอุบาทว์ไป

 

 

แพทย์จีนนั้นสามารถรักษาอาการที่เกิดขึ้นจากอารมณ์แปรปรวนได้ แต่ถ้าจะรักษาให้ถึงต้นตอของการเกิดโรคแล้วนั้นต้องเริ่มจากตัวเองครับ ยิ่งตัวเองรักษาสภาพอารมณ์ดีเท่าไร ก็ยิ่งห่างไกลจากโรคทั้งปวงมากเท่านั้น ในที่นี้ผมไม่ได้บอกว่าการเก็บกดอารมณ์ไว้เป็นสิ่งที่ถูกนะครับ เพราะนั่นก็ถือเป็นหนึ่งในอารมณ์แปรปรวน นานเข้าจะกลายเป็นโรคเก็บกดไปแทน การจัดการกับอารมณ์เป็นเรื่องที่สอนกันไม่ค่อยได้ คงได้แต่แนะนำพุทธศาสนาให้เพื่อนๆซะแล้วครับ เปลี่ยนได้แล้วครับกับความคิดที่ว่าอายุมากถึงเข้าวัด ใฝ่ธรรมะ หนุ่มสาวเข้าวัดใครว่าไม่เท่ สำหรับผมเห็นผู้หญิงเข้าวัด อ่านธรรมะ นี่จะรู้สึกว่าเธองามสุดๆเลยครับ เอนทรี่หน้าผมจะมาเก็บตกอีกนิดหน่อยเกี่ยวกับเรื่องอารมณ์แปรปรวนครับ

.

.

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จิงอ่ะ..เพิ่งรู้เรยนะ

เราอ่ะเเปรปรวนบ่อยมากมาย
กำละงอยากอ่านพอดีเลยอะ

แล้วอยากทราบวิธีบำรุงตับด้วยอะครับ คุณหมอ

#2 By chim on 2007-01-15 17:02

อ๊ากกกกกกก
จิงหรอเนี่ยพี่เชน
น่ากลัวอ่าค่ะ

เรายิ่งอารมแปรปรวนอยู่ด้วย
อึ๋ยยย อัมพฤกษ์เลย T-T
เข้าวัด ฟังธรรมะดีกว่า

พักอ่านหนังสือ แวะเข้ามาอ่านน่ะคะ

#3 By ++ AunG*Pooh-noi ++ on 2007-01-15 17:08

เพิ่งรู้นะเนี่ย ............

ขอบคุณที่ให้ความรู้คะ

#4 By pukkie on 2007-01-15 17:34

จ๊ากกกกก

ต่อไปไม่กล้าสบอารมณ์ อารมณ์แปรปรวนบ่อยแล้วอ่าค่ะ
กลัวอัมพฤกษ์ อัมพาต
เห็นทีจะต้องลดละเลิก นิสัย ขี้หงุดหงิด ที่ชอบทำให้อารมณ์ปรวนแปรซะแล้ว

#5 By ...Cheon... on 2007-01-15 17:48

แย่แล้วค่ะเชน

ตับหงส์แย่แล้ววว แง

เครียดทุกวันเลย

#6 By Hongfha on 2007-01-15 18:26


ได้ความรู้ที่มีประโยชน์มากมายเลยลูก
แม่จะพยายามลดความเครียดทีละน้อยทีละน้อยจ๊ะ
จริงๆช่วง4 - 5 ปีมานี่แม่ปล่อยวางนิ่งเฉยกับเรื่องราวต่างๆ ที่มากระทบ ความเครียดลดลงมากแล้วเหมือนกัน
แม่ใช้เวลามากเลยนะลูกหันไปหาธรรมชาติ ป่า น้ำ ภูเขา ต้นไม้จ้ะ
ส่วนธรรมมะแม่ก็ยึดมั่นปฏิบัติบ้างเมื่อมีโอกาส ที่แน่ๆตอนนี้หันเข้าหาพระมากกว่าจ๊ะ (พระเครื่องอ่ะจ้ะ)
สะสมมานานแล้ว ตอนนี้มีเวลามานั่งพิจารณาดูศิลปการสร้างแบบต่างๆ มีความสุขมากมายจ้ะ อุ่นใจด้วยนะว่ามีพระคุ้มครอง
ขอบคุณลูกมากมายที่เป็นห่วงแม่นะจ๊ะ

#7 By P.Pu on 2007-01-15 18:35

แสดงว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเองสิเนอะ พี่หมอเซน..
จะลดความเครียด..เพื่อรักษาตับ!!
สู้ๆๆๆ เพื่อหมอเซน

