อารมณ์ที่แปรปรวนก่อให้เกิดโรคได้อย่างไร (3) -- ภาคเก็บตก
posted on 20 Jan 2007 13:48 by aunlamun in Doctor-Worldหลังจากขู่กันมาได้ที่ในเอนทรี่ที่แล้ว ก็มาปลอบกันต่อในเอนทรี่นี้ ตบหัวแล้วลูบหลังกันเห็นๆ
อย่างที่ได้กล่าวไปนะครับว่า ลมปราณติดขัด เดินไม่สะดวกนั้นเป็นขั้นแรกสุดของโรค เพราะฉะนั้นตัดไฟต้องเอามันตั้งแต่ต้นลมนี่แหละครับ จะแก้ปัญหาก็เริ่มจากทำให้ลมปราณเดินสะดวก ลื่นไหล โรคต่างๆที่ตามมาก็จะไม่เกิดแล้ว
ตรงนี้ผมจะแนะนำของกินให้สองอย่างที่กินแล้วจะช่วยให้ลมปราณเดินได้ดี
หนึ่งคือ ส้มมือหรือ "ส้มโอมือ"ภาษาจีนเรียกว่า หัตถ์พระเจ้า (佛手) ส้มมือมีสรรพคุณในการทำให้ลมปราณตับเดินดี แถมยังดีกับม้ามด้วย เพราะฉะนั้น โรคที่เกิดจากตับกับม้ามที่เอ่ยถึงในเอนทรี่ที่แล้ว กินส้มมือจะรักษาได้ทั้งสองอวัยวะเลย นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ละลายเสมหะ, ทำให้หัวใจทนทานต่อการขาดเลือด ขาดอ็อกซิเจน, ป้องกันจังหวะการเต้นของหัวใจไม่ให้ผิดปกติ ส้มมือนี้เพื่อนๆอาจจะคุ้นกับการเอาเปลือกมาทำเป็นยาดม แต่ว่าเดี๋ยวนี้มีการแปรรูปเป็นขนมกินเล่น ลักษณะเหมือนบ๊วยเพื่อนผมบอกว่าในไทยก็มีขาย สามารถกินเป็นขนมได้เลยครับ
.

.
อีกหนึ่งก็คือ ราชินีแห่งมวลดอกไม้ ดอกกุหลาบ นั่นเอง ดอกกุหลาบก็มีสรรพคุณในการทำให้ลมปราตับเดินดี แถมยังดีต่อตับและม้ามเหมือนส้มมือด้วย ถ้าหากมีอาการเรอบ่อย หรือคลื่นไส้อาเจียน ไม่อยากอาหาร (อาการเหล่านี้จะหนักขึ้นยามที่อารมณ์แปรปรวนนะครับ) คัดหน้าอกก่อนประจำเดือนมาก็ลองกินได้เลยครับ วิธีกินก็คือ เอาดอกกุหลาบแห้งมาชงน้ำร้อนกินเป็นชาดอกกุหลาบไป นอกจากรักษาโรคแล้วยังดูดีมีชาติตระกูลอีกด้วย แต่ข้อเสียคือกินมากจะร้อนใน เพราะฉะนั้นถ้าเพื่อนๆกินแล้วเกิดแผลในปากหรือเจ็บคอก็ให้หยุดกินนะครับ หันไปกินส้มมือแทนดีกว่า
.

.
แต่ถึงที่สุดแล้ว ถ้าพวกเรายังไม่เริ่มแก้ไขจากจิตใจของตัวเองแล้วนั้น ถึงจะกินส้มมือจนหมดป่าหรือซดชาดอกกุหลาบจนหมดสวน ก็คงจะเปลืองสตางค์กันเปล่าๆแน่ครับ
ผมเคยให้คำปรึกษาเพื่อนอยู่หลายคน เวลาเตือนเขาถึงเรื่องการใช้ชีวิตว่า เห้ย อย่าเครียดสิ คำตอบที่ได้คือ กูไม่รู้ตัวว่าเครียดวะ
ถ้าเป็นซะอย่างนี้ ชีวิตเราก็จะโดนกำหนดโดยอารมณ์ ความรู้สึก ปัจจัยภายนอกที่เข้ามาทำให้ผิวน้ำแห่งจิตใจของเราเกิดระลอกคลื่นไม่หยุดยั้ง เหมือนยามเอาหินโยนลงบ่อน้ำ ผิวน้ำแห่งจิตใจไม่เคยนิ่งใส แล้วจะสะท้อนปัญหาและนึกคิดวิธีการแก้ไขให้ดีได้อย่างไร
ตรงนี้ผมขอยกเรื่องพุทธศาสนาขึ้นมา ผมเชื่อครับว่าหนึ่งในคำสอนของพระพุทธเจ้าชี้ให้เห็นชัดมากเลยในเรื่องการควบคุมอารมณ์แปรปรวน นั่นคือสติ ครับ
ไม่ว่าจะทำการใดๆ ถ้าไม่มีสติแล้ว งานนั้นๆก็จะไม่สมบูรณ์ถึงขีดสุดของมัน สติ นี้ขอให้เพื่อนๆมีไว้ครับ แน่นอนมีสติตลอดเวลาเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่ถ้าทำไม่ได้ ผมว่าอย่างน้อยที่สุด ก็ขอให้มีสติเกิดขึ้นหลังจากการกระทำจบลง คือ สมมติทำอะไรผิดพลาดไป อย่างน้อยก็รู้ตัวว่าเราทำผิดแล้วนะ ต่อไปก็จะระวังตัวมากขึ้น ฝึกนานเข้า สติก็จะทันการกระทำเอง บางคนทำอะไรไปไม่รู้สึกตัวเลย อย่างนี้ก็จะไม่สามารถแก้ไข หรือพัฒนาตัวเองได้เลย
ตรงนี้ผมขอเอาปริศนาธรรมเซน หรือ โกอัน มาให้เพื่อนๆได้ลองขบคิดแสดงความเห็นดูนะครับ โกอันนี่เขาว่าถ้าคุณสามารถคิดตก คิดแตก คิดออก ก็จะบรรลุถึงนิพพานเลย ฝากไว้ตรงนี้แล้วเอนทรี่หน้าเรามาคุยกันในประเด็นนี้อีกที
โกอัน : ปาฎิหารย์แห่งเซน คือ
หิวก็กิน กระหายก็ดื่ม อย่าลืมเสีย
ลองคิดกันดูครับว่า การกระทำง่ายๆอย่างนี้เป็นปาฎิหารย์ได้ยังไง
.

Amazing มากมากเลยค่ะ
แต่ยังไม่เสร็จนะ ต้งรอดูต่อไปในอนาคต...
#1 By Piyanan on 2007-01-20 13:53