ฝนตกใยต้องเหงา

posted on 18 Sep 2007 19:10 by aunlamun  in Doctor-World, Music-therapy, Romantic



"ครั้งหนึ่งท้องฟ้าและผืนดินอยู่แนบติดกัน เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จวบจนกระทั่งสิ่งมีชีวิตถือกำเนิดขึ้นในน้ำเป็นครั้งแรก ผืนดินตื่นเต้นดีใจ เฝ้าฟูมฟักดูแลสิ่งมีชีวิตต่างๆที่เริ่มทยอยเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้จนลืมท้องฟ้าไป

ท้องฟ้าเริ่มเดียวดาย อ้างว้าง เสียใจที่ผืนดินไม่สนใจตนเหมือนครั้งแต่ก่อน ท้องฟ้าจึงเริ่มเคลื่อนตัวห่างออกไป ห่างออกไป.....ห่างออกไป

จวบจนเมื่อมีสัตว์ตัวแรกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ ผืนดินจึงได้คิดถึงเพื่อนของมันขึ้นมา เงยหน้าขึ้นมองแผ่นฟ้า

แต่ก็สายเกินไปแล้ว ท้องฟ้าได้อยู่สูงห่างไกลออกไป

ผืนดินจึงได้ฝากคำคิดถึงกับนกไปถึงท้องฟ้า นกก็บินขึ้นไปถ่ายทอดคำพูดให้ ผืนดินอยากให้ท้องฟ้ากลับมาใกล้ชิดกันดังเก่า

ท้องฟ้าก็อยากจะกลับมา แต่ทว่าร่างกายที่ใหญ่ขึ้น ความสูงที่ห่างเกิน ทำให้ไม่สามารถที่จะลงมาใกล้ชิดสนิทสนมกับผืนดินได้เหมือนดังก่อนอีกแล้ว

ท้องฟ้าจึงได้แต่กลั่นตัว โปรยฝนลงสู่พื้นดินแทนความคิดถึงที่มีต่อเพื่อน

และนี่คือสาเหตุที่ว่าทำไมเวลาฝนตกเราถึงมักคิดถึงคนอื่น"


.
.
.
.


เคยอ่านนิทานประมาณนี้ครั้งนึง ตอนนั้นอ่านแล้วก็ซาบซึ้งในความโรแมนติกและช่างคิดของคนแต่ง พลันเห็นจริงเห็นจังด้วยว่า อื้อ มีเหตุผล

เคยคิดกันไหมครับว่า ยามฝนตก ทำไมเราถึงได้รู้สึกเหงาจัง คิดถึงจัง
มันเป็นเพียงแค่
อารมณ์ความรู้สึก ที่ไม่สามารถอธิบายได้จริงๆเหรอ

หลังจากที่ผมมาเรียนแพทย์จีนแล้ว ผมว่าผมอธิบายความรู้สึกนี้ได้นะครับ เลยมาแบ่งปันกัน

เรามาลองตีความของคำว่า "เหงา" ดูก่อน

ตามคำอธิบายของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ "หงอยเหงา" แปลว่า "เปลี่ยวใจ ไม่กระปรี้กระเปร่า"
(คำว่าเหงาตัวเดียวไม่มีครับ) ส่วนฉบับอ.เปลื้อง ณ นคร แปลว่า "เปล่าเปลี่ยว"

แปลไทยเป็นไทยแล้วก็ยังงงอยู่ดี แต่ถ้าเอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานแล้ว ผมว่าอารมณ์เหงาจะมีอาการดังนี้ครับ คือ ไม่อยากอาหาร รู้สึกเบื่อๆ ง่วงๆ เนื้อตัวหนักๆ หัวมึนๆ
ไม่อยากทำอะไร และที่สำคัญคือคิดถึงใครต่อใครไปต่างๆนานา ใครมีอาการที่วิจิตรพิศดารกว่านี้ลองว่ากันมาได้นะครับ ดูสิว่าผมจะพออธิบายได้ไหม แต่รวมๆแล้วน่าจะคล้ายๆกัน แพทย์จีนอธิบายอาการเหล่านี้ว่ายังไงมาดูกันครับ

ยามที่ฝนตกนั้น ความชื้นในอากาศก็จะสูงขึ้นครับ
และความชื้นนี่แหละที่เป็นกุญแจของคำตอบนี้ ม้ามกับความชื้นเป็นศัตรูกันครับ

