อารมณ์เสียกับมะเร็งเต้านม
posted on 15 Apr 2008 16:29 by aunlamun in Doctor-World, Fun, Music-therapy
คาดว่าสวรรค์เบื้องบนคงอยากจะบันดาลให้ผมเขียนเอนทรี่นี้ขึ้นมา เพราะช่วงเวลาสั้นๆนี้มีเรื่องเกี่ยวกับนมผ่านเข้ามาในชีวิตผมเยอะจริงๆ
แรกสุดคือ เข้าไปมีส่วนรู้เห็นกับแท็กนมดำอันน่าสะพรึ่งกลัวที่กำลังเขย่าขวัญคนทั้งเอ็กทีนอยู่ในขณะนี้ ตอนนี้มีถึงสามคนแล้วที่ใจกล้าถอดเสื้อโชว์หน่มน้ม ไม่รู้ว่ากว่าแท็กนี้จะจบลงจะมีคนเป็นตากุ้งยิงหรือกินข้าวไม่ลงเพิ่มอีกกี่คน
รายนามสามผู้กล้ามี 1. เอ็ดดี้ 2. คุณวิชัย 3. คุณภู่ ก็ขอปรบมือให้กับความบ้ามาของท่านทั้งสามมา ณ ที่นี้ด้วย แปะๆๆๆ
สองคือ บังเอิญไปเจอคลิปเกี่ยวกับมะเร็งเต้านมที่ชอบเหลือเกินมา
และสามคือ ตอนนี้กำลังเรียนวิชาสูตินารีวิทยาอยู่ครับ เลยเจอเรื่องนม นม และก็นม เกิดเป็นแรงบันดาลใจว่า เขียนเหอะวะ
เริ่มจากคลิปก่อนละกันครับ เป็นคลิปสนับสนุนให้คนตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองทุกเดือนของแคนาดา
คำแปล: คุณกำลังประสบปัญหานมใหญ่ไม่เท่ากันใช่หรือไม่ (ไม่ใช่ละ) เอาจริงๆดีกว่า
คุณยุ่งมากจนไม่มีเวลาตรวจเต้านมคุณเองทุกเดือนใช่หรือไม่
ผมมีความมั่นใจว่าเทคนิคการตรวจของผมถูกต้องตามมาตราฐาน
ผมชื่อเชน เอ๊ย ชื่อ Cam (ชื่อมันเขียนเป็นไทยแล้วส่อชอบกล
) และผมก็ยินดีมากที่จะช่วยคุณๆ
ให้ผมเป็นคนตรวจหน้าอกคุณไหมครับ แน่นอนครับว่าผมตรวจให้ฟรีเลย (แหงเด่ะ)
ผมได้รับการอบรมมาอย่างดีและก็มีความเต็มใจมากที่จะมาช่วยคุณ
เพราะฉะนั้นโทรมาได้ตามเบอร์ที่โชว์บนหน้าจอทีวีนะครับ ผู้ช่วยของเรารอรับสายอยู่ (ดูหน้าผู้ช่วยมันสิครับ)
เอาเต้าของคุณมาวางไว้ในมือผม
ให้ Cam ได้ช่วยตรวจเต้าคุณเถอะครับ
"นั่นมันหน้าอกของคุณ เพราะฉะนั้นตรวจเอง"
"ตรวจทุกเดือนด้วยตัวคุณเอง"
.
.
