สติ

posted on 01 Feb 2007 20:21 by aunlamun  in Buddhism, Music-therapy

 

ต่อจากเอนทรี่ก่อน อารมณ์ที่แปรปรวนก่อให้เกิดโรคได้อย่างไร (3) -- ภาคเก็บตกนะครับ ก่อนที่เราจะมาเข้าเรื่องธรรมะธรรมโมกันนั้น ขอตอบข้อสงสัยที่หลายคนฝากไว้ก่อนละกัน

 

ข้อแรกคือจะทำชากุหลาบเองได้ไหม ได้ครับ เอากุหลาบมาตัดกิ่งตัดก้านออก แล้วก็ล้างให้สะอาด ตากให้แห้งเป็นอันใช้ได้ ใกล้วาเลนไทน์แล้ว ถ้าใครได้ดอกกุหลาบมาเยอะ จะทิ้งก็เสียดายนั้น ก็เอามาดัดแปลงเป็นชาซะเลย รู้สึกดีทั้งคนให้และคนรับ เพราะเอาดอกไม้ที่บรรจุความรักของเขากลืนลงท้องไปหมด อิอิ แต่ระวังเรื่องสารเคมีหน่อยนะครับ ถ้าเป็นกุหลาบที่ปลูกเองก็จะปลอดภัยในเรื่องนี้

 

 

อีกข้อคือ บ๊วยส้มมือ ผมคิดว่าสามารถหาซื้อได้ตามเยาวราชนะครับ เขาจะมีขนมจีนๆมาขายเต็มไปหมด ราคาก็บวกเพิ่มนิดหน่อย แต่เป็นราคาที่รับได้ครับ

 

 

ตบท้ายด้วยคอมเมนต์ดีๆจากคุณหมูดี ที่เอามาเล่าสู่กันฟังครับ

 

 

เรามีเหตุเตือนภัยจากอาการเครียดด้วยละค่ะ หมอเชน โรคประหลาดที่เพิ่งเคยพบเคยเห็น เล่าให้เพื่อนฟังจะขำกันทุกคนว่าเป็นไปได้อย่างไง แต่เป็นไปแล้ว .... เรียกว่าความเครียด ส่งผลทำให้เกิดอาการเห็นได้จากภายนอก เริ่มเป็นมา 2 ปีที่แล้วได้มั้งคะ จะมีอาการผิวหนังลอกเป็นแผ่นเป็นขุ่ยที่ฝ่าเท้า แล้วเป็นอยู่ข้างเดียว เป็นๆ หายๆ แต่เป็นคนที่รักษาความสะอาดเท้าดีนะคะ ไม่ได้ใส่ถุงเท้า และมักจะใส่รองเท้าโปร่งๆ เป็นประจำ .. แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นโรคเกี่ยวกับเชื้อรารึปล่าว เพราะมักจะเห็นคนอื่นๆ เป็นกันอยู่บ่อยๆ .. เลยไปหาคุณหมอค่ะ คุณหมอก็ขูดๆ ตรวจๆ เอาผิวหนังที่ลอกมาส่องกล้องด้วย บอกว่าไม่ใช่เชื้อราแน่นอน เป็นโรคอะไรจำไม่ได้ บอกมาชื่อภาษาอังกฤษ ชื่อยาววววววมาก .. สรุปว่าเป็นโรคที่เป็นผลจากความเครียด .. เวลาได้เที่ยว หรืองานไม่หนัก ไม่มีเรื่องคิดมาก สนุกสนาน ไม่มีผลงานปรากฎที่ฝ่าเท้าเลยแม้แต่น้อย .. แต่ระยะไหนเริ่มมีผลงานที่ฝ่าเท้าเริ่มลอกอีก กลายเป็นสัญญาณเตือนภัย บ่งบอกว่าความเครียดเริ่มครอบงำ ต้องกำจัดด่วน .. เคยพูดเล่นๆ กับเพื่อนว่า เริ่มเครียดๆ หละ เครียดลงบาทาเลย

 

ใครมีอาการแบบนี้บ้างก็บอกๆกันหน่อยนะครับ เพราะถึงมันจะดูขำแต่ก็น่าสนใจมากเลยครับ

 

