เพื่อนๆคิดว่าสุดยอดของการเป็นหมออยู่ที่ไหนครับ

รักษาโรคยากๆได้? ยื้อชีวิตของคนที่จะจากเราไปให้อยู่แม้เพียงเฮือกหนึ่ง? ถวายตัวอยู่กับคนไข้ตลอด 24 ชม.?

เคยอ่านนิยายกำลังภายในกันไหมครับ เป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมที่ผมชอบมากเลยครับ โดยเฉพาะเวลาฉากที่กำลังจะต่อสู้กัน
ถ้าสนใจจะเริ่มอ่านขอแนะนำฤทธิ์มีดสั้นของโกวเล้งครับ





"มีดสั้นในมือของลี้คิมฮวงนั้นหากปล่อยออกจากมือไม่เคยพลาดเป้ามาก่อน" เพียงแค่คำเล่าลือนี้ก็สามารถสะกดศิษย์วัดเสี้ยวลิ่มยี้แปดร้อยคนที่โอบล้อมเขาไว้ให้ไม่กล้าแม้กระทั่งผ่อนลมหายใจ

ลี้คิมฮวงเพียงแค่ถือมีดไว้ในมือเล่มเดียวทว่าชนะตั้งแต่ยังไม่ทันได้ออกกระบวนท่าเสียด้วยซ้ำครับ

ที่ร่ายมานี้เพียงเพื่อที่จะบอกว่ายอดฝีมือสามารถช่วงชิงชัยได้โดยไม่แม้แต่ออกกระบวนท่า เป็นชัยชนะที่ไม่ต้องเปลืองแรงเลยสักนิด แต่กว่าจะมีความสำเร็จถึงขั้นนี้ได้ต้องมีการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน ใช่เพียงหัดเล่นๆชั่วค่ำคืน

นี่แหละครับที่ทำให้ผมคิดว่าสุดยอดของการเป็นหมอคือการไม่ต้องรักษาคนไข้ครับ ไม่จำเป็นต้องใช้มีดผ่าตัด จับชีพจร ฝังเข็มหรือว่าจ่ายยา

รักษาโรคโดยไม่ต้องออกกระบวนท่าใดๆ หรือก็คือการป้องกันก่อนเกิดโรคนั่นเอง

ที่จะเน้นให้เห็นก็คือ การรักษาโรคที่เกิดขึ้นโดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรมของคนไข้ เป็นการรักษาที่ปลายเหตุ ต่อให้เป็นหมอจีนที่พยายามปรับร่างกายแบบองค์รวมก็เถอะ เพราะเมื่อเรารักษาคนไข้จนหายโดยไม่เปลี่ยนพฤติกรรมของคนไข้นั้น เชื่อได้เลยครับว่าเดี๋ยวเราก็จะได้เจอกันอีก

และหนึ่งในพฤติกรรมที่ผมว่าคนไทยส่วนใหญ่ทำผิดมากที่สุดคือเรื่องของการดื่มน้ำนี่แหละครับ

ลองทำแบบทดสอบกันสักนิดก่อนอ่านต่อดีไหมครับ

1.
คุณมีความเชื่อที่ว่าน้ำยิ่งดื่มเยอะยิ่งดีหรือไม่

2.
คุณดื่มน้ำวันละกี่แก้ว

3.
น้ำที่ดื่มเป็นน้ำเย็น, น้ำธรรมดา หรือว่าน้ำอุ่น

4. ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนเป็นพิเศษไหม เช่น ดื่มตอนเช้า ดื่มระหว่างทานข้าว ดื่มก่อนนอน เป็นต้น

5. ปกติดื่มอะไร เช่น น้ำเปล่า น้ำอัดลม ชา กาแฟ เป็นต้น

เราเฉลยกันไปทีละข้อๆพร้อมอธิบายละกันครับ พร้อมที่จะรู้ความผิดของตัวเองหรือยังครับ

.
.

ข้อหนึ่งนั้น เป็นความเชื่อที่ผิดครับ ทุกอย่างต่างมีคุณและมีโทษ ต้องหาจุดสมดุลของมันครับ น้ำดื่มมากเกินไปกลับไม่ดีเสียอีกครับ เดี๋ยวผมจะมีสูตรให้คำนวณว่าวันหนึ่งเพื่อนๆควรดื่มน้ำแค่ไหน

.

ข้อสอง คิดว่าทุกคนคงเคยเรียนกันมาอยู่แล้วว่าคนเราวันหนึ่งควรทานน้ำวันละ 8-10 แก้ว ว่าแต่ทำได้อย่างที่เรียนมาหรือเปล่าครับ

ผมจะอธิบายให้ฟังว่า น้ำในร่างกายของเรามีที่มาที่ไปอย่างไรก่อน

น้ำที่เข้าสู่ร่างกายเรามาจากน้ำ และอาหารที่ทานเข้าไปเป็นหลัก ส่วนน้ำจะออกจากร่างกายทางปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อ และทางลมหายใจ แต่ปัสสาวะเป็นเส้นทางหลักครับ

คนเราจำเป็นต้องปัสสาวะออกจากร่างกายอย่างน้อย 500 มิลลิลิตรต่อวัน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถขับของเสียออกจากร่างกายได้หมด นอกจากนี้อีกสามทางที่เหลือโดยเฉลี่ยก็จำเป็นต้องใช้น้ำอีกราว1000 มิลลิลิตร หรือ 1ลิตร ต่อวัน

เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว คนเราจึงต้องดื่มน้ำเพื่อชดเชยส่วนที่ออกจากร่างกายทุกวันราว 1500 มล. หรือ 7-8 แก้ว (แก้วละ 200 มล.) แต่ทังนี้ทั้งนั้นตัวเลขนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกคนครับ ผมเลยมีสูตรมาให้คิดกันคร่าวๆว่าวันหนึ่งเราต้องทานน้ำปริมาณเท่าไรจึงจะเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

