ตึ่ง ตึ๊ง ตึง ตึ๊ง ตอน : หนังสติ๊กดัดนิสัย~
posted on 29 Mar 2008 14:18 by aunlamun in Doctor-World, Music-therapy, Quotation
"โดเรม่อนนนนนนนนนนนนนนน" โนบิตะวิ่งเข้าห้องก่อนกระโดดเข้าใส่โดเรม่อนอย่างรวดเร็ว
"โนบิตะ นายเป็นอะไรไป" โดเรม่อนถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ลืมทำการบ้าน ตื่นสายไปเรียนไม่ทัน โดนอาจาร์ยให้ยืนหน้าชั้น โดนไจแอนท์แกล้ง โดนหมากัดเพราะไปเหยียบหางมัน โดนรถเฉี่ยวเพราะไม่ได้มองไฟแดง โดนแม่ว่าเพราะเอาแต่นอนกลางวัน โฮๆๆๆๆๆๆๆๆๆ"
"อืมๆ " โดเรมอนยกชาขึ้นจิบช้าๆ พร้อมยัดแป้งทอดคำสุดท้ายเข้าปาก
"นี่นายไม่เห็นใจชั้นเลยเหรอ" โนบิตะทวงถามความเห็นใจตามฟอร์ม ก่อนปล่อยโฮชุดที่สอง "โฮๆๆๆๆๆๆๆ"
และก็ดั่งเช่นทุกครั้งโดเรมอนทนหนวกหูไม่ไหวก่อนควักของวิเศษออกมาจากกระเป๋าสี่มิติ
"ฉันไม่อยากให้ของวิเศษนายอีกแล้วละ เพราะให้ไปก็ไม่เห็นนายจะดีขึ้นซักที เพราะฉะนั้นของวิเศษชิ้นนี้จะเป็นชิ้นสุดท้ายที่ฉันจะให้นายแล้วนะ ถ้าหากจะแก้ปัญหาต้องแก้ที่จุดเริ่มต้นสิ"
"จุดเริ่มต้น? อะไรที่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาละ?"
"ตัวนายเองยังไงละ" โดเรม่อนตอบ
.
.
ครับ ทุกปัญหานั้นผมว่าสามารถแบ่งออกเป็นสองประเภทใหญ่ๆได้ว่า
1. ปัญหาที่เกิดจากตัวเราเอง
2. ปัญหาที่เกิดจากคนอื่น
แต่บังเอิญว่า ปัญหาที่เกิดจากคนอื่นนั้นถ้ามองอย่างจริงจังก็จะรู้ว่า หากตัวเราเองไม่มองมันให้เป็นปัญหา มันก็ไม่ใช่ปัญหาครับ เพราะฉะนั้นจึงสรุปได้ว่า ปัญหาจริงๆแล้วก็เกิดจากตัวเราเองอยู่ดีนั่นแหละครับ
มีปัญหาก็จำต้องแก้ไข วิธีการก็แล้วแต่คน แต่วันนี้โดราเชนขอเสนอ หนังสติ๊กดัดนิสัย เป็นหนึ่งตัวเลือกให้เพื่อนๆครับ
วิธีการคือ คุณต้องรู้ก่อนว่าอยากจะแก้ไขสิ่งใด กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วก็เอาหนังสติ๊ก (หนังยางนะแหละครับ) มาเส้นนึง หาเส้นหลวมๆหน่อยก็ได้ครับจะได้ไม่รัดมากเกินไป แล้วก็ใส่ไว้ตรงข้อมือทำนองเหมือน wrist band กิ๊บเก๋ จากนั้นเมื่อสิ่งที่คุณต้องการแก้ไขแสดงตนออกมา คุณก็จับหนังสติ๊กที่ข้อมือ ดึงให้ตึงๆ แล้วก็........................ปล่อยมือในทันใดครับ
"
ทำทุกครั้งที่สิ่งที่คุณต้องการจะแก้ไขหลุดออกมาครับ ต้องดีดให้เจ็บหน่อยนะครับ เพราะ "เจ็บมันถึงจำ" ไงครับ
ผมลองกับตัวเองมาแล้ว ได้ผลดีมากอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ผลการทดลองยังน้อยอยู่เลยให้เพื่อนๆเอาไปลองกันเองดีกว่า
ก่อนหน้านี้ผมมีพฤติกรรมผิดปกติอยู่อย่างนึงครับ คือ ช่วงนั้นผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับเรื่องเกิดลมในท้องเนื่องจากกินน้ำผิดวิธี หรืออื่นๆ
แล้วนำไปสู่โรคต่างๆมากมาย เลยเกิดอาการหลอนตัวเองครับ
กลัวลมเข้าท้องขึ้นสมอง เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ผมอ้าปากพูด
หรือเคี้ยวหมากฝรั่ง หรือการทำกระพุ้งแก้มป่องๆ
ผมจะรู้สึกว่ามันมีลมค้างอยู่ในปากและผมก็ไม่อยากจะกลืนมันลงไป