#8 By ย้งยี้ on 2007-01-15 19:12

โอ้โห น่ากลัว

อาการตรงตับกับม้ามนี่...เคยทำให้เตยน้ำหนักลดจากอ้วนเป็นผอมกันเลยทีเดียว

แอบสงสัยนิดนึงค่ะ คำว่า"ข่ม"ในความหมายนี่คืออะไรอ่ะค่ะ หมายถึงควบคุมอะไรประมาณนั้นรึเปล่า

ปล. จะเล่นแมวต้องใช้ flash playerค่ะ (ถ้าจำไม่ผิดนะค่ะ )

#9 By ดินสอทราย on 2007-01-15 19:19

หมอแผนจีนนี่เวลารักษาต้องซักอาการเหมือนหมอปัจจุบันไหมคะ
เคยเห็นเค้าแมะ.....ต้องฝึกนานไหม

#10 By ยายแม่บ้าน on 2007-01-15 19:21

-*-
ต้องการจิตแพทย์
ด่วน!!!!

#11 By @ I'm a Box @ on 2007-01-15 19:24

ตอบเตย : ข่ม หมายถึงคอยคุม คอยกดไว้ครับ ไม่ให้มันเหิมเกริมกันเกินไป คือ ทางด้านแพทย์จีนเขาเน้นความสมดุลย์ครับ อะไรเกินเลยไปไม่ดีทั้งนั้น ต้องทางสายกลางไว้ครับ

ตอบคุณยายแม่บ้าน: การแมะต้องฝึกนานครับ และต้องการประสบการณ์เป็นอย่างมาก หมอจีนต้องซักอาการครับ แถมซักเยอะด้วย เพราะหลักการตรวจโรคของจีนมีสี่ข้อหลัก คือ ดู ดมกลิ่น/รับฟัง ถาม และแมะ แต่คนมักจะคิดว่าแค่ให้แมะก็พอเพื่อจะลองความสามารถของหมอ ขอบอกว่าไม่ควรนะครับ หมออยากให้คุณหาย เพราะฉะนั้นต้องให้ความร่วมมือกับหมอด้วย
ที่คุณพี่พูดหมา ทำม๊ายยย ตูเป็นหมดเลยวะเนี่ย ประมาณว่าเหลืออัมพาต อัมพฤก อย่างเดียวที่ยังไม่เป็น ฮ่าๆ วันนี้รำไทเก๊กก็เวียนหัว ขาไม่มีแรง เซ็งสุดๆ

ปล. ชักอยากเรียนการแพทย์จีนขึ้นมาแล้วสิ อิอิ

#13 By ฟิวส์ on 2007-01-15 20:54

ตามมาอ่านกันค่ะ....พี่หมอเซน (ขออนุญาตเรียกพี่นะคะ เพราะเห็นมาโพสตท์ถาม)
ดาวเกิด พ.ศ. 2524 เอง เหมือนไกลกันเลยเนอะ...
ดาวท้องผูกอยู่บ่อย ๆ ไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับอารมณ์แปรปรวนรึเปล่าคะ แต่ดาวไม่ค่อยโกรธนะ ส่วนใหญ่จะอารมณ์ดีจนเกินไปมากกว่าค่ะ

#14 By GoddessIsis on 2007-01-15 22:58

อ่านคร่าว ๆ ก็รู้สึกกลัวแล้วค่ะ เพราะมีอาการคล้ายหลายอย่างจัง T-T แต่ก็กลัวว่าตัวเองจะเป็นโรคคิดไปเอง แต่พักหลังก็ป่วยเยอะมากจริง ๆ
กำลังวนขึ้นไปอ่านอย่างละเอียดอีกครั้งค่ะ เพลงนี้เศร้าเหลือเกิน

#15 By no one on 2007-01-16 00:41

รู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูกค่ะ T-T

#16 By no one on 2007-01-16 00:47

ฮือๆ ตั้งแต่วันนี้จะเชือ่ฟังแล้วคร้าบบบ ผมจะตายไม๊ครับหมอ ฮือๆ

#17 By ฟิวส์ on 2007-01-16 02:20

ชอบๆ ค่ะ ความรู้เยอะดี

รู้อาการจะได้รักษาทัน

#18 By !2know ++ on 2007-01-16 09:36

ช่วงนี้กลายเป็นคนเป้นโรคนอนไม่หลับไปซะแล้ว
เครียดจัง

ช่วงนี้กลายเป้นคนแปรปรวนไปบ้างเหมือนกัน
พ่อบอกว่าให้รู้จักนั่งสมาธิซะบ้าง
ว่าจะสักหน่อย

#19 By simplified on 2007-01-16 11:27

โหวววว... อ่านแล้วอึ้งไปเรยอ่ะ ... วิชาแพทย์จีนนี่ ล้ำลึก ล้ำลึก เน๊าะ!