ม้ามในแพทย์จีนหมายถึงระบบการย่อยอาหารของคนเรา ซึ่งหมายรวมตั้งแต่ปาก กระเพาะ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ลำไส้ ไปจนถึงการขับถ่ายออกจากร่างกายไป

เมื่อเจอความชื้นเข้าไปในร่างกาย ม้ามจะขี้เกียจทำงานครับ นั่นคือสาเหตุที่ทำไมฝนตกเราถึงไม่ค่อยอยากอาหาร ความชื้นที่แทรกเข้าสู่ร่างกายนั้นเป็นพิษที่มีน้ำหนัก เพราะฉะนั้น แขนขาเราก็เลยหนัก หัวหนักๆ จึงย่อมไม่อยากจะทำอะไรเป็นธรรมดา ยิ่งความชื้นถือเป็นพิษหยิน มีฤทธิ์เย็น ฤทธิ์นิ่ง ก็จึงไม่น่าแปลกใจที่เราไม่อยากขยับ เพราะมันไปกดธาตุหยางที่มีฤทธิ์เคลื่อนไหวไว้

อาการโดยทั่วไปของ "อารมณ์เหงา" จึงสามารถอธิบายได้คร่าวๆดังนี้ละครับ ทีนี้เรื่อง "ความคิดถึง" ละจะอธิบายยังไง

ถ้าใช้ความชื้นมาอธิบายต่อ ก็สามารถจะบอกได้ว่า เพราะเราไม่คึกคัก กระปรี้กระเปร่า ไม่อยากทำอะไรไงครับ เลยเกิดอาการคิดถึงเรื่องอื่นๆ คนอื่นๆขึ้น จะเรียกว่าพอไม่มีอะไรทำ หรือไม่มีอารมณ์ทำก็ฟุ้งซ่านได้ แต่ผมว่าคำอธิบายนี้ยังไม่ 'โดน' พอ

เลยขอเปลี่ยนมุมมองใหม่ครับ

ต้นกำเนิดของสรรพสิ่งในโลกและจักรวาลนั้นมาจากธาตุหยินและธาตุหยางครับ หยินและหยางเมื่อรวมตัวกัน แลกเปลี่ยนกันก็จะกำเนิดสรรพสิ่งขึ้นมา อันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติและพื้นฐานที่สุด

ถ้าจะพูดให้เป็นรูปธรรมหน่อยก็คือว่า ธาตุหยางแทนฟ้า ธาตุหยินแทนดิน ธาตุหยางแทนผู้ชาย ธาตุหญิงแทนผู้หญิง ถามว่าผู้ชายกับผู้หญิงรวมตัวกัน แลกเปลี่ยนกัน ให้กำเนิดบุตรไหมครับ เช่นเดียวกัน ที่ฟ้าและดินเมื่อรวมตัวกัน แลกเปลี่ยนกัน ก็ให้กำเนิดสรรพสิ่งขึ้นมา

รวมตัวกัน แลกเปลี่ยนกันผ่านทางไหน ก็ทางฝนตกนี่แหละครับ

พลังดินลอยขึ้นฟ้า อาจจะมองเป็นรูปไอน้ำที่ระเหยขึ้นไปก่อตัวเป็นเมฆ ขณะที่พลังฟ้าก็เปลี่ยนเป็นฝนให้โปรยลงมาสู่พื้นดิน เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย ไม่มีวันหยุด ยามใดที่ระบบนี้หยุด ยามนั้นก็จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอีกต่อไป คิดดูก็ได้ครับถ้าไม่มีฝนพวกเรายังจะอยู่กันได้หรือ

มองธรรมชาติแล้วก็มองย้อนตัวครับ คนกะธรรมชาตินั้นแยกกันไม่ออก เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ธรรมชาติเป็นอย่างไรล้วนแล้วแต่กระทบถึงตัวเรา

ยามที่ฝนตกอยู่นั้น เป็นช่วงของการแลกเปลี่ยนพลังระหว่างฟ้ากับดินอยู่ แล้วเราใยจะไม่อยากแลกเปลี่ยนความรู้สึกของเราร่วมกับใครบ้าง

.
.
.
.
.
.
กับใครบ้าง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
กับใครบ้าง
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

.......ข้างนอกฝนลงเม็ดอีกแล้ว.......