กลัวท้องจะอืด ผมเลยพยายามพ่นลมออกจากปากตัวเองแทน
นึกถึงตัวเองตอนนั้นลักษณะคงเหมือนปลาทองเป่าฟองอากาศออกจากปากยังงั้นเลยมั้งครับ
ผมก็รู้ตัวนะครับว่ามันเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง คนบ้าอะไรวะอยู่ดีๆมานั่งเป่าลมออกจากปาก แต่มันห้ามไม่ได้ครับ มันเผลอตัวแล้วก็ติดมาเป็นอาการเลย
ยามนั้นเองที่ผมนึกคำของเพื่อนที่พูดถึงเรื่องหนังสติ๊กดัดนิสัย
ผมก็เลยลองทำครับ โอ้ววว คุณพระช่วย มันช่างวิเศษเสียนี่กระไร
เพียงผมใช้มันควบคุมความประพฤติผมเป็นเวลาหนึ่งวัน
พอวันรุ่งขึ้นไอ้พฤติกรรมนี้ก็ดีขึ้นอย่างมาก สัก 80%ได้มั้งครับ
วันนั้นผมก็ถอดหนังสติ๊กออก แล้วก็ลืมไป ไม่ได้คิดถึงมันอีกเลย
มารู้สึกตัวอีกทีนึงก็ตอนที่ค้นพบว่าตัวเองไม่มีพฤติกรรมนั้นอีกต่อไปแล้ว
เจ๋งจริงๆ
วิธีการนี้แก้อะไรได้บ้าง แก้ได้แทบทุกอย่างเลยครับผมว่า
บางคนอาจจะมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์อื่นๆ เช่น
ชอบเผลอกระพริบตาถี่เวลาเจอหนุ่มหล่อๆ
หรือ ชอบเสยผมจนเสียบุคลิก หรือชอบกินจุบกินจิบ ปากอยู่ไม่สุก เหล่านี้สามารถจะลองใช้หนังสติ๊กดัดนิสัยได้หมดเลยครับ
และใช่ว่าวิธีนี้แก้ได้แต่พฤติกรรมการแสดงออกนะครับ มันสามารถแก้ไปได้ถึงจิตใจของคุณเลยด้วย เช่น ถ้าคุณเป็นคนโกรธง่าย ชอบเครียด มีนิสัยที่ไม่ดีอะไร ก็สามารถใช้ได้ครับ
ข้อแนะนำคือ ให้แก้ไปทีละอย่างครับ ตั้งเป้าหมายซะอย่างนึงดีกว่าครับ ไม่งั้นอันนั้นก็จะแก้ ไอ้นี่ก็ไม่ชอบ ดีดจนเนื้อแดงเถือกจิตใต้สำนึกยังงงอยู่เลยว่าตกลงตูผิดตรงไหนบ้างวะเนี่ย อีกทั้งเพื่อนๆอาจจะใส่เพิ่มจำนวนหนังสติ๊กเป็นสองสามเส้นก็ได้ครับ แบ่งเป็นระดับๆไปว่าพฤติกรรมนี้แค่เส้นเดียวดีดก็พอ อันนั้นแย่หน่อยขอสองละกัน อันนั้นแย่มากแฮตทริคเลยน่า เป็นต้น
จุดสำคัญที่สุดของวิธีนี้คือ การมีสติและรู้จักตนครับ คนเราเกิดมาไม่มีความสมบูรณ์แบบ คนที่คิดว่าดีพร้อมมักมองข้ามข้อเสียของตัวเอง ถ้าคุณสามารถมองเห็นถึงข้อเสียของตัวเองได้ เวลาข้อเสียนั้นๆแสดงออกมาก็มีสติรู้ตัว แบบนี้แหละครับที่พร้อมจะได้รับการแก้ไข "รู้ว่าตัวเองไม่ดี นั่นละที่เรียกว่าดีครับ" วันนี้โดราเชนแจกของวิเศษไปแล้ว หวังว่าปัญหาของเพื่อนๆจะได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงทีนะครับ
แถมท้าย
วันนี้เจอเด็กจีนอายุประมาณห้าขวบ เดินนำหน้าพ่อแม่ระยะนึง
ก่อนจะหันมาถามพ่อแม่ว่า "请问, 你们能走快一点吗?" (แปลว่า ขอถามนิดนะคะ
เดินกันเร็วหน่อยเป็นแมะ") เริ่มต้นประโยคด้วยคำสุภาพ
ก่อนจะกวนเท้าด้วยคำถามแบบนี้ เกรียนจริง
ได้ยินแล้วอยากเอาหนังสติ๊กไปดีดปากมัน
ป.ล. ผมก็อยากดังขึ้นปกกะเขาบ้างเหมือนกัน ใครสนใจจะดังบ้างก็ตามลิงค์ไปเลยครับ http://www.magmypic.com/
ใครอยากได้หมีเชนกลับไปเลี้ยงที่บ้านซักตัวไหมครับ กินไม่เยอะครับ แค่เลี้ยงด้วยความรักก็พอแล้ว ฮิ้ววววววววว
(ผู้ชายไม่ต้องติดต่อมานะ
)
งานกีฬาสีที่มหาลัยครับ แข่งเสร็จแล้วก็โดดฉลองซะหน่อย

...รูปกระโดดถ่ายได้เลิศเลยครับ
#1 By ณ on 2008-03-29 14:41