ดีจ้า!! อ้วนละมุน... เจไม่ได้เข้ามานานเรยง่ะ ... คิดถึงๆ ม่ายมีเวลา up blog ตัวเอง ได้แต่ไปอ่านของชาวบ้าน พอมาเจอของหมอเชน ..หุหุ เริ่มสงสัยว่าเราคงมีธาตุไฟเข้าแทรก ช่วงนี้จิตตกนิดหน่อย

#20 By *~ Love is all around ~* on 2007-01-16 11:33

อ่านแล้วกลัวเลยค่ะ
ทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเองไม่ใช่คนที่จะอารมณ์
แปรปรวนนัก แต่ชอบเก็บ (บางทีเหมือนว่า
จะเก็บกดอยู่เหมือนกันนะคะ) นานๆ จะ
ระเบิดให้ธาตุไฟแตกซ่านสักที
...
ผมก็แปรปรวนเหมือนกันนะหมอ แต่ก็ต้องค่อยๆสงบใจ แปรมากๆแล้วเหนื่อย พักนี้หมอมาวิชาการดีจัง ชอบๆๆๆ ผมเชื่อนะเรื่องหมอจีน วิชาการแพทย์ของจีน ยิ่งประเภท ฝี หนอง งูสวัสดิ์ ผมมีหมอประจำตระกูลเป็นหมอจีนด้วย พูดมาว่ากี่วันยุบกี่วันหาย ตรงเป๊ะเลย ไว้หมอเชนกลับมาต้องไปขอฝึกลมปราณด้วยแระ ^^

#22 By *~ Love is all around ~* on 2007-01-16 16:22

โอ้โห เป็นความรู้มากๆเลยค่ะ
ช่วงหลังนี้หงุดหงิด และเครียดกับงานมากๆเลย ก็แอบมีอาการเจ็บสีข้างและแน่นหน้าอกนะคะ
ช่วงนี้ก็เลยพยายาม นั่งสมาธิและกำหนดลมหายใจก่อนนอนค่ะ

#23 By cha_ame on 2007-01-16 23:35

แหะ แหะ บอกได้ครับ (จริง ๆ ลืมบอก)
ผมชื่อตุ้ย ครับ เกิด 24 แพ้ไปนิดเดียวเอง
(แอบดีใจ 55)

จริง ๆ มาอ่าน tag ของหมอนานแล้วคับ
แต่พอดีช่วงนี้ยุ่งงาน/ เรียน เลยได้แค่อ่าน ๆ อย่างเดียว

นี่เดี๋ยวตอนบ่ายก็ต้องไปอีกแล้วคับ

#24 By j U x t A ~ d r E @ m on 2007-01-17 11:13

แวะมาเยียมคร๊า หม่ำๆยังค่ะ

#25 By on 2007-01-17 12:48

555 ถ้างั้นเอ๋ก็งามเหมียนกันใช่มั้ยเนี่ย เพราะเอ๋ก็ชอบอ่านธรรมะ+ปฏิบัติธรรมนะ
ถ้าจะป้องกันไม่ให้เกิดอาการทั้งหลายแหล่นี่ เอ๋ว่า..แค่นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ ก็โอเคแล้วล่ะ

#26 By โลมาน้อย on 2007-01-17 16:26

น่าสนใจครับ

ชื่ออาการแต่ละอย่างเท่ดี ชอบ"ไฟตับเผาผลาญขึ้นบน" จัง ดูมันเห็นภาพดีครับ

ลองอ่านและเทียบเคียงกับแผนปัจจุบัน บางอย่างก็อธิบายกันได้นะครับ บางอย่างต้องจินตนาการสักหน่อย

แต่ผมว่า จะรักษาแผนไหนก็ช่างเหอะ เอาให้หายก็พอ

#27 By PeeYong \-_-> on 2007-01-17 19:03

คือๆ หมอเชนค่ะ อารมณืแปรปรวนน่ะ มันกุ้งเลยอ่าค่ะ กรำแล้ว

#28 By manow^-^ on 2007-01-18 14:00

ทำไมอ่านๆไปเมธ์ชักจะกลัวพวกตับๆมากขึ้นเรื่อยๆล่ะเนี่ย ขนาดพี่เชนอธิบายเรื่องตับอย่างเดียว ความโกรธยังน่ากลัวกว่าที่คิดและรู้ เยอะเลยค่ะ