สูตรคือ (น้ำหนักตัว(กก.) x 2.2 x 30) / 2

หน่วยที่ได้ออกมาเป็นมิลลิลิตรครับ เช่น หนัก 60 กก. เอาเข้าแทนค่าก็จะได้

ควรดื่มน้ำ (60 x 2.2 x 30) / 2 = 1980 มล. หรือประมาณ 10 แก้วต่อวันครับ

ถ้าเราดื่มน้ำน้อยกว่านี้ เลือดซึ่ง 90%ทำมาจากน้ำก็จะเดินไม่สะดวก ร่างกายก็จะทั้งขับของเสียยาก ขณะเดียวกันสารอาหารในเลือดก็ส่งไปถึงร่างกายช้า ทางแพทย์จีนถ้าเกิดเลือดลมเดินไม่สะดวกนี่เป็นบ่อเกิดสารพัดโรคเลย บางคนบอกว่าประจำเดือนมาน้อยหรือไม่มา มาเป็นลิ่มเลือด สีเข้ม หนืด ปวดประจำเดือนก็แหงละครับ น้ำไม่กินจะเอาที่ไหนไปสร้างเลือดละครับ แต่ถ้าทานน้ำมากกว่านี้ก็เป็นผลเสียต่อร่างกายอีกเหมือนกัน ทำอะไรก็ต้องพอดีๆครับ

.

ข้อสามอย่างที่เคยบอกไปตั้งแต่อาการขี้หนาวนะครับว่าน้ำเย็นเป็นของต้องห้ามสำหรับร่างกาย กระเพาะเมื่อเจอของเย็นเข้าไปการทำงานจะด้อยลงทันที เกิดเป็นอาหารไม่ย่อย อาหารบูดเน่าหมักหมมอยู่ในกระเพาะและลำไส้ ลำไส้ก็ดูดซึมของเสียจากกากอาหารพวกนี้กลับเข้าสู่เส้นเลือดต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะถ่ายอุจจาระออกจากร่างกายของเรา

เพราะฉะนั้นเราควรจะไม่ทานของเย็นๆครับ ทานน้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นก็ได้ แต่ก่อนผมไม่รู้จุดนี้ก็ทานกันไป โดยเฉพาะไทยเป็นเมืองร้อน ทุกที่ต้องเสริฟน้ำเย็น เสริฟน้ำแข็งกันเป็นกระติกๆ กินกันจนเป็นเรื่องธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ไม่รู้ก็เฉยๆ แต่พอตอนนี้ เห็นแล้วกลัวไปเลยครับ บ้านผมตอนนี้ไม่ทานน้ำแข็งกันแล้ว

.

ข้อสี่ ดื่มน้ำช่วงเวลาไหนกัน ที่บอกให้ดื่มวันละ 8-10 แก้วเนี่ยจะแบ่งกินช่วงไหนระหว่างวันบ้างละ ไหนใครที่ชอบทานข้าวไปจิบน้ำไปบ้าง
ประมาณว่ากินข้าวเสร็จหมดน้ำไปสองแก้ว ยกมือขึ้น ข้อนี้ผมจัดเป็นหายนะอย่างใหญ่หลวงที่สุดเลยครับ เป็นการกินน้ำที่ผิดที่สุดครับ

คนเรามักทำอะไรเพลินเสียจนลืมทานน้ำ พอถึงเวลาว่างซึ่งมักจะเป็นเวลาทานข้าว
เขาบอกว่าให้ทานน้ำเยอะก็ทานรวดเดียวไปเลย ผิด ผิด ผิด ผิดแบบไม่น่าให้อภัยเลยครับ เพราะช่วงเวลาที่ทานข้าวนั้น ร่างกายจำเป็นต้องอาศัยน้ำย่อยในการย่อยอาหาร เมื่อคุณกินน้ำเข้าไปเยอะๆแล้ว น้ำย่อยก็จะเจือจาง ก็เข้าสู่ระบบเดียวกับการกินของเย็น คืออาหารไม่ย่อย หมักหมม พิษถูกดูดเข้าเส้นเลือด

เพราะฉะนั้นที่คุณควรทำคือ ตอนเช้าตื่นมาดื่มน้ำก่อนเลยครับ 2-5 แก้ว เพื่อเป็นการขับพิษออกจากร่างกายทางอุจจาระ ปัสสาวะ ที่ให้ดื่มทันทีเพื่อให้มีระยะเวลาห่างจากอาหารเช้าพอสมควร

ก่อนอาหาร 15 นาที ระหว่างทานอาหาร และหลังอาหาร 40 นาที ทานน้ำได้ไม่เกินครึ่งแก้วครับ ในที่นี้หมายรวมถึงซุป น้ำแกง และของเหลวทุกประเภทนะครับ

และอย่าดื่มน้ำครั้งละมากๆ ให้จิบครั้งละ 2-3 อึก แต่จิบถี่ๆ หาขวดน้ำแก้วน้ำมาวางไว้ข้างตัว จิบไปทั้งวันครับ ถ้ากินน้ำครั้งละมากๆผลก็คือ ร่างกายยังไม่ทันได้ดูดซึมก็ไหลรวดเดียวปัสสาวะออกไปหมดแล้ว อย่างนี้ดื่มน้ำมากแค่ไหนก็ยังหิวน้ำครับ เหมือนน้ำป่ามาครั้งเดียว ทะลักล้นเขื่อนออกไปหมด แล้วจะเอาอะไรกักเก็บไว้ในเขื่อนละครับ

เหมือนทำยาก แต่จริงๆแล้วพอเริ่มทำมันก็ไม่ยากอะไรครับ ผมแต่ก่อนทานน้ำ 2-3 แก้วพร้อมทานข้าว ด้วยเหตุผลสารพัดที่เข้าใจผิดเช่น ควรกินข้าวพออิ่มและทานน้ำเพื่อให้อิ่มจริง หรือกินล้างปากสักหน่อย (กินกันเป็นแก้วล้างปากเนี่ยนะ) หรือต้องสั่งชอคโกแลตปั่นใส่วิปครีมมากิน กินแล้วหวานมันเย็นอร่อยแต่ส่งผลเสียต่อกระเพาะโดยไม่รู้ตัว เบียร์ก็อีกตัวครับ สังสรรค์กันทีกินเข้าไปสิกี่ขวดว่ากันไป ทุกวันนี้เลิกครับ ได้ข้อดีอีกอย่างคือไม่รู้จะเอาเวลาที่ไหนไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพราะมันควรกินแกล้มอาหาร เลยได้เลิกเหล้าเลิกเบียร์กันไป

