ปรัชญาดอกไม้ริมทาง - นอน นอนเถิดนอน อยากให้เธอเข้านอน
posted on 25 Oct 2007 15:17 by aunlamun in Buddhism, Doctor-World, Music-therapy, Quotation
ช่วงนี้ไม่ได้อัพจนเพื่อนแซวว่าจะรอให้ครบร้อยคอมเมนท์ก่อนหรือไง (หุๆน่าสนใจ) จริงๆแล้วที่หายไปเพราะเกิดแรงกดดันเล็กน้อยครับ เพราะข้อเขียนครั้งหลังๆชักจะแหวกแนวไปจากที่เคยเป็น ไม่ค่อยจะเกี่ยวกับแพทย์จีนและอีกอย่างก็ไม่ได้เขียนหรือกลั่นกรองออกมาด้วยความคิดตัวเองสักเท่าไร เพียงแต่ไปหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาแบ่งปันเฉยๆ
คุณแชมป์อุตส่าห์ตามคอยดูงานเพื่อจะส่งขึ้นฮอตให้อยู่จะเขียนซี้ซั้วมั่วแหลก ก็เกรงใจ แต่หัวมันก็โล่งจริงๆครับ ไม่รู้จะเขียนเรื่องอะไรดี อีกอย่างช่วงนี้ก็เรียนหนักด้วย ไม่ค่อยมีเวลามานั่งละเลียดค่อยๆคิดค่อยๆเขียน
พูดถึงเรื่องเรียน เทอมนี้ได้เรียนตัวที่ชอบมากอยู่สองตัว คือ คัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง กับ คัมภีร์ชางหันลุ่น ทั้งสองเล่มเป็นคัมภีร์แพทย์แผนจีนโบราณ เล่มแรกอายุราวสองพันกว่าปี เล่มหลังเป็นน้องกว่าเล็กน้อยอายุเกือบสองพันเหมือนกัน สำหรับคนที่ต้องการเป็นหมอจีนทั้งสองเล่มนี้ถือเป็นวิชาบังคับครับ
ถ้าจะพูดถึงทางทฤษฎีการแพทย์ก็ต้องยกให้
หวงตี้เน่ยจิง เขาครับ องค์การอนามัยโลก (WHO)
นิยามคำว่า
“สุขภาพ (Health)”
ว่า ต้องแข็งแรงทั้งกาย ทั้งใจ และทางสังคม แต่ความจริงข้อนี้หวงตี้เน่ยจิงได้บันทึกไว้ตั้งแต่เมื่อสองพันปีก่อนแล้ว เรียนไปก็ทึ่งไป
ช่วงนี้ตาผมเลยเหมือนมีแว่นตาของคัมภีร์โบราณครอบอยู่ มองทุกอย่างเป็นหยินและหยางประหนึ่งนีโอมองโลกเป็นตัวอักษรประหลาดสีเขียววิ่งไปมาอย่างในเมทริกซ์
จึงเป็นที่มาของหัวข้อในวันนี้ครับ
ช่วงนี้ที่หน้าหมู่บ้านที่ผมอยู่เขาปลูกพุ่มไม้เล็กๆ มีดอกไม้หลากสีเป็นแถบเลยครับ ตอนเช้าดอกไม้ก็ค่อยๆเบ่งบาน พอตอนเที่ยงก็เชิดชูดอกรับแสงอย่างเต็มที่ แต่พอตกเย็นก็ค่อยๆหุบกลีบลง แล้วหุบสนิทเมื่อดวงอาทิตย์ ลับฟ้า
เพื่อนๆบางคนคงว่า
ปรากฎการณ์ธรรมชาติดีๆนี่เอง เอามาพูดทำไม
นั่นสิครับ
ผมไม่มาเรียนอะไรพวกนี้ก็คงไม่สนใจ
แต่พอเรียนแล้วนี่เกือบตรัสรู้ทางการแพทย์เลยครับ ถ้าพูดเป็นภาษาเซน
ก็คือเกือบซาโตริ ซะแล้ว
พระพุทธเจ้าท่านหยิบใบไม้มากำนึง ตรัสสอนลูกศิษย์ว่า “รู้แค่นี้ก็พอแล้ว” ท่านต้องการจะบ่งบอกอะไรหรือ ตามความเข้าใจของผมคือ สัจธรรมมีอยู่ในทุกสิ่ง แม้กระทั่งในใบไม้แห้ง ความทุกข์ การเกิดแก่เจ็บตายก็อยู่ในใบไม้เหมือนกัน เพียงแต่คุณจะมองมันเจอไหม