ทีนี้เราก็มาต่อกันด้วยเรื่องปริศนาธรรมที่ทิ้งค้างไว้นะครับ ปาฎิหารย์แห่งเซน คือ หิวก็กิน กระหายก็ดื่ม อย่าลืมเสียน้องเมธ์ตีความไว้ได้น่ารักมากครับ น้องเขาบอกว่าให้เอาประโยคนี้ไปติดที่กำแพงร้านอาหาร นัยว่า หิวก็กินซะ กระหายก็ดื่มซะ แล้วอย่าลืมเสีย(ตังค์)ด้วย โห เลิศไปเลยนะหนูเมธ์ สมกับที่เราเรียนอยู่อักษร เอาปริศนาธรรมพี่ไปตีซะน่าโดนตีจริงๆ

 

 

ครั้งแรกที่ผมอ่านเจอประโยคนี้ ชอบครับชอบ มันฟังดูกบฎดี พูดแบบวัยรุ่นสมัยนี้คงจะบอกว่ามันแนวดี ดูไม่เหมือนใคร พอศึกษาธรรมะมากขึ้นถึงได้รู้ว่าประโยคนี้ไม่ธรรมดาซะเลย ถือเป็นแก่นของพุทธศาสนาเลยเชียวครับ

 

 

ทำไมเขาถึงเตือนให้เราไม่ลืมละครับ ก็เพราะว่าคนเราเวลาหิวมักไม่ยอมกินข้าว หิวน้ำก็มักไม่หาน้ำกิน แล้วทำไมถึงเป็นอย่างนี้ได้ละ ก็เพราะไม่มีสติไงครับ มัวแต่สนอกสนใจทำอย่างอื่นอยู่ ขนาดความต้องการพื้นฐานง่ายๆแค่นี้ยังไม่รู้สึกตัวเลย แล้วความทุกข์ในรูปแบบอื่นๆที่ซับซ้อนกว่าจะมาสะกิดความสนใจจากเพื่อนๆได้ไง ถูกไหมครับ

 

 

คิดว่าเพื่อนๆคงเคยมีประสบการณ์แบบนี้กัน เช่น กำลังดูซีรี่ย์เรื่องโปรดอยู่แต่ก็อยากไปห้องน้ำมาก ส่วนใหญ่จะเป็นยังไงครับ ก็ยังคงนั่งอยู่หน้าจอบิดไปบิดมากันต่อไป สุดท้ายปัญหามันก็เกิดขึ้น เกิดเป็นความทุกข์ขึ้น ต้องนั่งทนบิดไปบิดมาแทนที่จะลุกไปเข้าห้องน้ำ หรือ นานวันเข้าก็อาจจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคนิ่ว นี่แหละครับ ทุกข์มันเลยเกิด

 

 

 

หลายคนคงเคยที่จะสงสัยว่า เอ๊ะ เมื่อกี๊เราล็อคประตูบ้านยังนะ หรือเมื่อกี๊ปิดทีวีหรือยังนะ แล้วก็ต้องวกกลับไปดูอีกรอบ บางคนผ่านไปสักพักต้องกลับไปดูเป็นรอบที่สอง รอบที่สาม นี่ก็คือขาดสติไงครับ ถ้าตอนเราล็อคประตูมีสติอยู่กับตัว ถามว่าผ่านไปสักพักเราจะวกกลับไปดูว่าเราล็อคประตูอีกหรือเปล่า ก็ไม่แล้ว

 

เมื่อเรารู้เหตุแห่งทุกข์แล้วก็ควรแก้ที่ต้นเหตุ ทุกข์ก็จะดับไปเอง นี่แหละครับวิธีการฝึกสติแบบง่ายๆ เริ่มจากสิ่งง่ายๆที่เกิดขึ้นกับความต้องการพื้นฐานของร่างกายเราก่อน เมื่อเราหิวก็ลุกไปกินข้าว เมื่อเราหิวน้ำก็ลุกไปดื่มน้ำ ทุกข์ดับไป และสิ่งที่พอกพูนขึ้นมาแทนก็คือสตินั่นเอง

 

 

จากเอนทรี่ที่แล้วที่ผมบอกไว้ว่า คนเรามักเครียดแบบไม่รู้สึกตัว ก็เพราะขาดสตินี่แหละครับ สตินี้ไม่ได้ได้มาง่ายๆ แต่ก็ไม่ยากที่จะฝึกเลยครับ เริ่มจากประโยคนี้แหละครับ หิวก็กิน กระหายก็ดื่ม แล้วค่อยขยายวงกว้างออกไป จะล็อคประตูก็มีสติ ถอดปลั๊กเตารีดก็มีสติ เริ่มจากสิ่งเล็กๆในชีวิตประจำวันก่อน แล้วสติก็จะค่อยอยู่กับเราเอง ทีนี้ทุกข์ที่เข้ามา ไม่ว่าจะแบบไหนก็ตาม เราก็จะมีสติ ใช้สายตาที่กระจ่างมองเห็นถึงตัวทุกข์ เห็นถึงสาเหตุแห่งทุกข์ แล้วทีนี้วิธีดับทุกข์ที่เกิดขึ้นก็จะตามมาเอง

.