แต่ก่อนหลังทานข้าวเสร็จผมจะเรอตลอด ท้องอืดมาก ก็งง หรือว่าเรากินเยอะไป แต่บางทีกินไม่เยอะก็เรอตลอด เสียบุคลิกมาก พอมารู้ตรงนี้ถึงได้ถึงบางอ้อ กินน้ำเยอะอย่างนี้แล้วอาหารจะย่อยยังไงมันก็เลยเกิดลมเกิดแก้สซิ พอเปลี่ยนพฤติกรรมการดื่มน้ำใหม่ อาการเหล่านี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆครับ

นอกจากนี้หลังอาหารยังไม่ควรทานผลไม่ล้างปากทันที อีกด้วยครับ โดยเฉพาะผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นทั้งหลาย เช่น ส้ม แก้วมังกร สาลี่ แตงโม เป็นต้น มีสองเหตุผลครับ หนึ่งเพราะว่าผลไม้จะย่อยเร็วกว่าอาหาร
อาหารยังย่อยไม่เสร็จ ผลไม้ก็ค้างเติ่งอยู่ในกระเพาะ ร่างกายก็ดูดซึมสารอาหารจากผลไม้เหล่านี้ไม่ได้ พอไปถึงลำไส้ถึงคิวที่มันจะได้ดูดซึมมันก็เน่าเสียไปหมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าจะทานผลไม้ควรทานก่อนหรือหลังอาหารสัก 1-2 ชม. ขณะท้องว่าง เพื่อให้ร่างกายได้ดูดซึมวิตามิน สารอาหารและไม่รบกวนระบบการย่อยอาหารด้วย เหตุผลที่สองคือ น้ำย่อยในกระเพาะถือว่าเป็นธาตุไฟครับ ถ้าทานผลไม้ฤทธิ์เย็นเข้าไปก็จะส่งผลให้อาหารย่อยไม่ดี เกิดวงจรอุบาทว์ดังเช่นข้างบนอีกเหมือนกัน

.

มาถึงข้อสุดท้ายแล้ว เป็นไงบ้างครับ คอตกรับผิดกันเป็นแถวเชียว ยังครับมารับรู้ความผิดของตัวเองกันในข้อนี้ต่อ ทานน้ำอะไรกันครับ บางคนชอบทานน้ำอัดลมมาก ดื่มทุกวัน ไตก็ต้องทำงานกรองน้ำให้สะอาดหนักกว่าเดิม เครื่องกรองน้ำยี่ห้อแอมเวย์สามารถกรองโค้กให้กลายเป็นน้ำเปล่าได้ แต่อายุการใช้งานไม่ถึงปีก็ต้องเปลี่ยนหัวกรอง ทว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนไตได้ครับ ถ้ายังอยากให้ไตอยู่คู่กับเรานานๆแล้ว คุณคงรู้ว่าต้องทำอย่างไร อีกอย่างน้ำอัดลมน้ำเป็นน้ำที่ผ่านกรรมวิธีทางเคมี ใส่น้ำตาลจำนวนมาก กินเข้าไปมีแต่ผลเสียครับ ยิ่งอัดแก๊สอีก กินเข้าไปท้องก็อืด การย่อยอาหารก็ไม่ดี เสียเงินไปทำร้ายร่างกายตัวเองเปล่าๆ

พวกชาพร้อมดื่มบรรจุขวดก็เหมือนกันไม่มีอะไรนอกจากน้ำตาลและคาเฟอีนปริมาณมากผสมน้ำนำมาขาย แต่ถ้าเป็นชาจีนร้อนๆชงจากกาก็ควรจะเว้นระยะหลังอาหารสักครึ่งชม.ครับ เพราะชามีฤทธิ์เย็น ทำให้อาหารไม่ย่อย รวมทั้งยังส่งผลต่อร่างกายในการดูดซึมธาตุเหล็กและโปรตีนอีกด้วย กาแฟก็ไม่ควรทานอย่างที่เคยพูดไว้ บางคนเถียงข้างๆคูๆ "กาแฟหอมนะหมอ" หอมครับผมไม่เถียง แต่มันไม่ดีครับ เดี๋ยวไอเดียบรรเจิดไม่เป็นหมอแล้ว ผลิตยาดมรสกาแฟดีกว่า ท่าจะรุ่ง

.

ครบห้าข้อแล้ว โอย เหนื่อย เอนทรี่นี้ยาวเป็นบ้า แต่ก็จำเป็นต้องเขียน เพื่อประโยชน์สุขของมวลชน 555 ว่าไปนั่น ที่เขียนมาให้อ่านนี้เพราะหวังดีจริงๆครับ อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตอย่างถูกต้องเพื่อจะได้ห่างจากโรคภัยไข้เจ็บ อย่างที่บอกครับ หมอไม่อยากรักษาคนไข้หรอกครับ และหมอที่ดีที่สุดคือตัวคนไข้เอง เพราะพวกผมไม่มีทางอยู่กับคุณได้ตลอด ความสำเร็จไม่ใช่ได้มาเพียงชั่วข้ามคืน แต่ต้องผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน สุขภาพที่ดีไม่ใช่ว่าป่วยแล้วไปหาหมอ ได้ยามาทานแล้วหาย แต่เป็นหน้าที่ของตัวคุณเองที่ต้องดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง


ขอให้พวกเราชนะโดยไม่จำเป็นต้องออกกระบวนท่าครับ

.
.
.