มารู้กันก่อนว่า โรคมะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของผู้หญิงทั่วโลก ในปี 2548 มีผู้หญิงเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านมถึง 502,000 ราย และมีผู้ป่วยรายใหม่ปีละ 1,200,000 ราย ในส่วนของประเทศไทย จากข้อมูลสถิติโรคมะเร็งปี 2541-2543 พบมีผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ 5,854 ราย หรือแสนละ 21 คน สูงเป็นอันดับ 2 รองจากมะเร็งปากมดลูก ที่น่าเป็น ห่วง คือ พบว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติคาดการณ์ว่า ในปี 2551 ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมรายใหม่จะเพิ่มเป็น 12,000 ราย แซงหน้ามะเร็งปากมดลูก ซึ่งคาดว่ามีประมาณ 8,000 ราย นับว่าเป็นโรคร้ายสำหรับเพศหญิงจริงๆ
ผมลองรวบรวมหลากสาเหตุจากหลายแหล่งมาให้ดูประกอบกันครับ
จากเวบศูนย์มะเร็ง คณะแพทย์ศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์
สาเหตุของมะเร็งเต้านม เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ ปัจจัยทางพันธุกรรม ปัจจัยด้าน สิ่งแวดล้อม การรับประทานอาหารประเภทไขมันสูง และฮอร์โมนเพศหญิง
จากเวบ Breast Health
พันธุกรรม
ซึ่งมีประมาณ 30% มีการสัมพันธ์กับ ประวัติครอบครัว หรือ ยีน
การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาหารทอด อาจจะเป็นการเพิ่มการเกิดมะเร็งเต้านมได้ (รายงานของ National Cancer Institute)
การใช้ Hormone ในเพศหญิง เช่น การใช้ยาคุมกำเนิดตั้งแต่อายุยังน้อย และทานเป็นเวลานานๆ หรือ การให้ Hormone ทดแทนสำหรับหญิงวัยทอง ก็สามารถเพิ่มอุบัติการณ์การเป็นมะเร็งเต้านมเล็กน้อย
ความอ้วน ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุ สำหรับผู้หญิงอ้วนนอกจากจะสามารถเป็นโรคอื่นๆได้ง่าย มะเร็งเต้านมก็สามารถเป็นอีกโรคหนึ่งที่ควรระวัง โดยเฉพาะช่วงหลังหมดประจำเดือนจะสามารถเพิ่มอุบัติการณ์ได้ถึง 1.5-2.0 เท่า
การให้นมลูก ในอดีตเคยมีรายงานว่าผู้หญิงที่เคยให้นมลูกมากกว่า 36 เดือนทั้งชีวิต จะลดการเป็นมะเร็งเต้านม แต่ปัจจุบันทฤษฎีนี้ก็ไม่สามารถเชื่อได้แล้ว
การเข้าสู่ระยะหมดประจำเดือน จะพบว่าการเข้าสู้ระยะหมดประจำเดือนเร็ว เช่นประจำเดือนหมด ตั้งแต่อายุก่อน 45 ปี โอกาสการเป็นมะเร็งเต้านมจะน้อยกว่าคนที่ประจำเดือน หมดช้า เช่น ประจำเดือนหมดอายุ 55 ปี ถึง 2เท่า