ผมเหงาครับ




ปล. สรุปแค่จะบอกว่าเหงา แต่บอกเฉยๆเดี๋ยวจะเสียฟอร์ม เลยโทษฟ้าโทษฝนกันไป อิๆ

ปลล. แต่นี่เป็นเรื่องจริงนะครับ
ไม่ได้โมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม้ ถามคนเรียนหมอจีนคนอื่นได้ เพียงแต่ว่าเขาอาจจะไม่เอาปรัชญาความรู้มาคิดกันในแง่นี้เหมือนผม เขาเอาเวลาไปอ่านหนังสือกันหมด ส่วนผมว่างจัดเลยมาจบลงด้วยประการฉะนี้แล

ปลลล. ไง ปอน ไม่คิดว่าเรื่องนี้ก็เอามาเขียนเป็นวิชาการได้ขนาดนี้เหมือนกันสินะ หุๆ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

...

เพลงเข้ากับบรรยากาศของปลายฤดูฝน บวกกับไอหนาวบางๆ พาให้รู้สึกซึมซับความสัมพันธ์โหยหาของแผ่นฟ้าและผืนดินได้ดี

เอ่อ เหงาบ้างเหมือนกันค่ะ แต่มี ...ยาใจ... ค่ะ

#1 By กะจิ๋วหลิว on 2007-09-21 19:25

Blog ถูกใจคอกาแฟอย่างยิ่งครับ....
^__^

แม่ว่าเอนทรีนี้ของลูกเชน โรแมนติค ไม่น้อยเลยนะจ๊ะ(ในความรู้สึกของแม่อ่ะจ้ะ)

ยามฝนตกคนที่แม่ส่งความรู้สึกไปถึงน่ะ มีลูกเชนรวมอยู่ด้วยนะ...จะบอกให้

#3 By P.Pu on 2007-09-21 20:33

โห...ไม่น่าเชื่อเลยว่าความเหงามันจะเป็นเรื่องเป็นราวได้ขนาดนี้เจียววว
เฮ่อ..ตอนนี้ไม่ค่อยเหงา
เพื่อนอะ มีเยอะแล้วววว จ๊ากกก

#4 By Tanpatan on 2007-09-21 21:01

ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า

คุณหมอเชนสุดหล่อคะ

ตรง ปลลล. เนี่ย....อยากจะบอกว่า อ่านแล้วยิ้มเลยค่ะ เพราะตั้งใจว่าจะบอกแบบนั้นเหมือนกัน อิอิ

เฮ้อ....ช่วงนี้ฝนก็ช่างตกไม่รู้จักเวล่ำเวลาเลยนะคะ....

นั่นนน....พูด..เอ๊ย! พิมพ์ ยังไม่ทันจะขาดคำ ก็ตกลงมาอีกแล้ว...

เดี๋ยวหงส์ขอตัวไปจัดการม้ามก่อนนะคะ...เผลอเมื่อไหร่เป็นขี้เกียจทำงานสิน๊า
กำลังคิดอยู่เลย พอมาเจอตบท้ายมีชื่อน้องปอนจริงๆด้วย
ช่างเขียนบทความด้านวิชาการได้สมกับเป็นคุณหมอ กับอาจารย์จริงเลย

#6 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-21 21:13

ตอนนี้ไม่ค่อยเหงาเท่าไหร่ค่ะ มีงานอยู่เป็นเพื่อน


ไม่รู้คิดไปเองรึเปล่าว่าวันนี้บลอคพี่เชนบรรยากาศน่านอนจัง

#7 By ดินสอทราย on 2007-09-21 21:18

กรี๊ดดดดด...มีคนจับแพะชนแกะแข่งกับเราเสียแล้วววว....

พี่เชนครับผู้ชายเป็นหยาง ผู้หญิงเป็นหยิน แล้วกระเทยน้อยๆ อย่างปอนเป็นอะไรอ่ะครับ

ได้ความรู้มากๆ เลยครับเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ของคนกับธรรมชาติ แล้วก็ระบบภายในร่างกายที่มีความสัมพันธ์กับสภาพอากาศ แต่............ปอนไม่ได้เหงามานานแล้วอ่ะครับพี่หมอเชน ตอนอยู่หอฝนตกอยู่คนเดียวก็นอนดูโทรทัศน์บางทีปอนไม่ได้คุยกับใครเป็นวันๆ ยังอยู่ได้เลยครับ แล้วความอยากกินอาหารก็ยังเท่าเดิม ตอนฝนตกก็ยังประกอบอาหารหรือคิดเมนูได้ตามปกติ