ขอบคุณไอเดียจาก คุณหมอแดง ทำให้ผมมองเห็นทางใหม่ๆในการรักษาโรค



ปล. เขียนไปนึกถึงเพื่อนหลายๆคนไป

คุณหมูดีครับ เอนทรี่นี้ยาวหน่อย อนุญาตให้แบ่งอ่านได้ครับ แต่ต้องอ่านนะครับ

ฮาจิ คิดถึงแกนะ มีความรู้สึกว่าแกต้องกินน้ำผิดแน่ๆ อิๆ

พี่รัตน์เอาไว้เตือนคนข้างตัวนะครับ

โอ๊ะ เรื่องอาการภูมิแพ้ลองดูตัวเองสิว่ากินน้ำผิดแบบนี้หรือเปล่า

ชะเอม อาการเป็นไงบ้างครับ พอจะทานน้ำได้อย่างที่บอกไหม

โรส ตัดสินใจได้ยังอะ เงียบหายเชียว เป็นกำลังใจให้นะ

นุช หายไปไหนอะ

คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะครับ

ปลล.
If you trust me, if you love me ก็นำไปปฎิบัติตามนะครับ อีกอย่างความรู้ควรแบ่งปันครับ คนไม่รู้เรื่องนี้ยังมีอีกมาก ขอให้บอกต่อๆกันไป ขอบคุณครับ

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผิดนู่นนิดถูกนี่หน่อย แต่ โดน.. ข้อ.. 3 ... เต็มๆ .. ค่ะ .. *คอตก* ไอติมก็ลดแล้ว กรณีน้ำเย็นก็ต้องปรับปรุงด้วยนะเนี่ยเมธ์ แง่มๆๆๆ

ส่วนเรื่องกินน้ำหลังกินข้าวเสร็จทันที อย่างนี้พวกที่ชอบกินอาหารเผ็ดๆแบบน้ำหูน้ำตาร่วง กินไปซดน้ำตามไป ก็แย่เลยใช่มั้ยคะเนี่ย o_O

ปล.1 ยาดมกลิ่นกาแฟ โอ้ว้าว ไอเดียบรรเจิดนะคะ
ปล.2 Intro เอนทรี่นี้เป็น Hook ที่ดีมากๆนะนี่ ปรบมืออออออออออออ แปะๆๆๆๆๆๆ

#1 By maebin on 2007-09-30 10:04

ค่ะ เรื่องนี้ดีจริงๆๆๆ แล้วจะส่งต่อให้เพื่อนๆๆอ่านกัน เรื่องดีๆๆ ต้องแบ่งปัน

อย่างน้อยตุ้มเป๊ะไม่ต้องออกกระบวนท่าน่าจะประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์นะ ที่เหลือก็ต้องไปปรับปรุงใหม่โดยเฉพาะกาแฟ แต่คงไม่ยากเพราะเคยเลิกได้มาก่อน

#2 By ตุ้มเป๊ะ on 2007-09-30 11:24

ขอบคุณค่ะคุณหมอเชน
อ่านเนื้อเอนทรีไปได้ครึ่งนึงแล้วค่ะ
แฮะๆ .. เดี๋ยวมาอ่านใหม่เพิ่มเติมนะคะ
เจอไป 2 ข้อแรก ก็รู้ว่าดื่มน้ำผิดวิธีแล้ว ..
ตามไปลิงค์คุณหมอแดงด้วยค่ะ ..
ขอเอาไปแปะลิงค์ที่บลอคด้วยเลยนะคะ

#3 By moodee on 2007-09-30 11:46

โอ้วนั่งอ่านจนจบถึงกับเหนื่อยเรยคะ555
เข้ามาอ่านหลายเอนทรี่แร้วแต่ก้อยังไม่มีโอกาสได้เม้นสะทีแหะๆคราวนี้เรยจัดการอ่านพออ่านจบป้าบถึงกับคอตกอย่างที่หมอว่าเรยอิอิ ทานน้ำผิดอย่างร้ายแรงเรยปัจจุบันก้อทานน้ำกรองของแอมเวย์อ่าคะเด๋วจะไปเอาไปปรับปรุงอย่างด่วน
ขอบคุณสำหรับสิ่งดีๆๆนะคร้า
ขอบคุณมากๆเลยนะคะ อย่างเรื่องน้ำดื่มอ่ะค่ะ บางเรื่องก็ยังไม่เคยรู้มาก่อน อ่านแล้วก็คิดถึงตัวเองขึ้นมา มีบางอย่างที่ยังทำแบบผิดๆอยู่ ขอบคุณนะคะ สำหรับคำแนะนำดีๆ ^^
ปล...เห็นด้วยนะคะ ที่ว่าถ้าเรามีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ดีขึ้น ก็ถือว่าเป้นการป้องกันการเจ็บป่วยที่ดีที่สุดค่ะ

#5 By (203.209.96.54) on 2007-09-30 13:46

พี่หมอเชนใจร้าย..... มาว่าปอนทำไมเนี่ยะ... พฤติกรรมที่ถูกต้องของปอนแค่ข้อ 5 ข้อเดียวเองอ่ะ... แต่กินน้ำเยอะเนี่ยะปอนค่อยๆ กินตลอดทั้งวัดแหล่ะครับ แต่ขอกินน้ำเย็นนะนะนะ เพราะกินน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนทีไรคลื่นไส้ทุกทีเลยอ่ะ...

ที่ปอนถามเมื่อเอนทรี่ที่แล้วพี่หมอไม่เห็นตอบปอนเลย

#6 By ปอนปอน on 2007-09-30 13:47

ก่อนอื่นขอบอกว่า หนูชอบพระเอกฤทธิ์มีดสั้นเวอร์ชั่นนี้มั่กๆ พี่แกหล่อดี
ตอบคำถาม
1. เชื่อว่าควรดื่มแต่พอดี ดื่มมากไปก็เข้าห้องน้ำบ่อย
2. ถ้าน้ำเปล่าปกติ ดื่มแก้วละ 500มล.จิบทั้งวัน วันละ 2 แก้วค่ะ
3. ตอนเช้าดื่มน้ำอุ่น (ที่เหลือจากการชงกาแฟ) บ่ายดื่มน้ำธรรมดา
4. ดื่มทั้งวันค่ะ ตอนเช้าตื่นมาก็ดื่ม 1 แก้วใหญ่แล้ว (ถ้ารวมจิบระหว่างวันก็เท่ากับ 3 แก้ว)
5. ปกติดื่มน้ำเปล่าธรรมดา มีกาแฟ 1 แก้วตอนเช้า บ่ายๆอาจมีชาสมุนไพรพวกใบหม่อน ดอกคำฝอย มะตูมบ้าง แล้วแต่ความขยันต้ม