ปล. นี่ถ้าโกรธขึ้นมาที สงสัยตับเมธ์พังเละเทะแน่ แงงง ต้องไปฝึกสงบสติอารมณ์หน่อยแล้ว T^T

#29 By maebin on 2007-01-18 19:58

ขอบคุณมากค่ะ แต่ไม่ได้เศร้าเพราะเพลงอย่างเดียวหรอก เราเศร้าเพราะเรากลัวตายอ่ะ เอิ๊กๆ

#30 By no one on 2007-01-19 00:16

ช่วงนี้เครียดบ่อยๆเลยค่ะ พยายามหาอะไรๆทำให้อารมณ์ดีอยู่ ได้เข้ามาคุยกับเพื่อนๆในนี้ก็ดีเหมือนกันค่ะ

เพลงเพราะจังค่ะ ชอบจังเลย หามาจากไหนคะ?
ยังไม่เคยดูหนังเรื่องชอว์แชงค์ที่ว่าอ่ะค่ะ แต่จะลองหามาดู น่าสนใจดีค่ะ

ส่วนเรื่องแคนโต้ เป็นกวี3ประโยคที่ไม่ต้องสัมผัสค่ะ ลองไปที่เวบนี้ดูนะคะ แล้วจะรู้จักแคนโต้มากขึ้น
www.thaicanto.com
เขาบอกว่าการเขียนแคนโต้คือการ let your mind speakนะ

ปล. จริงๆแล้วไม่ได้ชื่อเล่นว่า เม หรอกค่ะ แต่ใช้ชื่อว่า'เมโลดี้'ในเน็ตมานานแล้ว ใครๆก็เลยเรียกชื่อว่าเมสั้นๆเหมือนกัน เอาเป็นว่าพี่หมอเชนเรียกแบบนี้ก็ได้ละกันนะคะ แล้วจะแวะมาอ่านแคนโต้ที่นี่บ้างค่ะ

#31 By .-+^melody^+-. on 2007-01-20 11:56

สุขสันต์วันเสาร์ค่ะ เชน

และมีความสุขในทุกๆ วันนะคะ

#32 By Hongfha on 2007-01-20 12:30

นู๋จะพยายามไม่เครียดแล้วค่า อ่านแล้วน่ากลัวมั่กมากก
เย้ๆ

#33 By ต้องใจ on 2007-02-02 19:16

โอ้โฮ ! น่ากลัวembarrassed

#34 By ... (203.113.76.71) on 2007-12-18 20:28

คุณพ่อเป็นมะเร็งที่ตับก่อนหน้าจะทราบก็เป็นเบาหวานอยู่ค่ะ
ตอนนี้รักษาด้วยแพทย์แผนจีนมา 5เดือนแล้ว
หมอจ่ายยาแผนปัจจุบันและจีนผสมกัน
อาการโดยรวมก็ดีค่ะ ทานอาหารได้นอนหลับ
แต่เดือนที่ผ่านมามีอาการเท้าบวม
แช่ด้วยน้ำอุ่นทุกวัน เท้าก็หายบวม
หลังจากนั้นก็เริ่มมีอาการชาที่ต้นขาถึงเอว
แล้วเดินไม่ค่อยไหวอ่าค่ะ แต่แขนยังแข็งแรงดี
เวลานอนกลางดึกมีเหงื่อโชกต้องเปลี่ยนเสื้ออ่ะค่ะ

ลองอ่านดูพบว่าสอดคล้องกับ
4. พลังตับหยางขึ้นบน (肝阳上亢
5. ลมตับภายในเคลื่อนไหว (肝风内

มีวิธีรักษามั๊ยคะ ช่วยตอบด่วนนะคะ

ขอบพระคุณมากๆค่ะ

briony_ing@hotmail.com

ing ค่ะ


#35 By ing (118.174.119.12) on 2008-03-18 16:25

ธรรมะ ช่วย เรา ได้ เนอะ surprised smile

#36 By Bew on 2008-04-22 15:43

สงสัยจะจริงเน๊าะ

เพราะช่วงก่อนที่จะมาเจ็บสีข้าง

เราคิดมากก่อนนอนประจำเลย

-*-

#37 By wisuwat (58.147.44.232) on 2009-02-13 18:23

sad smile

#38 By 1 (158.108.209.32) on 2009-05-26 21:50