ดอกไม้บานหุบตามเวลาในแต่ละวันนี่ก็เหมือนกัน ผมมองเห็นเป็นสัจธรรมการดูแลสุขภาพอย่างดีเลยเชียวครับ ผมพูดอยู่บ่อยๆว่า มนุษย์อาศัยอยู่กับธรรมชาติ เราอยู่ภายใต้กฎของจักรวาลเดียวกัน เพราะฉะนั้นเมื่อเรามองธรรมชาติก็สามารถนำบทเรียนดังกล่าวมาใช้กับตัวเราได้ ครั้งนี้ก็เช่นกันครับ
พูดง่ายๆคือ เราควรทำตัวเหมือนดอกไม้ เช้าตื่นมาเบ่งบาน กลางวันคึกคักเข้มแข็ง ตกเย็นผ่อนจังหวะ และหลับตาผ่อนคลายเมื่อยามดึก
ก็เรื่องปกตินี่
เอามาพูดอีกทำไม เดี๋ยวปั๊ดไม่อ่านต่อซะหรอก
ก็นั่นสิครับ
เรื่องปกติแท้ๆ ถามใครๆก็รู้ แต่แน่ใจเหรอครับว่าเพื่อนๆทำกันอย่างนี้
ผมว่าคงไม่ละครับ ไม่งั้นคงไม่เห็นคอมเมนท์บางคนโผล่มาตอนตีสอง
หรือบางคนไม่ได้นอนแต่อัพบลอกจนถึงตีห้า หรือจะเถียง...
.............................เงียบ...........................
ไม่มีเสียงคนเถียงแฮะ
ผมว่าสภาพทั่วไปตอนนี้ที่พบเห็นได้บ่อยคือ เช้าอ่อนเปลี้ยไม่อยากตื่น
กลางวันตาปรือ ตกเย็นเริ่มคึก กลางดึกตาสว่าง และก็วนเวียนไปเหมือนเป็นเงาที่กลับกับวงจรที่ผมว่าข้างบน
ของแบบนี้มันมีเหตุผลของมันนะครับ
ไม่ใช่ผมยกขึ้นมาพูดลอยๆ ผมจะอธิบายให้ฟังว่าทำไมเวลานอนเราถึงควรนอน
พวกเด็กดื้อทั้งหลายโปรดฟัง
ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า
ที่เราขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว มีสติ มีความคิด มีชีวิตอยู่ได้เนี่ย
เป็นเพราะเรามีธาตุหยางอยู่ ธาตุหยางเป็นธาตุของพลัง
เพราะฉะนั้นเมื่อเราทำกิจกรรมอะไรก็ตามล้วนแล้วแต่ใช้ธาตุหยางทั้งนั้น
ถ้าธาตุหยางพร่องหรือไม่พอ อาการที่ปรากฎก็คือ เหนื่อย เพลีย
ไม่อยากทำอะไรแม้กระทั่งขยับตัว จะพูดอีกแบบก็ได้ว่าระหว่างวันเราใช้พลังจากธาตุหยางโดยตลอด
ไม่มีสิ่งไหนหรอกครับที่ใช้แล้วไม่มีวันหมดแม้กระทั่งธาตุสุดหยางอย่างพระอาทิตย์ก็มีจุดดับเกิดขึ้นเรื่อยๆ และก็ต้องมีวันดับเข้าสักวัน เพราะฉะนั้นถ้าคุณไม่เติมธาตุหยางให้ร่างกายนั้นแล้ว วันนึงคุณก็จะดับ หายวับไปจากจักรวาล
ถ้าไม่อยากให้ดับก่อนวัยอันควรก็ต้องคอยหมั่นเติมเชื้อเพลิงให้ธาตุหยาง วิธีเติมก็คือการนอนหลับพักผ่อนครับ หยินและหยางจะสลับที่กันเป็นผู้นำในแต่ละวัน โดยกลางวันเป็นหยางและกลางคืนเป็นหยิน พอตกดึกหยางก็จะคล่อยๆกลับเข้าสู่ส่วนลึกของร่างกายไปพักผ่อน ชาร์จพลัง ปล่อยให้หยินออกมาวาดลวดลาย ช่วงเวลานั้นเราจะรู้สึกง่วงนอน อยากพักผ่อน เพราะหยางค่อยๆกลับเข้าไปสู่ร่างกาย ธาตุหยางเริ่มก่อกำเนิดตัวหรือจะมองเป็นว่าเริ่มเสียบที่ชาร์จแบตตั้งแต่เวลาห้าทุ่มเป็นต้นไป เพราะฉะนั้น ก่อนห้าทุ่ม ย้ำครับว่าก่อนห้าทุ่ม เราควรเข้านอนครับ เพื่อที่จะได้ให้ธาตุหยางกลับเข้าสู่ร่างกายไปชาร์จแบต เตรียมพร้อมรับมือกับวันใหม่
ว่าแต่
ตอนห้าทุ่มเพื่อนๆทำอะไรอยู่ครับ หึๆ
ทำงาน? เล่นคอม? เที่ยวกลางคืน? ดูหนัง?