ปล.เห็นชื่อที่อ้างอิงตอนท้าย ตอนนี้กำลังตัดสินใจค่ะ มีเวลาอีกเดือนกว่าๆ ยังหาข้อมูลอยู่เลยค่ะ
ขอบคุณคุณชายเหลียงที่เป็นห่วง ข้าน้อยขอคารวะ
มาต่ออีกนิดนึง
ตอนนี้เลิกน้ำอัดลม น้ำเย็น(ดื่มบ้างแต่น้อยมาก ส่วนมากดื่มนอกบ้าน อยู่บ้านไม่ดื่มเลย) ส่วนกาแฟเลิกไม่ได้จริงๆ แล้วก็เลิกไอติม น้ำปั่น หวานเย็นทุกชนิด เพราะกินแล้วหายใจไม่ออก
#5 มาเม้นให้แล้วนะคะ แต่ลืม log in เหอๆ เดี๋ยวนี้ชอบหลงๆลืมๆอ่ะค่ะ

#9 By Nuu*DeAiN on 2007-09-30 14:03

พี่หมอเชนคร้าบ
เอนทรี่ยาวเบื๋อย เลยยังอ่านไปได้น้อยนิด
คือช่วงต้น และที่เกี่ยวกับกาแฟ
ปกติก็จะดื่มน้ำเปล่าอุณหภูมิห้องอยู่แล้วอ่ะค่ะ และไม่ชอบน้ำอัดลมเลย ชาก็ไม่ค่อยดื่ม จะติดแต่กาแฟนั่นแหละน้า ยังไงขอซักหน่อยได้ไหม กาแฟนี่ อดยากจัง
ช่วงกลางจะแวะมาอ่านอีกทีคร้าบ

#10 By ระหว่างทาง on 2007-09-30 14:05

เรื่องดื่มน้ำให้ถูกวิธีก็พอรู้มาบ้างค่ะ แต่คุณหมอเชนให้รายละเอียดชัดเจนมากค่ะ

สรุปว่ายังต้องปรับปรุงตัวอยู่ดีค่ะ

จะพยายามนะคะ จะได้ไม่ต้องไปหาหมอบ่อยๆ

#11 By Orm & Hai on 2007-09-30 14:22

โอ้โห ความรู้มากมาย ยาวเป็นหางว่าว เลย ^o^
ตอนนี้ก็ดื่มน้ำ เยอะขึ้นแล้วนะคะ รู้สึกดีขึ้น สดชื่น
พยายาม จิบน้ำระหว่างวัน แต่มีผิดหลักการอยู่ตรงที่ ชอบดื่มน้ำระหว่างทานอาหาร กะหลังอาหารค่ะ
หลังอาหารนี่กินที 2 แก้วใหญ่เลย
.
ตอนนี้ ชงน้ำขิงร้อนๆ จิบแทนการดื่มกาแฟละค่ะ น่าจะแก้อาการหนาวได้ ป้องกันไว้ๆ เดี๋ยวต้องสังเกตหนาวนี้ ว่าอาการจะเป็นยังไง เป็นน้ำขิงผสมงาดำน่ะค่ะ น่าจะใช้ได้เนอะ

#12 By cha_ame on 2007-09-30 15:08

ตอนนี้ที่พยายามอยู่คือลดน้ำอัดลมค่ะ เมื่อก่อนอดได้เด็ดขาดมาก นานๆ ทีจะดื่มสักครั้ง แต่ตอนนี้มาทำร้าน แถมมีตู้แช่ด้วย มือมันเลยพาลไปหยิบ หลังๆ ถ้าเกิดอยากกินอะไรหวานๆ จะบังคับให้มือไปหยิบนมเปรี้ยวแทน อย่างน้อยก็มีประโยชน์กว่ากัน

ไม่ดื่มน้ำเย็นค่ะ กินน้ำเย็นไม่ได้ โดยเฉพาะตอนเช้าเพราะเป็นภูมิแพ้ น้ำเย็นกินได้เฉพาะช่วงกลางวัน ค่ำๆ มาก็กินไม่ได้อีก จามค่ะ จามแบบน่ารำคาญมาก เลยกินน้ำธรรมดาจนเป็นนิสัย

น้ำอัดลมก็ลดๆ ลงได้บ้าง แต่กาแฟเย็นยังลดไม่ได้ กินทั้งวัน

เอนทรีนี้ของคุณหมอได้ความรู้มากๆ ค่ะ

#13 By นกจร on 2007-09-30 16:01

โห นู๋ผิดทุกข้อที่กล่าวมา
อ๋อ ไม่ดูแลตัวเองเลยเรา
โอ๊ะนิสัยเสียค่ะ ทานน้ำเมื่อหิว ทานข้าวเมื่อหิว ทุกอย่างเอาแค่อิ่ม เอาแค่พออยู่ได้ รู้แล้วค่ะทำไมปวดหลัง ปวดท้องทุกเดือน เมื่อถึงวันนั้น สงสัยต้องคิดใหม่ทำใหม่แล้วค่ะ
..... จะถามพี่หมอด้วยว่า โอ๊ะกินกาแฟทุกวันค่ะ เพราะเวลาพักผ่อนไม่มี ติดกาแฟสดด้วย อยากเลิกค่ะ แต่ทำลำบาก เหตุเกิดจากความง่วงด้วย พี่หมอมีวิธีแนะนำมั้ยค่ะ คือคาเฟอีน มีผลต่อความสวยด้วย อิอิ
#####มาเรียนเชิญพี่หมอไปขึ้นบ้านใหม่ค่ะ อยากเริ่มต้นทุกอย่างใหม่ ยังไงก็ตามนู๋มาน่ะค่ะ