 

 

 

 

 

และนี่แหละครับคือปาฎิหารย์แห่งเซน ความน่าอัศจรรย์ของพุทธศาสนา

.

 

 

 

 

 

 

ปล. อีกสองวันก็จะได้เหยียบแดนสยาม ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะครับ ซึ้งครับซึ้ง

.

 

 

 

 

ปล.2ผมกำลังตกหลุมรักครับLara แห่งวง南拳妈妈ผู้หญิงอะไรเสียงเพราะได้ขนาดนี้

.

 

 

ปล.3 เพิ่มเติมเรื่องชากุหลาบหน่อยนะครับ คือชาที่ผมกินเนี่ยเป็นทั้งดอกเลย เหมือนรูปที่คราวที่แล้วโพสไป แต่ว่าดอกเขาเล็กมากครับ ไม่ใช่ดอกกุหลาบใหญ่ๆที่เรามักเห็นกัน ผมว่าก็ตามมันดอกก่อนจะได้ไม่ปลิว แล้วตอนจะกินก็ค่อยเด็ดทีละกลีบก็ได้ครับ แต่ให้แน่ใจจะครับว่ากุหลาบนั้นสะอาด

 

.

ปล.4 พรุ่งนี้ผมจะกลับไทยแล้ว คงจะไม่ได้อัพบลอกบ่อยๆ อาจหายไปหนึ่งเดือนเลยจนกว่าจะเปิดเทอมอีกครั้ง เจอกันเมื่อถึงเวลานะครับ จะคิดถึงทุกคนครับ

 

 

 

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เพิ่งรู้เรยนะเนี่ยว่ามันเกิดโรคได้ดั้ว..
เค้าเรียกว่า ย้ำคิดย้ำทำป่าวพี่ อันนี้ผมไม่ได้แก้ตัวนะ แต่ว่า ผมอ่ะ เป็นบ่อยเลย ประมาณว่า ปิดประตูบ้านแล้วก็เดินย้อนกลับไปดู3-4รอบ บางทีเอาของใส่กระเป๋าแล้วก็ต้องเปิดดูอีก

มันขาดสติใช่ม่า แต่ว่านะ มันอาจดูเป็นการแก้ตัวนะพี่ คือ ในใจคิดอยู่แล้วว่าเอามา หรือ ปิดประตูแล้ว +ด้วยตั้งใจ และตั้งสติ ก่อนที่จะปิดประตูนะพี่ แต่ก็ไม่วาย ย้อนทำซ้ำซะอย่างนั้นอะ

เชื่อว่าตัวเองเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ +ด้วยขาดสติส่วนหนึ่ง ครับ

ปล.ผมเป็นจริงๆนะพี่เชน
ขอบคุณนะคร๊าบบบ ไปอ่านเจอในเอ็นทรี่ใครสักคนนึงนี่แหล่ะเค้าบอกว่า เป้นโรคจิต แบบจิตเภทอ่ะ
ชากุหลาบทำได้จริงๆ เหรือครับ *0*

แล้วเวลาตากนี้ ตากทั้งดอก หรือเด็ดเป็นกลีบๆ ตากอ่ะครับ? (อยากลองทำทานมั่ง)

#3 By Prince Ame on 2007-02-01 20:32


น่าทำชากุหลาบจัง
แต่ก็นะลูกเชนกุหลาบตามท้องตลาดแม่ว่ามีสารพิษแน่เลยล่ะ
จะปลูกเองก็เหนื่อยๆ อยู่ เฮ้อ!!!!!