ปอนคิดว่าความเหงามันเป็นการหลอกตัวเองอย่างหนึ่งน่ะครับ เราคิดว่าตัวเราเศร้าสร้อยว้าเหว่แต่จริงๆ แล้วมันเป็นสิ่งปรุงแต่งที่จิตเราหามาใส่เองต่างหาก ถ้าเราคิดว่ามันไม่เหงามันก็ไม่เหงาครับ ที่จริงมีสิ่งที่เราต้องทำอีกมากมายลองคิดดูสิครับ

#8 By ปอนปอน on 2007-09-21 21:57

เคยได้รับ Forward mail นี้เหมือนกันค่ะ
ชอบมากๆ คนเขียน เข้าใจคิดจริงๆ
.
เคย สงสัย เหมือนกัน ว่าเหงาคืออะไร เกิดขึ้นได้ยังไง
เรารู้จักคำว่าเหงาตั้งแต่เมื่อไหร่
.
พอได้อ่าน ก็เชื่อ หมอเชนนะคะ
ว่าไม่ได้โม้
.
ปล.ซื้อยาตัวที่สองมาลองกินได้อาทิตย์นึงละค่ะ
กินแล้วเจริญอาหาร ชะมัด

#9 By cha_ame on 2007-09-21 23:03

เหงาอะไรกัน
ลุกขึ้นมาซะ
ไปอ่านหนังสือ
ออกไปเล่นบาส
แล้วมาเขียนบลอคบ่อยๆ
คงจะหายเหงาได้บ้าง

#10 By chim on 2007-09-22 02:06

เอ่อ จริงๆก็ไม่ได้เหงาขนาดนั้นหรอกครับ แค่buildอารมณ์ให้เข้ากับบรรยากาศฝนตกเท่านั้นเอง เรื่องนี้อยากเขียนนานแล้ว ตอนนั้นเหงาจริงครับ ตอนนี้ฝนตกบ่อยเลยเอาสภาพดินฟ้าที่กำลังได้ฟีลมาเป็นตัวเดินเรื่องด้วยเท่านั้นเอง

อ่านเพลินๆละกันนะครับ "ไม่ต้องห่วงช้าาาาน"
ฮ่าๆ เหงาอีกแล้วพี่ชายเรา

แม้พี่เชนจะเหงา แต่ก้อเหงาแบบหมอเหรอเนี่ย โอ้ววววว ม่ายยย ทำไมสุดยอดเยี่ยงนี้ ข้าน้อยขอคารวะ เหอๆๆ เว่อไป ฝนตก รักษาสุขภาพด้วยค่ะพี่เชน

#12 By ** 阿旺 ** (222.70.129.243) on 2007-09-22 07:22

สวัสดีเซี่ยงไฮ้และคุณน้องหมอค่ะ..

เร็วๆๆรีบไปตอบเลยค่ะ วันนี้พี่ส่งเทียบเชิญมาให้ไปร่วมสนุก เอาเบอร์ตอง 999 ให้ได้นะคะ หนุกๆค่ะ
อ้อพี่ถูกใจที่บ้านนี้ตรงไหนอีกรู้ไหมคะ นอกเหนือกจากความรู้ที่ได้แล้ว พี่ยังได้ฟังเพลงจีนเพระๆอีกด้วย พี่ชอบมากๆค่ะ
อืม อ่านๆทีแรกก็คิดว่า หมอเชนเรานี่ โรมันตึกวุ๊ย อ่านไปอ่านมาไหงมีหยินกะหยางด้วย อ่านตอนจบถึงรู้ว่าหมอเชนเหา เอ๊ย เหงา คิดถึงคนที่คุณก็รู้ว่าใครอ่ะจิ น่าเห็นใจครับ บินกลับมาโลดหมอ เอาน่าต้นปีหน้าก็มาอีกแล้วไม่ใช่หรอครับ ไม่ได้เจอหน้าอย่างน้อยก็ได้คุย อีกอย่างกำลังใจของหมอท่วมท้นที่บ้านแห่งนี้ จะเหงาไปทำไมครับ ยิ้มๆๆๆ