#14 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-09-30 19:29

อ่อ ลืมค่ะ จะถามพี่หมอว่า เขาสำนึกตนเนี่ย ชื่อเขาอะไรค่ะ กำลังถกเถียงกับบรรดาจอมยุทธ์อยู่ค่ะ
ช่วงนี้ก็ชอบดูหนังจีนอยู่ค่ะ มีเรื่องหนึ่ง โดนธนูปักเป็นสิบดอก ยังเดิน เอ๊ะ อ่ะ อ๊าก จ๊าก ไม่ตายสักที โอ๊ะนั่งหัวเราะเลย พี่เขาถามขำอะไร คือว่า ถ้าเป็นข้าน้อย ตายตั้งแต่ดอกแรกและค่ะ อิอิ
คืนนี้ฝันดีน่ะค่ะ ศิษย์พี่

#15 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-09-30 20:16

ขอบคุณมากกกกกก.....ครับพี่หมอเชนสบายใจขึ้นมากโข... คงต้องไปหาหมอนวดเจ้าประจำหน่อยเสียแล้ว... พอดีว่าวันนั้นใช้งานหนักด้วยน่ะครับทั้งทำข้อสอบแล้วก็ต้องขับรถด้วยมันก็เลยแย่น่ะครับ

#16 By ปอนปอน on 2007-09-30 20:27

Miss u P'Mor Chain!
I like this song in this enttry jung ka.
I love to drink water,but not too much.

#17 By ย้งยี้ on 2007-09-30 20:52

พี่เชียร์เอาเราไปเผารึป่าวนี่อิอิ
แวะมาก่อนนอน
ราตีสวัสดิ๊คะพี่หมอเชนหลับฝันดีนะคะ
โอ้วววว พออ่านถึงที่บอกว่า ดื่มน้ำมากๆ แล้วก้อยังหิวน้ำอีก อันนี้เรื่องจริงค่ะ นู๋ก้อแปลกใจเหมือนกัน ณ บัดนี้ รู้แล้วคร่า จะพยายามปรับเปลี่ยนอย่างตั้งใจค่ะ หุหุ
ปล มีประโยชน์เหลือหลาย วู้ๆๆๆ แต่ว่าก้ออยากกินไอติมอ่า แหะๆๆ

#19 By ** 阿旺 ** (58.38.90.48) on 2007-09-30 22:39

แห่ะๆๆๆ มารับผิดค่ะ
ดื่มน้ำน้อย ดื่มเฉพาะเวลากินข้าว ดื่มทีหมดสองขวดเลยขวดแบบที่ขาย7บาทอ่ะ แห่ะๆ แล้วก็ไม่ชอบดื่มน้ำเย็นนะ แต่ดื่มน้ำปั่น ช่วงหลังๆดื่มน้ำปั่นน้อยลงแล้วนะพอดีน้ำปั่นขึ้นราคา ไม่มีเงินซื้อ เหอๆ

อย่างน้อยก็...ไม่ชอบน้ำอัดลมแหล่ะ เหอๆๆ

ว่าแล้วก็เดินไปกินน้ำดีกว่า

#20 By ดินสอทราย on 2007-09-30 23:18

ขอบคุณค่ะ คุณหมอ
ยังอ่านไม่จบ เดี๋ยวมาต่อใหม่ค่ะ

#21 By ~ N ~ on 2007-09-30 23:37

เป็นคนนึงที่ดื่มน้ำน้อยมากคะ น้ำปล่าวนะคะ วันละแค่แก้วสองแก้วเอง บางวันแทบไม่ได้ดื่มเลย ชอบดื่มน้ำอัดลมมาก มาก ก็ว่าได้ แต่ตอนนี้ว่าจะลดแล้วคะโรคภัยเริ่มถามหา
อ่านจบแล้วค่ะ ..
อ่านแล้วขำภาษาคุณหมอบอกไว้
เอิ๊กกกก ช่างเป็นคุณหมออารมณ์ดีจริงๆ
อ่านแล้ว .. " คอตกกันเป็นแถวเชียว " จริงอย่างที่บอก
แหละค่ะ ทำตรงกันข้ามอย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ข้อแรกยัน
ข้อเกือบสุดท้ายเลยล่ะค่ะ .. ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
การดื่มน้ำเปล่า น้ำเย็น น้ำอัดลม และการทานของเย็นๆ
เคยรู้สึกว่าดื่มน้ำเย็นๆ เวลาร้อนๆ เนี่ย ชื่นใจ๊ ชื่นใจค่ะ
.. ระหว่างทานอาหารก็จะเป็นน้ำแดงกับน้ำแข็งอยู่พักนึง
เป็นเดือนเลยค่ะ ต้องน้ำแดงทุกวัน เพื่อนว่าสงสัยกุมารเข้าสิง
ตอนนี้เลิกน้ำแดง ยังต้องพยายามเลิกน้ำแข็ง น้ำเย็นอีกหน่อย
เพื่อการไม่ต้องไปหาคุณหมอ เนื่องจากอาการป่วยไข้เนี่ย ต้อง
ทำได้แน่ๆ อยู่แล้วค่ะ .. เพราะเรากลัวการไปหาหมอและกินยา
มากกว่าการงดทานของเย็นค่ะ ..