ตกหลุมรักระวังแข้งขาหักนะลูกนะ ถึงเป็นคุณหมอก็เหอะ 555+++

กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะลูก

#4 By P.Pu on 2007-02-01 20:40

เราพูดกันอยู่เสมอว่า สติปัญญา
ปัญญาเราออกมาใช้ก็จริง
แต่สตินั้นเราออกมาใช้กันน้อยนัก
ทั้งๆที่สติมีคุณค่าต่อชีวิตเรามากมาย

#5 By Dr.Hr.Sc.Nm.Key on 2007-02-01 20:43

เราก็ตีถูกนี่หว่า

คราวก่อนก็ ทวิน
ชอบแต่นักร้องหมวยนะนาย

#6 By chim on 2007-02-01 20:43

มีด้วยหรือค่ะ โรคย้ำคิดย้ำทำ(โรคใหม่เหรอ หุหุ) แล้วที่ว่าเอ๋อ กะ เปอะเปิง มันขาดสติด้วยม่ะค่ะ

#7 By manow^-^ on 2007-02-01 21:23

อ๋อออออออ เอนทรี่นี้อ่านไปก็อ๋ออออออไป ฮ่ะๆๆ

- อ๋อ~ ทำชากุหลาบเองก็ได้ด้วย แต่อาจจะลำบากหน่อย เพราะตากแดดตากลมในเมืองกรุงอย่างงี้ น่ากลัวจะได้ฝุ่นควันแถมมาด้วย ต้องล้างและทำความสะอาดมากๆๆๆๆเลย เฮ้อ

- อ๋อ~ เยาวราชก็มีขายบ๊วยส้มมือหรอคะ? ไปเดินก็หลายที ทำไมไม่ยักเห็นแฮะ เจอแต่เปลือกส้มเค็มๆ กินแก้เมารถ

- อ๋อ~ ความหมายของปริศนาธรรมเป็นอย่างนี้นี่เอง แล้วดูเมธ์ตีความหมายไปซะอะหืมมม น่าภูมิใจจริงๆ ได้ขึ้นหราในเอนทรี่นี้เลย แต่เรื่องสติเนี่ย ปัญหาใหญ่ของเมธ์เลยนะ เบลอๆงงๆชีวิต สติสตังไม่ค่อยอยู่กับร่างเท่าไหร่ เฮ้อ

ปล. เพลงเพราะนะคะ นักร้องเสียงแนวนี้ ฟังแล้วไม่เป็นพิษเป็นภัย ฮ่ะๆๆ (แต่ถ้าขืนให้เมธ์ร้อง จะกลายเป็นมหันตภัยทันที ฮ่าๆๆๆ)

ปลล. เดินทางกลับสยามประเทศโดยสวัสดิภาพนะค๊า~

#8 By + MaeBin + on 2007-02-01 22:07

จะทำชากุหลาบเองได้ไหม ?

หงส์ขอตอบว่าทำได้...แต่ไม่ทำ....

จะให้เชนทำให้ คิคิ


มีสติ...ปัญญาก็ก่อเกิดใช่มั้ยคะ รู้ว่าเครียดก็ต้องหาวิธีบริหารควบคุมและกำจัดความเครียด

อิอิ ของหงส์ใช้วิธีฟังเพลงค่ะ

#9 By Hongfha on 2007-02-01 22:38

#10 By no one on 2007-02-01 22:50


เอ่อออ คุณหมอเชน
เอาโรคประหลาดมาขยายจริงๆ ด้วย
อยากรู้เหมือนกันว่า โรคเครียดนี่มันส่ง
สัญญาณไปถึงไหนได้บ้างนะ ..
แฮะๆ แต่ว่าเรื่องเครียดลงบาทานี่
ชักเริ่มอายมากกว่าขำซะแระ

#11 By moodee on 2007-02-01 23:12

เคยเท้าลอกเหมือนกันนะ
เมื่อเดือนที่แล้ว ลอกจริงจังมากๆ สักพักก็หาย
เราเข้าใจว่า น่าจะเพราะอากาศหนาว (มั้ง) -*-

#12 By @ I'm a Box @ on 2007-02-01 23:56

เป็นโรคชอบลืมโน่นลืมนี่เหมือนกันค่ะ

พอทำงานสักพัก นึกขึ้นได้อ้าวเฮ้ย ลืมให้ข้าวหมานี่นา

หมาร้องหงิงๆ เลยอ่าค่ะ ทำงานเพลินจนลืมดูแลมันเลย

เพราะขาดสติแท้ๆ

#13 By ...Cheon... on 2007-02-02 08:09

หมอเชน เอ้ารับนะ ผมส่งเชือกให้ทั้งม้วนนเลยยย ท่าทางจะตกหลุมลึก ยินดีต้อนรับกลับประเทศนะครับ แล้วถ้ามีโอกาสจะชวนเจไปหาที่เซี่ยงไฮ้