คุยโทรศัพท์กับแฟน? บลาๆๆๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ล้วนแล้วแต่เป็นการขัดขวางไม่ให้ธาตุหยางกลับเข้าสู่ร่างกายไปเติมพลัง
ส่งผลให้ธาตุหยางไม่พอใช้ต่อไปในวันรุ่งขึ้น และต่อไปเรื่อยๆ
คุ๊ณณณณณณณ
ธาตุหยางนะสำคัญมากนะครับ
หน้าที่พื้นๆที่พอจะสรุปได้ก็เช่น ทำความอบอุ่นให้กับร่างกาย,
ทำให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติ, เป็นภูมิคุ้มกันโรค เป็นต้น
เพราะอย่างนั้นไงคนนอนดึกถึงได้เป็นโรคง่าย อ่อนแอ ร่างกายทำงานผิดปกติ
(อันนี้อย่าพึ่งมาเถียงผมนะครับว่าตอนนี้ชั้นนอนดึกแต่แข็งแรงจะตาย รอไปอีกสักสิบยี่สิบปีค่อยมาคุยกัน
)
ถึงตอนนี้จะยังไม่มีผลพิสูจน์ที่ชัดเจน แต่ก็มีการตั้งสมมติฐานกันแล้วว่า การนอนไม่เพียงพอ มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอ้วน เป็นต้น แม้ว่าฝรั่งยังอธิบายไม่ได้ แต่หวงตี้เน่ยจิงอธิบายไปตั้งแต่เมื่อสองพันกว่าปีก่อนแล้วครับ เพื่อนๆสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้เกี่ยวกับเรื่องการนอนหลับ โทษ และเกร็ดน่ารู้อีกมากโดยอธิบายเป็นภาษาวิทยาศาสตร์เข้าใจง่ายได้ที่บล็อกโลกนี้มันช่างยีสต์ของคุณแทนไท ขอบอกว่าอ่านแล้วมันส์มาก ได้ความรู้คู่ความยวน
ทุกวันนี้ผมนอนก่อนห้าทุ่มเสมอ
และก็ตื่นเช้ามาอย่างสดใส พลังหยางเต็มเปี่ยมพร้อมรับมือกับวันใหม่ น้องเชนขอสอง
ของแบบนี้จะเปลี่ยนแปลงให้เห็นภาพมันต้องใช้เวลาแต่ผมเชื่อว่ามันมีแต่ผลดีต่อสุขภาพของตัวเองครับ
และนี่คือสิ่งที่ผมเห็นจากการบานหุบของดอกไม้ในแต่ละวันครับ
.
.
ปล. อ้อ จะบอกว่านอนดึกแล้วตื่นสายชดเชยนี่ไม่มีผลต่อการชาร์จหยางนะครับ มันเลยเวลาชาร์จไปแล้วครับ
ปลล.
ชุมนุมสาว(ที่หยุดอายุไว้ที่) 18
อ่านแล้วโปรดตระหนักกลัวหน่อยนะจ๊ะ คืนปล่อยหงส์นี่เพลาๆเถอะหงส์
เชนว่าเปลี่ยนเป็นคืนปล่อยหงส์ไปนอนดีกว่า อิๆ

มาสเตอร์แชมป์
มุ่งมั่นแต่ของผลัดไปอีกนิดนึงนะค่ะ
แต่จริงๆแล้วหนูโรสก็พร้อมจะชาร์จพลังหยางตลอดเวลา เพราะอยากนอนทั้งวัน

แอบสะดุ้งไปเล็ก ๆ กับปลล
เดี๋ยวไว้มาอ่านใหม่อีกทีนะคะ
#1 By moodee on 2007-10-25 17:37