#23 By moodee on 2007-10-01 00:34

ข้าน้อยเป็นคนชอบทาน น้ำซุบมากๆ ตอนอยู่ที่บ้าน ป้าจะต้องทำให้ทาน วันหนึ่งก็หม้อหนึ่ง ส่วนใหญ่ถ้าตักลงมาในถ้วยใหญ่ ข้าน้อยจะกระดกคนเดียว


เวลาทานน้ำก็จะดื่มก่อนนอนกับตอนเช้า แต่ไม่ได้แบบจิยนะ เพราะรู้สึกคอแห้งแลเสียเวลา เลย รวดเดียวจบหนึ่งขวดเล็กประมาณนั้น
ผิดหมดเลยง่ะ

#24 By knights of gemini on 2007-10-01 06:01

ขอบคุณที่บอกสาระดีๆของสุขภาพอยู่เสมอๆนะคะ
จะจำคำแนะนำแล้วไปปฏิบัติตามคะ

#25 By bakabo (~^) on 2007-10-01 09:15

ลองวิธีดื่มน้ำตามที่หมอแนะนำมาตั้งแต่เจอกันแล้วอ่ะครับ รู้สึกว่า ขาดน้ำยังไงๆก็ไม่รู้ เพราะปรกติจะดื่มน้ำทีละประมาณ 300-400 cc. แต่ตอนนี้ต้องดื่มทีละอึกและดื่มบ่อยๆ ปัญหาคือเวลางานติดพัน บางครั้งสองสามชั่วโมงที่ไม่มีเวลาลุกไปดื่มน้ำ เลยเหมือนๆกับดื่มน้ำน้อยไปโดยปริยายครับ แต่ตื่นเช้ามา 1 ลิตร แน่นอนครับหมอ อิ่มดี ประหยัดค่าข้าว สบายดีนะครับ

ปล. ไปถ่ายรูปมาแจ่มมากครับหมอ คางเป็นคางพุงเป็นพุงเลยผม

#26 By *~ Love is all around ~* on 2007-10-01 09:52

^-^

สวัสดีครับพี่หมอ
ผมคอตกจนคอหลุดแล้วครับพี่
ขอบคุณความรู้ที่พี่มอบให้นะครับ
แล้วจะพยายามกินน้ำมากๆครับ

#27 By ::poompuien:: on 2007-10-01 13:11

อิอิ ... รู้ไว้ใช่ว่า
จะได้เอาไปปรับปรุงตัวเอง ........ เลิกนิสัยการกินบางอย่างซะที

#28 By !2know ++ on 2007-10-01 13:45

บ่ายนี้อู้งานแล้วค่ะพี่หมอ..
รู้สึกปวดศรีษะ คิดอะไรไม่ออก เลยไม่ฝืนดีกว่า สงสัยวันนี้ต้องรีบเข้านอน ซ่ะแล้ว แต่วันนี้ต้องอยู่บ้านคนเดียว ก็คงนอนไม่เต็มตื่นอีก เพราะกลัว....
ช่วงนี้เหนื่อยๆ ล้าๆ กับงานจังค่ะ แต่ก็สู้ๆค่ะ
ปล. กว่าพี่จะกลับมาเบอร์ที่พี่รัตน์ให้ จะหมดอายุก่อนมั้ยค่ะ แฮะๆๆๆๆ

#29 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-01 14:13

ผิดอย่างร้ายแรงมาตลอดชีวิตเลยค่ะพี่หมอเชน
กินน้ำเย็น แล้วก็กินน้ำระหว่างกินข้าว ด้วย
แต่ต่อไปนี้จะพยายามแก้แล้วค่ะ >_<
/me ทำคอตกยอมรับผิดแต่โดยดี

ปล. ขอบคุณพี่หมอเชนที่ให้ข้อมูลดีๆด้วยนะคะ ^^"

#30 By ^K@ew^ on 2007-10-01 17:48


อ่านไป คิดถึงตัวเองไป เง้อออ.... ทำร้ายร่างกายตัวเองไปแยะแล้วว

#31 By p@ndaprincess on 2007-10-01 17:50

เด๋วจะไปเที่ยวเผื่อนะคร้าพี่หมอเชน
ปล.แวะมาบอกว่าฝันดีคะ
อากาศที่โน่นเป็นไงบ้างคะสบายดีไหมเอ่ย
อุ๊ย! หลงเข้ามาค่ะ
..."คนเรารักกันยาก รักกันยากแล้วยังอยากรักกันไป ทำไมน่ะทำไม ทำไมรักไม่ง่ายอย่างนี้" แฮะๆๆ หลงมาแล้วขอสักเพลงก่อนหนีไปนอน อิอิ คงไม่เคยฟังใช่มั้ย เก่ามากค่ะเพลงนี้...
หนีไปนอนก่อนค่ะ..แงๆๆๆ คืนนี้นอนคนเดียว ไม่มีคนอยู่ด้วยเลย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองลูกด้วย กลัวๆๆๆ
ไปแล้วค่ะ...

#33 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-01 22:50

พี่เชน... เมธ์เพิ่งนึกออกอย่างนึงอะค่ะ
คือ ถ้าเรื่องเวลากินน้ำพร้อมกับตอนกินข้าว
แล้วอย่างนี้ กรณีก๋วยเตี๋ยวน้ำ ไม่ก็สุกี้ล่ะคะ

#34 By maebin on 2007-10-01 22:52

ดื่มน้ำผิดวิธีเยอะเลยเรา เอนทรีนี้มีประโยชน์มากเลยเชน
ขอบใจจ้า เดี๋ยวเอาไปบอกชาวบ้านต่อ :)

เจไปเยาวราชคนเดียวน่ะ เลยไม่ค่อยได้ชิมอะไร กลัวกินไม่หมด

#35 By จ๊ะเอ๋ on 2007-10-02 01:35

เล่นลงรูปประกอบไว้แบบนี้...
ชวนให้คิดได้ว่าเชนกำลังจะบอกทุกคนว่า
สุดยอดของการเป็นหมออยู่ที่ "การมีกำลังภายใน"




ฮ่า ฮ่า...... แล้วก็จริงๆ ด้วยนะคะ อิอิ การที่มีร่างกายที่แข็งแรงจากภายในช่วยป้องกันโรคได้ดีที่สุด

เป็นคนดื่มน้ำน้อยมากกกกกกกกกกกกกก วันนึงเกือบจะไม่ถึงหนึ่งแก้วค่ะ

แหะๆ

#36 By Hongfha on 2007-10-02 07:20

ป.ล. มาเยี่ยมช้ามาก.....ไม่โกรธกันใช่มั้ยคะเชน

แหะๆ ขอโทษด้วยค่ะ

#37 By Hongfha on 2007-10-02 07:22

...

ได้ทบทวน ได้จดจำ ได้ปฏิบัติ
ได้สุขภาพดีดี

ขอบคุณค่ะ

...