การมีบุตร พบว่าในคนที่ไม่มีบุตร มีอุบัติการณ์การเกิดโรคมะเร็งมากกว่าคนมีบุตร 30-70% ยิ่งมีบุตรคนแรกอายุน้อยอุบัติการณ์จะยิ่งลดลง แต่ถ้ามีบุตรคนแรกอายุมากกว่า 30 ปี โอกาสเป็นมะเร็ง ก็จะสูงขึ้น
เนื้องอก การมีเนื้องอกที่อื่นๆ พวกนี้มักมีเรื่องของพันธุกรรมมาเกี่ยวข้อง โอกาสที่มีมะเร็งเต้านมก็จะสูงขึ้น กัมมันตรังสี โดนรังสีมากๆ อุบัติการณ์สูงขึ้น ตอนนั้นพบว่าคนที่อยู่ที่ญี่ปุ่นใกล้เมือง ที่โดนระเบิดปรมาณู เป็นมะเร็งเต้านมมากขึ้น แต่สำหรับ การฉาย X-ray พบอุบัติการณ์ที่จะเป็นมะเร็งน้อยกว่า 1%
จากเวบ Thaihealth.net
ปัจจัยเสี่ยง
- อายุ ยิ่งอายุมากยิ่งเสี่ยง โดยทั่วไปจะเกิดในคนอายุมากกว่า 25 ปี และ80% พบในคนที่อายุมากกว่า 50 เมื่ออายุ 85 ปี ความเสี่ยงของคุณคือ 1 ใน 8
- ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง ญาติสายตรงที่เป็นมะเร็งเต้านม หรือรังไข่
- ประวัติเคยเป็นมะเร็งในข้างหนึ่ง อีกข้างก็จะมีโอกาสเป็นสูงกว่าปกติ เช่นถ้ามีคนหนึ่งเป็น คุณมีโอกาสเสี่ยงเป็นสองเท่าของปกติเลยทีเดียว
- การได้รับรังสีตั้งแต่เด็ก
- น้ำหนักเกิน อ้วน
- การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนเป็นเวลานาน ๆ การมีเมนส์ในอายุน้อยกว่า 12 การหมดประจำเดือนช้ากว่าปกติ
- เชื้อชาติ คนผิวขาวมีโอกาสมากกว่า
- การรักษาด้วยฮอร์โมนในสตรีวัยหมดประจำเดือน
- การรักษาด้วยยาคุมกำเนิดเป็นเวลานาน ไม่มีตอบที่แน่ชัดว่าเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การศึกษาใหม่ ๆ ไม่พบว่า การกินยาคุมมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม(new england journal)
- สูบบุหรี่ ชัดเจน และถึงแม้คุณจะได้รับควันจากผู้อื่น ก็ยังเสี่ยงด้วย
- การดื่มสุรามากเกิน มีความเสี่ยงกว่าปกติ 20%
- การได้รับสารก่อมะเร็ง เช่นเนื้อย่างที่ไหม้
ผมลองสุ่มมาดูสามเวบ ไม่เห็นมี "อารมณ์เสีย" ที่ผมพูดถึงเป็นหนึ่งในสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงเลย แหม ก็ถ้าพูดแล้วเหมือนชาวบ้านเขาผมจะเอามาเขียนอีกทำไมครับ บล็อกแพทย์จีนก็ต้องเป็นอะไรที่ไม่เหมือนชาวบ้านเขาหน่อยสิ จริงไหมครับ
ลองมาดูกันว่าทำไมผมถึงบอกว่าอารมณ์เสียถึงมีความเสี่ยงทำให้เกิดเป็นมะเร็งเต้านมได้ อารมณ์เสียในที่นี้ของผมหมายถึงอะไร ผมหมายถึงอารมณ์ในทางที่ไม่ดีหรือจะเรียกว่าไม่สบอารมณ์ ซึ่งผมเคยเขียนถึงไว้แล้วในเอนทรี่อารมณ์แปรปรวนก็ให้เกิดโรคได้อย่างไรครับ อาจจะอะลุ้มอล่วยให้แปลว่าความเครียดเลยก็ได้