ปล. หนังสือเล่มที่หายไป ผมไม่ได้ซื้อนะหมอ แค่หยิบมาดูเจ๋ยๆ

#14 By *~ Love is all around ~* on 2007-02-02 08:37

อืม เราก็เคยเครียดโดยไม่รู้ตัวนะ แต่โดยมากจะรู้อ่ะ พอเครียดก็หาที่เงียบ ๆ อยู่กับตัวเอง หรือไม่ก็อ่านหนังสือ ไปเดินเล่น ที่ที่อยากไป ... แค่นี้เด๊วก็หาย

ปยๆๆ นี่ๆๆอยากรู้จิงเหย๋อ ว่า นน. ขึ้นเท่าไหร่ ... ตอนนี้ยังกลุ้มจายอยู่เยยอ่ะจิ ถ้าเอารูปของวันแรกกะวันสุดท้ายมาดู พอจะดูออกเหมือนกันนะ

เราว่านะ เชนอยากไปแช่น้ำแร่แล้วจิบสาเกะ เพราะมีจุดปาสงงงงงงค์ อ๊ะป่าวว อยากแช่บ่อรวมอ่ะเด้~~

ทำนองและเสียงร้องของเพลงนี้เพราะจัง แต่ฟังมะออก ...

อวยพรอีกครั้ง .. หุหุ เดินทางปลอดภัยน๊า!!

#15 By *~ Love is all around ~* on 2007-02-02 10:16

ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่า
เครียดแล้วเท้าลอกนี่น่าสนใจจริงๆค่ะ

#16 By ยายแม่บ้าน on 2007-02-02 13:45

เคยค่ะ เคย เวลานั่งดูทีวีรายการโปรด ปวดฉี่เเล้วก็ไม่อยากไปเข้าห้องน้ำ..

ตอนนี้หายเครียด หายเศร้าแล้วล่ะค่ะ..

จะไม่เครียด จะได้ไม่เป็นโรค เชื่อหมอดีกว่า.. หมอเซนของหนูย้งยี้..

ปล. วาเลนไทน์นี้ทำชากุหลาบให้ป๊าอึ้งกินดีกว่า

#17 By ย้งยี้ on 2007-02-02 18:37

เป็นอย่างที่คุณหมอว่าเลยค่ะ เด่วก็เอะเราทำไอ้นั้น ไอ้นี่ ไปหรือยัง
ในเรื่องของงานก็วนไปดูแล้วดูอีก ว่าลืมอะไรไปหรือป่าว นี่แสดงว่าไม่มีสติในตอนที่ทำใช่ไหมก่ะ
คงเป็นเพราะเครียดเลยทำอะไรไม่มีสติ เหอๆ เสาร์ อาทิตย์ ไม่เครียดอะ แต่ จันทร์ ถึง ศุกร์ เนี๊ยตัวเครียดเลย แย่จังเลยเนอะคุณหมอ

#18 By ต้องใจ on 2007-02-02 18:52

น้องที่ทำงานเราก็เครียดแล้วเป็นตุ่มที่เท้า เดินแล้วเจ็บมาก ไปหาหมอ หมอบอกว่า ไวรัสลงเท้า

#19 By no one on 2007-02-03 00:29

แต่เราเครียดแล้ว บางทีจะปวดหัวเหมือนวิญญาญจะหลุดออกจากร่าง (เวอร์) บางทีหายใจไม่ค่อยอิ่ม
ต้องรีบเดินออกไปจากคนที่ทำให้เราเครียดถึงค่อยยังชั่ว

เฮ้อ เครียดนี่มันแย่จริง ๆ เนอะ

#20 By no one on 2007-02-03 00:31

Lara ที่เคยร้องเพลง Feat.กับJay chou ใช่ไหมคะ ยอมรับเลยว่าเสียงดีจริง น่ารักด้วย

#22 By simplified on 2007-02-03 22:13

ตอนนี้พี่เชนกลับถึงสยามประเทศแล้วแน่ๆ เย่~! ยินดีต้อนรับนะค๊า~ *กระโดดโลดเต้น*

#23 By + MaeBin + on 2007-02-04 08:26

ยินดีต้อนรับ สู่การกลับมายังดินแดนสยามค่ะ
ถ้าเครียดส่วนใหญ่ จะหงุดหงิด อารมณ์แปรปรวน พาลใส่คนรอบข้างไปทั่ว รู้สึกตัวเองน่ากลัว และจะมีความอดทนต่อภาวะกดดันต่ำ ร้องไห้ง่ายมาก และจะกินๆ กินเยอะจนน้ำหนักขึ้นเลยค่ะ
เพลงนี้เพราะมากมายค่ะ ฟังสบายๆ ช่วยลงความหมายให้ด้วยได้มั้ยคะ