#38 By กะจิ๋วหลิว on 2007-10-02 12:23

พี่เซนหวัดดีค่ะ
สบายดีรึเปล่าคะ.......ช่วงนี้ถ้าว่างปุ๊บไปเที่ยวทันทีเลยอะ.....ไม่รู้เป็นไง
...
มีคนทักว่า ดาวดื่มน้ำน้อยอะ อันนี้ไม่แน่ใจเพราะว่าตอนดื่มก็ไม่มีใครมามองเราด้วยอะค่ะ
...
แบบว่า อยากรู้ว่าจะรู้ได้ไงว่าเราดื่มน้ำมากหรือน้อยในแต่ละวันอะค่ะ

#39 By GoddessIsis on 2007-10-03 08:56

แป๊ะบลอคไว้ก่อนเดี๋ยวมาอ่าน

มาบอกว่า น้องเขายังไม่ติดต่อมาเลยคะ
ถ้าน้องเขาติดต่อมายังไง จะมาเล่าให้ฟังนะคะ

ขอบคุณ

#40 By ฟ้าบ่กั้น on 2007-10-03 09:15

กว่าจะอ่านจบ

ผิดทุกอย่างเลยค่ะเพราะเป็นคนชอบทานน้ำก่อนทานข้าวแล้วปกติก้ไม่ค่อยได้ดื่มเพราะทำงานเพลิน
ส่วนกาแฟ ไม่ดื่มอยู่แล้วทรายจะเน้นที่ชามากกว่าค่ะ แต่ก็อีก ชาร้อนหาทานตามปกติยากเวลาไปไหนมาไหนก็จะได้ชาขวดตามร้านสะดวกซื้อ
ต้องหัดเปลี่ยนพฤติกรรมซะแล้ว
ขอบคุณหมอเชนค่ะสำหรับความรู้

#41 By # li DarK_SpritE il # on 2007-10-03 10:23

วันนึงทำงานจนลืมไปเลยนะคะ ว่ายังไม่ได้ดื่มน้ำ...

#42 By pukkie on 2007-10-03 22:56

แหงะ...
ยังชอบน้ำเย็นๆ แล้วก็ยังชอบเบียร์เย็นๆอยู่เลยอ่ะแก
แต่เราดื่มเกิน 8 แก้วนะ (หมายถึงน้ำนะ ไม่ใช่เบียร์)

คิดถึงแกมากเลยว่ะหมอ
คอมพังอ่ะ เซ็ง
เข้ามานี่ก็อ่านไม่ดวก เด๋วเจ้านายเหน
ชีวิตลำเค็ญจริงๆเลยกู -*-

#43 By @ I'm a Box @ on 2007-10-04 08:47

แหงะ...
ยังชอบน้ำเย็นๆ แล้วก็ยังชอบเบียร์เย็นๆอยู่เลยอ่ะแก
แต่เราดื่มเกิน 8 แก้วนะ (หมายถึงน้ำนะ ไม่ใช่เบียร์)

คิดถึงแกมากเลยว่ะหมอ
คอมพังอ่ะ เซ็ง
เข้ามานี่ก็อ่านไม่ดวก เด๋วเจ้านายเหน
ชีวิตลำเค็ญจริงๆเลยกู -*-

#44 By @ I'm a Box @ on 2007-10-04 08:47

มีน้ำอะไรดื่มแก้เหนื่อยดีๆ บ้างมั้ยค่ะ
ช่วงนี้งานยุ่งหัวฟูเลยค่ะ

#45 By Oh_o! ~*~ step up~*~ on 2007-10-04 13:26

อ่านแล้วให้ความรู้ดีจังอะพี่เชน
ใกล้ตัว
เมื่อก่อนแป้งก็ติดกินน้ำเย็น
เดี๋ยวนี้เลิกกินละ
กินน้ำธรรมดา

#46 By simplified on 2007-10-05 02:36

ตอนนี้เครียดมากเลยอ่ะพี่เชน
เครียดกะการกินน้ำเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆๆ
ล้อเล่นนนน
กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวค่ะ เพราะช่วงที่เอ๋กินน้ำเยอะที่สุด คือตอนกินข้าว ปกติไม่ค่อยกินน้ำ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
มั%

#47 By เอ๋ (58.33.203.250) on 2007-10-05 04:20

ตอนนี้เครียดมากเลยอ่ะพี่เชน
เครียดกะการกินน้ำเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆๆ
ล้อเล่นนนน
กำลังอยู่ในช่วงปรับตัวค่ะ เพราะช่วงที่เอ๋กินน้ำเยอะที่สุด คือตอนกินข้าว ปกติไม่ค่อยกินน้ำ ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
มันคือความผิดสองกระทง
แต่อ่านเจอแล้วไม่คอตกน๊า อ่านเจอแล้วฮา อิอิ
ฮาเพราะมันโดนๆๆๆๆๆๆๆๆ
(พี่ลองดูเวลาที่เอ๋เม้นท์นะ ตื่นมาเพื่อเม้นท์ให้พี่เลยนะเนี่ย แล้วค่อยโหลดเพลงเป็นจุดประสงค์หลัก ฮ่าๆๆๆๆๆๆ )

#48 By เอ๋ (58.33.203.250) on 2007-10-05 04:21

เรียนรู้จบกระบวนท่าดื่มน้ำเพื่อสุขภาพแล้ว ต้องไปปฏิบัติให้เป้นจริง

#49 By * Jetkaro ShowtimE * on 2007-10-05 10:30

โอ้นี่เราเดินทางผิดมาตลอดเลยนะเนี่ย แต่พอรุ้อย่างงี้แล้วก้เริ่มให้ความสนใจกับการกินนําซึ่งเป็นเรื่องที่เรามักจะมองข้ามกัน แต่มันก็ยากอยู่อ่ะนะที่จะเปลี่ยนนิสัยที่ทำมาเป็นเวลาน๊านนานแสนนาน แต่ก็สู้ๆๆ เพื่ออนาคตที่สดใส

#51 By พี่ฟาด (58.33.206.128) on 2007-10-05 22:55