พอเครียดแล้วเนี่ย ลมปราณในร่างกายซึ่งอวัยวะตับเป็นตัวควบคุมเป็นหลักก็จะเริ่มขมวดตามคิ้วของคุณๆครับ คิ้วยิ่งขมวดมาก เครียดมาก ลมปราณก็พันกันอีรุงตุงนังมาก ลมปราณก็จะเดินไม่สะดวก ที่แย่ก็คือลมปราณเป็นตัวพาให้เลือดไหลเวียนไปทั่วร่างกายครับ ลมปราณเดินเลือดก็เดิน ลมปราณหยุดเลือดก็หยุด และเมื่อหยุดนานๆเข้าก็จะกลายเป็นเลือดคั่งครับ เกิดเป็นก้อนขึ้น เลือดคั่งแรกๆก็เป็นก้อนนิ่มๆ คั่งนานเข้าๆก็จะแข็งขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็จะเป็นก้อนเนื้อที่ไม่ขยับเขยื้อนซึ่งก้อนเนื้อพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วก็คือมะเร็งนั่นเองครับ
แจ๊กพ็อตครับที่ทางเดินของเส้นลมปราณตับนั้นตัดผ่านหน้าอกทั้งสองพอดีเด๊ะเลยครับ ในผู้หญิงบางคนเวลาเครียดจะรู้สึกได้ถึงอาการหน้าอกคัดๆแน่นๆ อันนี้คือตัวเตือนว่าคุณกำลังเครียดเกินพอดีนะ จึงไม่น่าแปลกใจอะไรที่เราจะคลำไปเจอก้อนอะไรบนหน้าอกเรา ไอ้ก้อนที่ว่านี้ไม่จำเป็นต้องเป็นมะเร็งเท่านั้นนะครับ อาจจะเป็นซีสต์ หรือต่อมน้ำนมอักเสบ หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้หน้าอกบวมมีตุ่มก็ได้ แต่ทุกโรคที่ว่ามานี้หนึ่งในสาเหตุที่ตรงกันคือมาจากความเครียดครับ
แล้วทำไมผู้ชายถึงเป็นน้อยกว่าละ ผู้ชายไม่เครียดเหรอไง เปล่าหรอกครับ ผู้ชายก็เครียดครับ แต่เขาว่าผู้ชายนั้นเครียดน้อยกว่าผู้หญิง และอีกอย่างในทางแพทย์จีนนั้นผู้หญิงกับตับนั้นค่อนข้างจะมีความสัมพันธ์กันเยอะกว่าในผู้ชาย เพราะตับก็มีหน้าที่กักเก็บและระบายเลือดไปใช้ในส่วนต่างๆของร่างกาย แล้วผู้หญิงมีประจำเดือนที่ต้องเสียเลือดทุกเดือนไงละครับ
นอกจากนี้ความเครียดยังไปทำร้ายระบบการย่อยอาหารของร่างกายอีกด้วย เมื่อระบบการย่อยไม่ดี น้ำที่กินเข้าไปก็จะพลอยไม่ย่อยไปด้วย น้ำจากใสๆพอไม่ย่อย หมักหมมไว้ก็เริ่มเหนียว เริ่มเน่า เหมือนน้ำคลองบ้านเรา สุดท้ายก็กลายเป็นขยะก้อนๆอย่างนึงที่ทางแพทย์จีนเรียกว่า "เสมหะ" ไอ้เสมหะที่ว่านี้ไม่จำเป็นที่จะต้องขากออกมาจากปอดได้อย่างเดียวหรอกครับ เสมหะนี้ยังสามารถเดินทางไปตามเส้นลมปราณต่างๆได้โดยใช้รถไฟ "พลังลมปราณ" ขบวนเดียวกับที่เลือดคั่งใช้เมื่อกี๊แหละครับ แล้วมันก็ไปติดอยู่ที่หน้าอกเช่นเดียวกัน แสดงให้เห็นว่าในโลกนี้ไม่เพียงแต่ผู้ชายเท่านั้นที่ให้ความสนใจในหน้าอกผู้หญิงอย่างมากแล้ว เลือดคั่งและเสมหะก็ชอบไม่แพ้กัน
ผมคาดว่านี่ก็คงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำไมผู้ชายไม่ค่อยเป็นโรคมะเร็งเต้านม คาดว่าประชากรเกย์ ตุ๊ด กระเทย ในเสมหะและเลือดคั่งยังน้อยอยู่หรือไม่กล้าเปิดเผยตัวตนก็เป็นได้
เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว คงได้แต่เตือนคุณว่านอกจากควรหลีกเลี่ยงปัจจัยต่างๆที่กล่าวมาแล้ว อย่าเครียดกันมากนักเลย หรือถ้าเครียดแล้วก็ขอให้รู้ตัวและมีสติหน่อย เพราะบางคนไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเครียด หรืออารมณ์เสียบ่อย อันนี้เรื่องจริงที่ผมเจอเลยนะ แบบบางคนมาหาหมอแล้วเหมือนมาหาเรื่องอะครับ พูดจาเสียงดัง โฮกฮาก ดูก็รู้แล้วว่าปกติเป็นคนอารมณ์เสีย ชอบระเบิดอารมณ์ แต่พอถามเขาว่าคุณอารมณ์เป็นไงบ้าง เขาบอกว่าอารมณ์ดี๊ๆๆๆๆๆๆๆ ไม่เคยทะเลาะกับใคร ก็แหงละครับใครจะไปกล้าทะเลาะกับคุณ กลัวทะเลาะไปมาเส้นเลือดในสมองคุณแตกแล้วผมจะซวยเอาอะดิ เครียดก็หาทางระบายออกหน่อยครับ ไปต่อยกระสอบทราย หวดเทนนิส หรืออะไรก็ว่าไป อย่าไปเก็บกดหลบอยู่มุมห้องฟูมฟายคนเดียว เดี๋ยวร่างกายมันจะหามะเร็งมาเป็นเพื่อนให้ก็แย่ซะงั้นเอง
แทรกนิดนึงว่าอารมณ์เสียหงุดหงิดง่ายแล้วมีอาการแน่นหน้าอก เวียนหัว ปากขม ท้องผูก ประจำเดือนไม่ปกติอะไรเหล่านี้สามารถมาหาหมอจีนกินยาปรับสมดุลได้นะครับ เรามียาที่กินแล้วคลายลมปราณ กระตุ้นลมปราณให้เดินปกติ แก้ปัญหาจากต้นเหตุไม่ให้เลือดคั่งได้ รวมทั้งสามารถสลายเสมหะได้อีกด้วยครับ มีอยู่ครั้งนึงผมกลับไปหาหมอจีนที่ไทยครับ เขาจับชีพจรผมแล้วก็ทักว่าผมช่วงนี้หงุดหงิดง่ายละสิ ช๊อคครับ ผมหงุดหงิดง่ายจริงๆแหละครับ ก็กินยาปรับสมดุล ผมว่ามันก็ดีขึ้นนะครับ แต่เรื่องอารมณ์เนี่ยกินยาเพียงอย่างเดียวมันไม่ช่วยหรอกครับ มันต้องปรับทัศนคติการใช้ชีวิตของตัวเองด้วยถึงจะได้ผลอย่างถาวรครับ
แถมท้ายเรื่องการตรวจเต้านมด้วยตัวเองครับ อย่างที่ในคลิปบอกแหละครับว่าผู้หญิงอายุ 20 ปีขึ้นไปทุกคนควรตรวจเป็นประจำทุกเดือน จะช่วยให้พบสิ่งผิดปกติได้รวดเร็วตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ทำให้การรักษาได้ผลดี โอกาสหายขาดสูงถึงร้อยละ 80–90
วิธีตรวจเต้านมด้วยตัวเอง
ก่อนการตรวจมะเร็งเต้านมท่านจะต้องทราบว่าขนาดและลักษณะเต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บางคนขนาดจะโตขึ้นและแข็งขึ้นก่อนมีประจำเดือน เมื่อรับประทานยาคุมกำเนิดขนาดเต้านมก็จะโตขึ้น หลังจากเข้าสู่วัยทองขนาดเต้านมจะเล็กลง แต่บางคนอาจจะแข็งตลอดเวลาที่มีประจำเดือน ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตรวจคือ 5-7 วันหลังประจำเดือนวันสุดท้าย เนื่องจากช่วงนี้เต้านมจะอ่อนนุ่ม ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนตรวจตามความสะดวก มีวิธีการตรวจได้ 3 วิธี