#24 By cha_ame on 2007-02-04 11:22

หนูหิวตลอดเวลา กินตลอดเวลา 55+

#25 By N o O ~ k L o Y 3 3 on 2007-02-04 12:21

หมออออออออออออ
เรากินเป็ดพะโล้เผื่อแล้วนะ
อิอิ

แล้วเจอกันเน้ออออออออออ

#26 By @ I'm a Box @ on 2007-02-04 23:27

ลึกล้ำมากครับ ขอคารวะ

#27 By PeeYong \-_-> on 2007-02-06 16:49

พี่เชนนนนน เมธ์มาทวงงงง
อย่าลืมที่เมธ์ฝากสวัสดีโดโด้ด้วยน้า~ >o<

อากาศชักจะกลับสู่สภาวะ (ร้อน) ปกติแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

#28 By + MaeBin + on 2007-02-06 23:52

สวัสดีค่ะหมอเซน
อ่านแล้วมีสติขึ้นมาเยอะเลย

#29 By hcwk on 2007-02-08 15:06

มาอีกทีค่ะ (หลายทีจริง กว่าพี่เชนจะกลับมาอัพบลอค คงมีคอมเม้นเมธ์อีกเยอะ เง้อ~ )

เมธ์แทก Thanks Tag มานะคะ อย่าลืมเล่นด้วยน้า~

คิดถึงพี่(เล็กๆ) เหมือนกันค่ะ อิอิ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

#30 By + MaeBin + on 2007-02-09 19:07

เป็นบ่อยเลยเรื่องหลงๆลืมๆเนี่ย
บางทีเอาของไปวางไว้ไหนไม่รู้ ก็หาไม่เจอทั้งๆที่เพิ่งหยิบไปเองนะ -*-
ล๊อคประตู ปิดไฟ ปิดคอมฯ อะไรพวกนี้ ลืมบ่อยทีเดียวเชียว


ตรงที่บอกว่าดูทีวีติดพันแล้วไม่ยอมไปห้องน้ำก็ถูกอีก เพราะไม่อยากพลาดตอนที่กำลังสนุกไง กว่ามันจะจบก็วิ่งไปห้องน้ำแทบไม่ทันทีเดียว
แหะๆ

#31 By ^K@ew^ on 2007-02-10 16:02

อยู่ไทยรึยังค่ะ ยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านค่ะ

#32 By manow^-^ on 2007-02-11 17:56


Happy Valentine naja

#33 By P.Pu on 2007-02-14 06:48

สวัสดีวันสีชมพู๊ ชมพู จ้า... หมอเชน

อยู่เมืองไทยเปงงัยม่างอ่ะ ...

happy VLT day ja

#34 By *~ Love is all around ~* on 2007-02-14 10:19

สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะเชน

หายไปนานมากเชียวค่ะ

#35 By Hongfha on 2007-02-14 23:42

เมธ์มาแฮบปี้วาเลนไทน์ย้อนหลังน้า~ นี่ก็ใกล้ตรุษจีนแล้วด้วย ลูกคนจีนคงวุ่นๆน่าดู(?) รักษาสุขภาพด้วยนะคะ

ตอนนี้จะตี3แล้ว แต่งาน poetry ของเมธ์ยังไม่เสร็จเลย โฮ~ ToT

คิดถึงพี่เชนน้า~

#36 By + MaeBin + on 2007-02-16 02:56

มีสติ
ดีกว่ามีสตางค์ ครับ

HVD & HCNY นะครับ

#37 By CaNDY CoME BaCK on 2007-02-17 00:16

ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะหมอเชน

เราเดาว่า หมอเชนต้องแอบหนีหน้าหนาวที่นั่นแน่ๆ เลย ใช่มั้ยเอ่ย

เดือนหน้าก็เปิดเทอมอีกแล้วสิ

ไม่แน่เราอาจจะไปเซี่ยงไฮ้ตอนเดือน 4 ถ้าได้ไปจริงๆ ออกมากินข้าวกันมั้ย

เฮ้อ...พูดไปเรื่อย จะไปรึเปล่า ยังไม่แน่เลย 555

#38 By sun_square on 2007-02-17 23:49

พี่เชนนนน
ซิงเจียยู่อี่ ซิงนี้ฮวดช้าย~

#39 By + MaeBin + on 2007-02-18 11:22