ปล. มาหาว่าเราแรดนะ เช๊อะ 5555

#15 By *~ Love is all around ~* on 2007-09-22 08:54

มันเป็นแบบนี้นี่เอง
ที่แท้สาเหตุก็มาจากความชื้น -"-
เวลาเหงาเอ๋จะรู้สึกอยากกลับบ้านเป็นพิเศษ (อยากกินส้มตำ อิอิ -,-) แล้ววันนั้นก็จะตื่นเร็วเป็นพิเศษ (ความเหงามันปลุก -,-) แต่ไม่อยากลุกจากที่นอน ไม่ก็เขียนๆๆๆ (ไดอารี่บ้าง แต่งกลอนบ้าง ไม่ก็เขียนทฤษฎีต่างๆเป็นของตัวเอง แต่ส่วนใหญ่ ไร้สาระ ฮ่าๆๆๆ )
แพล่มซะเยอะเลย...สงสัยเริ่มจะเหงาอีกแล้ว หุหุ

#16 By (222.70.129.243) on 2007-09-22 10:19

อ่าาาา เหงาเป็นด้วยหรอเพ่ ฮ่าๆ

ปล. แบ่งความเหงาจากผมไปมั่งไหม

#17 By ฟิวส์ on 2007-09-22 10:32

ไม่เสียฟอร์มแล้วค่ะพี่เชน
ต้นเหตุจากความเหงาหรือนี่
...
นิทานข้างบนเคยได้ยินมาค่ะ
แถมเคยเอาไปเล่าให้เด็ก ๆ ในค่ายฟังด้วย ส่วนเรื่องการแพทย์ แน่นอนว่าไม่รู้มาก่อน
แต่เข้าใจแล้วล่ะ ความเหงาและความคิดถึงมันเกิดขึ้นอย่างนี้นี่เอง
แต่ถึงเข้าใจก็ห้ามไม่ได้อะเนอะ
...
แล้วถ้าฝนไม่ได้ตกแต่ยังเหงานี่
มันเกิดได้ยังไงกัน

#18 By ระหว่างทาง on 2007-09-22 10:38

สุดยอดเลยหมอเชน ....แค่เหงาชั่วแป๊บเดียวแต่เชื่อมโยงอารมณ์ เรื่องเล่า และความเป็นเหตุเป็นผลเข้าด้วยกันได้ขนาดนี้ 555

อืมม .. เหงา เหมือนกัน เลยมาแลกเปลี่ยนอารมณ์ ..

กับใคร

กับใครบ้าง

กับใครได้บ้าง

#19 By Piyanan on 2007-09-22 10:44

คารวะคุณชายเหลียง
งั้นอาการที่ข้าเป็นนั้น อาจจะเกิดมาจากความระลึกถึงน่ะสิท่าน

ข้ามีเรื่องมาแจ้งแก่ท่าน ข่าวดีคือเวลาฝนตก ข้าไม่รู้สึกมึนหัวอีกต่อไป เพราะท่านแม่หาน้ำขิงมาให้ดื่มทุกวัน แต่ว่าข้าได้แผลร้อนในในปากมาแทนนี่สิท่าน คงต้องอดทนกันหน่อย
ยามที่ฝนตกอยู่นั้น เป็นช่วงของการแลกเปลี่ยนพลังกันระหว่างฟ้ากับดิน..

ว้าววว...ประโยคนี้ทำให้จินตนาการไปไกลเชียวค่ะ..คิดถึงหนังจีนเลยเรื่องอิทธิทธิ์ภูมิเทวดา ฮาฮาฮา..
เหงาซะงั้น อย่างน้อยความเหงาทำให้เราได้รู้นะว่าควรตักตวงความสุขในช่วงเวลาที่อยู่กับคนรอบข้างให้มากที่สุด

(ขอตอบคำแนะนำนะ)
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะเชน เจสมัครรายปีของ flickr ไปแล้ว เลยไม่อยากเปลี่ยนเจ้าเท่าไหร่ เพราะตอนนี้ยอดรวมก็ปาไปหลักพันแล้วอะ

แนะนำว่าลองใช้ web proxy ดูนะ (สั้นๆ คือเว็บที่ช่วยดูเว็บที่โดนบล็อค ลอง search จาก google ดูนะ เพราะบางที ICT ฉลาดไปบล็อค web proxy อีก)
ตัวอย่างที่ๆ ใช้ในไทยได้ (ไม่รู้ที่จีนใช้ได้มั้ย) เช่น www.peanutproxy.com ก็ป้อน URL บล็อกเจลงไปแล้วกด Go น่ะ

#22 By จ๊ะเอ๋ on 2007-09-22 16:12

ภาพเดิมอะพี่เชนที่ไปตลาดน้ำไงคะ

พอดีลองเอามาทำเป็น slide นะคะ กิกิ

#23 By Nindë Faelivrin on 2007-09-22 17:45

ชอบเรื่องเล่าข้างบนจัง...

