สติ
posted on 01 Feb 2007 20:21 by aunlamun in Buddhism, Music-therapy
ต่อจากเอนทรี่ก่อน อารมณ์ที่แปรปรวนก่อให้เกิดโรคได้อย่างไร (3) -- ภาคเก็บตกนะครับ ก่อนที่เราจะมาเข้าเรื่องธรรมะธรรมโมกันนั้น ขอตอบข้อสงสัยที่หลายคนฝากไว้ก่อนละกัน
ข้อแรกคือจะทำชากุหลาบเองได้ไหม ได้ครับ เอากุหลาบมาตัดกิ่งตัดก้านออก แล้วก็ล้างให้สะอาด ตากให้แห้งเป็นอันใช้ได้ ใกล้วาเลนไทน์แล้ว ถ้าใครได้ดอกกุหลาบมาเยอะ จะทิ้งก็เสียดายนั้น ก็เอามาดัดแปลงเป็นชาซะเลย รู้สึกดีทั้งคนให้และคนรับ เพราะเอาดอกไม้ที่บรรจุความรักของเขากลืนลงท้องไปหมด อิอิ แต่ระวังเรื่องสารเคมีหน่อยนะครับ ถ้าเป็นกุหลาบที่ปลูกเองก็จะปลอดภัยในเรื่องนี้
อีกข้อคือ บ๊วยส้มมือ ผมคิดว่าสามารถหาซื้อได้ตามเยาวราชนะครับ เขาจะมีขนมจีนๆมาขายเต็มไปหมด ราคาก็บวกเพิ่มนิดหน่อย แต่เป็นราคาที่รับได้ครับ
ตบท้ายด้วยคอมเมนต์ดีๆจากคุณหมูดี ที่เอามาเล่าสู่กันฟังครับ
เรามีเหตุเตือนภัยจากอาการเครียดด้วยละค่ะ หมอเชน โรคประหลาดที่เพิ่งเคยพบเคยเห็น เล่าให้เพื่อนฟังจะขำกันทุกคนว่าเป็นไปได้อย่างไง แต่เป็นไปแล้ว .... เรียกว่าความเครียด ส่งผลทำให้เกิดอาการเห็นได้จากภายนอก เริ่มเป็นมา 2 ปีที่แล้วได้มั้งคะ จะมีอาการผิวหนังลอกเป็นแผ่นเป็นขุ่ยที่ฝ่าเท้า แล้วเป็นอยู่ข้างเดียว เป็นๆ หายๆ แต่เป็นคนที่รักษาความสะอาดเท้าดีนะคะ ไม่ได้ใส่ถุงเท้า และมักจะใส่รองเท้าโปร่งๆ เป็นประจำ .. แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อรารึปล่าว เพราะมักจะเห็นคนอื่นๆ เป็นกันอยู่บ่อยๆ .. เลยไปหาคุณหมอค่ะ คุณหมอก็ขูดๆ ตรวจๆ เอาผิวหนังที่ลอกมาส่องกล้องด้วย บอกว่าไม่ใช่เชื้อราแน่นอน เป็นโรคอะไรจำไม่ได้ บอกมาชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อยาววววววมาก .. สรุปว่าเป็นโรคที่เป็นผลจากความเครียด .. เวลาได้เที่ยว หรืองานไม่หนัก ไม่มีเรื่องคิดมาก สนุกสนาน ไม่มีผลงานปรากฎที่ฝ่าเท้าเลยแม้แต่น้อย .. แต่ระยะไหนเริ่มมีผลงานที่ฝ่าเท้าเริ่มลอกอีก กลายเป็นสัญญาณเตือนภัย บ่งบอกว่าความเครียดเริ่มครอบงำ ต้องกำจัดด่วน .. เคยพูดเล่นๆ กับเพื่อนว่า เริ่มเครียดๆ หละ เครียดลงบาทาเลย
ใครมีอาการแบบนี้บ้างก็บอกๆกันหน่อยนะครับ เพราะถึงมันจะดูขำแต่ก็น่าสนใจมากเลยครับ
ทีนี้เราก็มาต่อกันด้วยเรื่องปริศนาธรรมที่ทิ้งค้างไว้นะครับ ปาฎิหารย์แห่งเซน คือ หิวก็กิน กระหายก็ดื่ม อย่าลืมเสียน้องเมธ์ตีความไว้ได้น่ารักมากครับ น้องเขาบอกว่าให้เอาประโยคนี้ไปติดที่กำแพงร้านอาหาร นัยว่า หิวก็กินซะ กระหายก็ดื่มซะ แล้วอย่าลืมเสีย(ตังค์)ด้วย โห เลิศไปเลยนะหนูเมธ์ สมกับที่เราเรียนอยู่อักษร เอาปริศนาธรรมพี่ไปตีซะน่าโดนตีจริงๆ
ครั้งแรกที่ผมอ่านเจอประโยคนี้ ชอบครับชอบ มันฟังดูกบฎดี พูดแบบวัยรุ่นสมัยนี้คงจะบอกว่ามันแนวดี ดูไม่เหมือนใคร พอศึกษาธรรมะมากขึ้นถึงได้รู้ว่าประโยคนี้ไม่ธรรมดาซะเลย ถือเป็นแก่นของพุทธศาสนาเลยเชียวครับ