|
|
ให้ตรวจดูเต้านมของท่านอย่างน้อยเดือนละครั้ง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งในห้องนอนและขณะอาบน้ำ ควรจะใช้มือทำความสะอาดแทนการใช้ฟองน้ำ หากสังเกตหรือสงสัยว่าผิดปกติควรจะปรึกษาแพทย์ |
|
|
ตรวจหน้ากระจก ยืนปล่อยแขนข้างลำตัวตามสบาย แล้วยกมือขึ้นประสานกันเหนือศีรษะเพื่อเปรียบเทียบ ขนาดของเต้านมสองข้าง มีการบิดเบี้ยวของหัวนมหรือไม่ ผิวเต้านมเรียบดีหรือไม่ถ้ามีรอยบุ๋มจะเป็นความผิดปกติ จากนั้นก้มลงเอามือจับบริเวณเข่าให้นมห้อย แล้ใช้มือบีบหัวนมว่ามีสิ่งผิดปกติไหลออกมาหรือไม่
|
|
|
ตรวจในท่านอนราบ นอนในท่าสบายยกแขนซ้ายขึ้นเหนือศีรษะเพื่อทำให้เต้านมแบน ใช้นิ้วชี้ กลาง และนิ้วนางคลำ ไม่ใช่บีบ เริ่มจากรอบหัวนมและขยายวงจนทั่วเต้านม ถ้าเจอก้อนถือว่าผิดปกติ |
|
|
การคลำก็สามารถคลำในขณะยืน คลำให้ทั้งเต้าทั้งสองข้างและคลำต่อมน้ำเหลืองที่รักแรด้วย |
ถ้ายังนึกภาพตามไม่ออกก็ดูคลิปข้างล่างนี้ครับ คลิปแรกนี้เป็นคลิปแบบตรวจด้วยตนเองเอง แต่ไม่ครอบคลุมขึ้นมาถึงต่อมน้ำเหลืองแถวรักแร้ ถือว่ายังไม่สมบูรณ์เท่าไร แต่ดูแล้วเข้าใจง่ายดีครับ
คลิปสองนี้เป็นศาสตราจารย์ตรวจให้ครอบคลุมถึงต่อมน้ำเหลืองแถวรักแร้ด้วย
ผมว่าควรดูทั้งสองคลิปประกอบกันดีที่สุดครับ เมื่อดูเสร็จแล้วก็ลองย้อนกลับไปดูนมดำของสามผู้กล้าได้ครับว่าเป็นนมที่ผิดปกติหรือไม่ เห็นคุณภู่บอกว่านมตกๆ ฮ่าาาาาาาาาาาา และถ้าเกิดว่าคุณก็ยังไม่ว่างพอที่จะตรวจด้วยตัวเองทุกเดือนละก็ อย่าลืมโทรมาหาเรานะครับ
EDIT โอ้วววววววววววววววววววววว ในที่สุดผมก็มีตัวตนในโลกการ์ตูนแล้วครับ เมื่อเจ้าแป้นเอาเอนทรี่นี้ไปวาดเป็นการ์ตูนล้อเลียน หน้าตาหล่อมากกกก แต่ตัวดำไปนิด คงเป็นเพราะคลุกคลีกับเจ้าแป้นมากเกินไป พึ่งรู้ว่าสีผิวก็เป็นโรคติดต่ออย่างนึง
เชิญไปเพิ่มความฮากันได้ คลิกโลด

มาสาดน้ำพี่หมอก่อน เรื่องมะเร็งน่ากลัวจริงๆคะ เพราะมีญาติ ที่เสียเพราะมะเร็งเต้านมมาสองคนแล้ว แต่มีความอ้วน มานี่สิ น่ากลัวอะ คะ ยิ่งอ้อวนๆอยู่ด้วยปุก
(ฮ่าๆๆๆ)
อ่านแล้วกลัวง่ะ (อีกแล้ว อ่านอะไรก็กลัว) ยิ่งนั่งอ่านไปก็กระแอมไล่เสมหะในคอไป
ยาปรับสมดุลที่ช่วยละลายเสมหะได้ คือยาอะไรเหรอคะ เรากินได้ไหม
ผู้ชายไม่ค่อยเป็นหรอกครับ แต่จะคลำเล่นก็ไม่ว่าครับ ฮ่าาา
#1 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-04-15 21:24