ไม่รู้ทำไม เรากลับชอบความรู้สึกเวลาฝนตกนะ มันดูเหงาๆ แต่กลับชอบนั่งมองฝนตกอยู่คนเดียว...

#24 By .;:melody:;. on 2007-09-22 18:15

นอกจากเหงาแล้วเมธ์ก็ออกแนวไม่ชอบฝนด้วยล่ะ เฉอะแฉะเป็นลูกหมาตกน้ำก็เพราะฝน หวัดกินก็เพราะฝน ติดแหง่กบนถนนก็เพราะฝน บ่นๆๆๆๆๆๆๆ (ฮ่าๆๆๆ)

ที่บ้านเมธ์ฝนก็ตกแหละ แต่ว่า ... ยังไม่ถึงเวลาเหงาค่ะ หนังสือรออยู่ อะฮื้อออ

ปล. คิดถึงนะค๊า พี่เชนรักษาสุขภาพด้วยน้า~

#25 By + MaeBin + on 2007-09-22 18:27

เอนทรีนี้เชื่อมโยงหลายอย่าง
ทั้งนิทานเก่าๆ ลมฟ้าอากาศ
การวินิจฉัยทางการแพทย์

ถ้าฟ้าฝนไม่เป็นใจ แต่ใจดันเหงานี่
อ้างอะไรได้มั้งอะคะ ที่จะได้ไม่เสียฟอร์มอ่ะค่ะ
อิอิ ปล่าวเหงานะคะตอนนี้ ถามเผื่อไว้ก่อน

#26 By moodee on 2007-09-22 22:01

ดีใจที่หาความเชื่อมโยงจนได้นะคะ ขอตบมือให้กับรางวัลคนช่างคิดหน่อยคะ ถึงแม้ว่าฝนตก ความชื้นจะทำลายม้าม ทำให้คนไม่อยากอาหาร แต่เวลาฝนตกแล้วเราได้อยู่กับใครสักคนที่เรารู้สึกดีด้วย ยิ่งได้ติดอยู่ในร้านอาหารด้วยกัน ทำให้ได้คุยกันนานๆเนี่ย คงต้องขอบคุณฟ้า ขอบคุณฝนที่เป็นใจนะคะ

#27 By เด็กดี (124.120.116.21) on 2007-09-22 22:56

หาเก่งจังเชน
ท่าทางที่จีนคงบล็อคเยอะแน่ๆ เลย

ที่นี่ฝนตกอีกแล้วแหละ แต่วันนี้ไม่ค่อยเพราะ ตกแรงไป

#28 By จ๊ะเอ๋ on 2007-09-23 20:28

ความรู้แน่นเอี๊ดดดดดดดดดด


และจบลงที่ความเหงา


เวลาฝนตก ใครๆก็เหงา
เราว่า ความเหงา นี่มันมีเสนห์นะ

#29 By PaBaJa on 2007-09-23 20:31

ความรู้แน่นเอี๊ดดดดดดดดดด


และจบลงที่ความเหงา


เวลาฝนตก ใครๆก็เหงา
เราว่า ความเหงา นี่มันมีเสนห์นะ

#30 By PaBaJa on 2007-09-23 20:31

ก็ไม่แน่ใจว่าช่วงนี้ 'เหงา' อยู่หรือเปล่า แต่ที่เริ่มเขียนเอ็กซ์ทีนก็เพราะ ตอนนั้นอยู่คนเดียว ไม่มีอะไรทำ ไม่มีใครคุยด้วย แต่ก็ไม่ได้ร้องไห้
กินได้ตามปกติและดูจะหิวบ่อยเสียด้วย
แต่ก็โหวงๆ ไม่ชอบถามตัวเองค่ะว่า เหงาหรือเปล่า คิดถึง หรือเปล่า
เพราะต้องอยู่คนเดียวอย่างนี้ พอไปนึกอย่างนั้นแล้วก็รู้ว่าใช่ แต่ถ้าดูลึกไปกว่านั้นอาจจะอยู่ไม่ได้ก็ได้