ทำไมเขาถึงเตือนให้เราไม่ลืมละครับ ก็เพราะว่าคนเราเวลาหิวมักไม่ยอมกินข้าว หิวน้ำก็มักไม่หาน้ำกิน แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนี้ได้ละ ก็เพราะไม่มีสติไงครับ มัวแต่สนอกสนใจทำอย่างอื่นอยู่ ขนาดความต้องการพื้นฐานง่ายๆแค่นี้ยังไม่รู้สึกตัวเลย แล้วความทุกข์ในรูปแบบอื่นๆที่ซับซ้อนกว่าจะมาสะกิดความสนใจจากเพื่อนๆได้ไง ถูกไหมครับ
คิดว่าเพื่อนๆคงเคยมีประสบการณ์แบบนี้กัน เช่น กำลังดูซีรี่ย์เรื่องโปรดอยู่แต่ก็อยากไปห้องน้ำมาก ส่วนใหญ่จะเป็นยังไงครับ ก็ยังคงนั่งอยู่หน้าจอบิดไปบิดมากันต่อไป สุดท้ายปัญหามันก็เกิดขึ้น เกิดเป็นความทุกข์ขึ้น ต้องนั่งทนบิดไปบิดมาแทนที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือ นานวันเข้าก็อาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่ว นี่แหละครับ ทุกข์มันเลยเกิด
หลายคนคงเคยที่จะสงสัยว่า เอ๊ะ เมื่อกี๊เราล็อคประตูบ้านยังนะ หรือเมื่อกี๊ปิดทีวีหรือยังนะ แล้วก็ต้องวกกลับไปดูอีกรอบ บางคนผ่านไปสักพักต้องกลับไปดูเป็นรอบที่สอง รอบที่สาม นี่ก็คือขาดสติไงครับ ถ้าตอนเราล็อคประตูมีสติอยู่กับตัว ถามว่าผ่านไปสักพักเราจะวกกลับไปดูว่าเราล็อคประตูอีกหรือเปล่า ก็ไม่แล้ว
เมื่อเรารู้เหตุแห่งทุกข์แล้วก็ควรแก้ที่ต้นเหตุ ทุกข์ก็จะดับไปเอง นี่แหละครับวิธีการฝึกสติแบบง่ายๆ เริ่มจากสิ่งง่ายๆที่เกิดขึ้นกับความต้องการพื้นฐานของร่างกายเราก่อน เมื่อเราหิวก็ลุกไปกินข้าว เมื่อเราหิวน้ำก็ลุกไปดื่มน้ำ ทุกข์ดับไป และสิ่งที่พอกพูนขึ้นมาแทนก็คือสตินั่นเอง
จากเอนทรี่ที่แล้วที่ผมบอกไว้ว่า คนเรามักเครียดแบบไม่รู้สึกตัว ก็เพราะขาดสตินี่แหละครับ สตินี้ไม่ได้ได้มาง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากที่จะฝึกเลยครับ เริ่มจากประโยคนี้แหละครับ หิวก็กิน กระหายก็ดื่ม แล้วค่อยขยายวงกว้างออกไป จะล็อคประตูก็มีสติ ถอดปลั๊กเตารีดก็มีสติ เริ่มจากสิ่งเล็กๆในชีวิตประจำวันก่อน แล้วสติก็จะค่อยอยู่กับเราเอง ทีนี้ทุกข์ที่เข้ามา ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม เราก็จะมีสติ ใช้สายตาที่กระจ่างมองเห็นถึงตัวทุกข์ เห็นถึงสาเหตุแห่งทุกข์ แล้วทีนี้วิธีดับทุกข์ที่เกิดขึ้นก็จะตามมาเอง
.
และนี่แหละครับคือปาฎิหารย์แห่งเซน ความน่าอัศจรรย์ของพุทธศาสนา
.
ปล. อีกสองวันก็จะได้เหยียบแดนสยาม ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะครับ ซึ้งครับซึ้ง
.
ปล.2ผมกำลังตกหลุมรักครับLara แห่งวง南拳妈妈ผู้หญิงอะไรเสียงเพราะได้ขนาดนี้
.
ปล.3 เพิ่มเติมเรื่องชากุหลาบหน่อยนะครับ คือชาที่ผมกินเนี่ยเป็นทั้งดอกเลย เหมือนรูปที่คราวที่แล้วโพสไป แต่ว่าดอกเขาเล็กมากครับ ไม่ใช่ดอกกุหลาบใหญ่ๆที่เรามักเห็นกัน ผมว่าก็ตามมันดอกก่อนจะได้ไม่ปลิว แล้วตอนจะกินก็ค่อยเด็ดทีละกลีบก็ได้ครับ แต่ให้แน่ใจจะครับว่ากุหลาบนั้นสะอาด
.
ปล.4 พรุ่งนี้ผมจะกลับไทยแล้ว คงจะไม่ได้อัพบลอกบ่อยๆ อาจหายไปหนึ่งเดือนเลยจนกว่าจะเปิดเทอมอีกครั้ง เจอกันเมื่อถึงเวลานะครับ จะคิดถึงทุกคนครับ

ไปอ่านเจอในเอ็นทรี่ใครสักคนนึงนี่แหล่ะเค้าบอกว่า เป้นโรคจิต แบบจิตเภทอ่ะ
แค่หยิบมาดูเจ๋ยๆ
#1 By Bazii3 - - - >> ! ด ะ ขี้ || J* on 2007-02-01 20:26