#31 By knights of gemini on 2007-09-24 04:54

คุณคือ..ผู้ชนะ

เดี๋ยวน้องหมอช่วยเมล์ที่อยู่มาให้ด้วยนะคะ เดี๋ยวพี่จัดส่งเบอร์ตอง 999 + ของขวัญจากเกรซนิดหน่อยไปให้ค่ะ
ฝนตกหนูก็เหงาค่ะพี่เชน
ชอบประโยคนี้มากๆเลย
ยามที่ฝนตกเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สึก
ระหว่างฟ้ากับดิน

แบบนี้นี่เองถึงเหงาสินะคะ

ไม่ต้องกลัวค่ะเด๋วน้องสาวอยู่เป็นเพื่อนนะ
ฝนตกโอ๊ะนึกถึง...ยาพ่นค่ะ..หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก..
เปียกฝน..นึกถึง..คันๆๆๆ ผื่นขึ้น
ผสมผเสแล้ว..คิด คิด ว่าจะมีใครห่วงเราบ้างไหม เหงาจังเลย คันด้วย
เพิ่งกลับมาเข้าบ้านค่ะพี่...
ปล.โอ๊ะชอบกินเซี้ยงไฮ้มาก มีติดตู้ทุกที่ ทุกบ้าน เดวนี้เวลากิน นึกถึงพี่หมอเชน เซียงไฮ้ๆ

#34 By on 2007-09-24 21:11

ฝนตกโอ๊ะนึกถึง...ยาพ่นค่ะ..หายใจไม่ออก แน่นหน้าอก..
เปียกฝน..นึกถึง..คันๆๆๆ ผื่นขึ้น
ผสมผเสแล้ว..คิด คิด ว่าจะมีใครห่วงเราบ้างไหม เหงาจังเลย คันด้วย
เพิ่งกลับมาเข้าบ้านค่ะพี่...
ปล.โอ๊ะชอบกินเซี้ยงไฮ้มาก มีติดตู้ทุกที่ ทุกบ้าน เดวนี้เวลากิน นึกถึงพี่หมอเชน เซียงไฮ้ๆ

#35 By on 2007-09-24 21:11

ขอบคุณนะครับพี่หมอเชนที่ตอบคำถามให้หายน้อยเนื้อต่ำใจ

แต่มีอีกเรื่องนึงครับ เพิ่งจะเป็นถี่เมื่อวันสองวันที่ผ่านมานี่เองครับ... ถ้ามีอาการเหมือนโดนไฟช็อตที่ปลายนิ้วทางด้านซ้ายเนี่ยะจะเป็นอะไรมากไหมครับเมื่อก่อนก็เป็นบ้างนะครับแต่นานจนลืมจะเป็นสักครั้งหนึ่งแต่เมื่อวานมันมาติดๆ กันครับ คือตอนนี้ปอนปวดบริเวณต้นคอกับไหล่ทางด้านซ้ายมากครับอาจเป็นเพราะชอบนอนตะแคงซ้าย แล้วก็ชอบเอาแขนซ้ายเท้าหมอนไว้ประหนึ่งกุลสตรีไทยที่เอาแขนเท้ากับหมอนขวานน่ะครับ

โปรดลูกนกลูกกาตาดำๆ ด้วยนะครับ ปอนกลัวว่าถ้าเป็นอะไรมากจะรักษาไม่ทัน

#36 By ปอนปอน on 2007-09-25 01:26

ความว่างเปล่า กับความเหงา
ปนความเศร้า ในตัวเรา
คุ้นเคยกับการมีเขา เหลือเพียงเรา กับความสับสนในใจ

ชีวิตหนึ่ง กับความหวัง
ฉันก็ยัง หวังในใจ
ซักวันหนึ่งสิ่งที่ฝัน จะหวนคืนวัน กลับเป็นดั่งกำลังใจ

อ่านแล้ว ยิ่งชอบเพลงนี้

#37 By ~ N ~ on 2007-09-25 03:55

เวลาฝนตกอากาศมันเป็นใจมั๊งคะ
ที่จะต้องนั่งทำมิวสิค ... ให้เข้ากับบรรยากาศ ... ซะงั้น

#38 By !2know ++ on 2007-09-25 09:40

เพลงเพราะอ่ะแก ... แต่น่าเสียดายที่ชั้นไม่ได้ฟังตอนฝนตก แล้วนั่งนับเม็ดฝนที่ละเลียดกระจก เอาหน้าแนบกระจก ทำหน้าเหงาๆ

เหงา เหรอ ... คิดถึงซัมวันอ๊ะป่าววว .. เด๊วทิตย์นี้จะได้เจอบีแล้ว .. อิจฉาป่าว

ช่วงนี้ยุ่งมากเลยแก เพิ่งจะได้เปิดเนตวันนี้เอง ... เดินสายๆ



คิดถึงนะย๊าาา

#39 By *~ Love is all around ~* on 2007-09-25 23:30

สวัสดีค่ะน้องหมอ พรุ่งนี้พี่จะให้เด็กไปส่งให้นะคะ
มาราตรีสวัสดิ์ค่ะ..เหนื่อยมากเลยค่ะพักนี้ จะมาถามพี่หมอว่า ได้กลับมาเยี่ยมบ้านรึเปล่าค่ะ ตอนนี้กำลังติดหนังสืออยู่เล่มหนึ่งค่ะ เป็นเรื่องของคนไทยไปเรียนที่ญี่ปุ่น เป็นบรรยากาศที่รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้อง แบบคนไทยช่วยเหลือกัน พี่เชนล่ะค่ะ มีเพื่อนคนไทยที่นั่นเยอะมั้ย...บรรยากาศสนุกสนานมั้ยค่ะ

#41 By on 2007-09-26 21:26

เป็นการอธิบายถึงความเหงา ความคิดถึงได้อย่างโมแลนติกดีจริงๆค่ะ.....
แถมยังไม่เสียฟอร์มอีกต่างหาก...
ฝนตกๆ คนเหงาเป็นเพื่อนเยอะค่ะ....
แต่ว่าแค่แอบเหงาอ่ะค่ะ กลัวคนรู้ เด่วเสียฟอร์มเหมือนกัน

#42 By นาฬิกาทราย on 2007-09-26 22:55

หวัดดีค่ะพี่
เป็นไงบ้างค่ะสบายดีไหม
คิดถึงนะค่ะ
เวลาฝนตกหนูก็เหงานะ
คิดถึงบ้านนนน

#43 By jasminey (203.156.141.26 /10.0.0.80) on 2007-09-27 11:02

อยู่อย่างเหงาๆ เราคงได้เรียนรู้ เฮ่อๆๆๆ แว๊ปงานมาแป๊ปนึงค่ะ เมื่อกี้แค่เอาหัววางลง หลับสนิท หลับไป 15 นาที ถ้าโทรศัพท์ไม่ดังล่ะแย่เลย ช่วงนี้เหนื่อย จนไม่มีเวลาเหงาค่ะ เป็นข้อด้อยที่ดีจัง

#44 By on 2007-09-27 13:23

ช่างเป็นคำอธิบายที่น่าสนใจมากค่ะ

#45 By Black_DeviL on 2007-09-27 15:38

แหม จะเหงาทั้งทีก็อธิบายหลักได้สมกับเป็นหมอเลยนะคะ อิอิ

เหงาเหมือนกันค่ะ ตอนเห็นแดดสีทองยามเย็น มันเป็นเพราะม้ามได้รับพลังแสงหรือเปล่าคะหมออออออออออ.....

ปล. อากาศยามเย็นริมแม่น้ำโขงเริ่มเย็นๆ หนาวๆ เหงาๆ แล้วค่ะ

#46 By นกจร on 2007-09-27 18:33

ปี้เชนนนนนนนนนนนน...สบายดีป่าววววว ฮับ

#47 By Nindë Faelivrin on 2007-09-27 19:57

^-^
สวัสดีครับพี่หมอ
ราคาเปิดตัว iPhone ขณะนี้
4GB น่าจะใกล้ๆ 2 หมื่น
8GB น่าจะใกล้ๆ 2 หมื่นห้าครับ

#48 By ::poompuien:: on 2007-09-27 23:32

หายเหงาแล้วมั๊งงค๊าเชนนนน


นานแล้วนะคะ อัพได้แย้ววว


ฮ่าฮ่า มากดดันเฉยๆ
มีไรมาแนะนำจ้าา

http://www.postmafia.com

เอาไว้โปรโมท blog นะ

#50 By ฟิวส์ on 2007-09-28 12:17