บินเดี่ยวลุยจีน อย่าไปกลั๊วววว
posted on 26 Apr 2008 18:48 by aunlamun in etc, Fun, Music-therapy
บังเอิญมีเพื่อนจะไปเรียนต่ออเมริกา แต่เธอภาษาอังกฤษไม่กระดิก มาพูดๆให้ผมฟังว่ากลัว ถ้าอยู่ไม่ได้ทำไง พูดไม่รู้เรื่องแล้วจะทำยังไง
ผมก็ปลอบเธอครับ "เห้ย อย่าไปกลั๊ววววว ภาษาอังกฤษ ต่อให้แกแย่แค่ไหน แต่ถ้าเริ่มเรียนตอนป.ห้า อย่างน้อยที่สุดแกก็เรียนมาตั้งแปดปี ต่อให้แกไม่สนใจเรียน หรือภาษาไม่กระดิกแค่ไหน อย่างน้อยแกคงพูดว่า "hungry" หรือ "I want this, that" ได้สินะ"
การปลอบคนนี่เป็นศิลปะอย่างนึงนะครับ เพราะนอกจากจะต้องชักแม่น้ำทั้งห้าแล้ว จะปลอบให้ดีควรมีตัวอย่างประกอบเพื่อเน้นความน่าเชื่อถือครับ ว่าแล้วผมก็ยกกรณีศึกษาของตัวเองขึ้นมา
"นี่แก ดูเราเดะ เรานะตอนเลือกมาเรียนจีนครั้งแรกเนี่ย ภาษาจีนเราเริ่มจากศูนย์อะ ได้แต่พินอินนิดหน่อย กับศัพท์นิดๆที่คุณแฟนสอนติดสมอง ยังอยู่รอดถึงทุกวันนี้เลยแก"
ตอนผมมาเรียนจีนนี่เกือบเริ่มจากศูนย์จริงๆนะครับ มีหลายคนมาถามผมว่า ไม่รู้อะไรเลยไปแล้วไม่ตายเหรอ ก็ผมยังอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้เลย ตายไหมละ เพราะฉะนั้นอย่าไปกลัวครับ คนเรามันมีสัญชาติญาณการเอาตัวรอดอยู่แล้ว ..........................เพียงแต่ว่า
อาจจะเจออะไรโก๊ะๆบ้างเป็นบางครั้งครับ
กรณีศึกษาแรก
ผมเลือกมหาลัยที่คนไทยน้อยครับ เพื่อตั้งใจฝึกภาษาโดยเฉพาะ แต่ผมเป็นคนไทยคนแรกที่มา อีกห้าคนที่เหลือยังไม่มา เพราะฉะนั้นจึงโดดเดี่ยวผู้น่ารักมากครับ พอมาถึงจีนปุ๊ป ดีที่ว่าเพื่อนร่วมห้องเป็นคนปากีสถาน มันพูดอังกฤษได้ครับ สองวันแรกมันเลยเป็นธุระในการสั่งข้าวให้มาส่งที่ห้องให้ เหมือนจะไม่มีปัญหา แต่ว่ามันเป็นคนที่นอนดึกและตื่นบ่ายสองครับ เวงงงงง ข่าวเช้าก็ไม่ได้กิน ข้าวเที่ยวต้องรอถึงบ่ายสองกว่าจะได้กิน พอถึงวันที่สามผมก็ไม่ทนอีกต่อไป ตูจะไปตายเอาดาบหน้าเว้ยเห้ย
ก่อนหน้านี้เดินๆเล็งร้านก๋วยเตี๋ยวข้างม.อยู่ร้านนึงแล้ง ท่าทางไม่เลว อยากกินก๋วยเตี๋ยวปลาพอดี ก่อนออกไปลุยโลกกว้าง ผมก็เปิดดิคหาคำว่าเนื้อปลา โอเค มันอ่านว่า "หยูโร่ว" (鱼肉) หยูโร่วนะ ท่องไว้ๆ พอเข้าไปถึงร้าน สายตาอำมหิตทุกคู่ในร้านก็เหมือนจะจับจ้องบนตัวผมทำนองว่าไอ้นี่เดินมึนมาเชียวนะ แล้วเสี่ยวเอ้อก็มารับออเดอร์ครับ
"อาเฮีย ลื้อจะกิงอาไร"
"เอิ่ม (วางฟอร์มเล็กน้อย) หยูโร่ว"
"ห่ะ" มันนิ่งไปครับ
"หยูโร่ว" ผมย้ำ
"หนิวโร่ว" มันทวน
(เอ ใช่เปล่าวะ เสียงคล้ายกันเลยเว้ย สงสัยคงใช่แหละ ตูก็ออกเสียงซะชัดขนาดนี้ ไม่พลาดๆ โอเคๆ)
"อื้อ" ผมตอบพลางพยักหน้า
"แล้วลื้อจะกินยังงาย" เขาถามประมาณนี้แหละมั้ง เพราะตอนนั้นฟังไม่ออก
"เอ่อ..........." ผมมองไปบนเมนูที่ติดอยู่ข้างฝา แม่งจีนทั้งแถบเลยเว้ย เอาไงดีวะ
"ราเมี่ยน?" มันถาม
"อื้อๆๆๆๆๆ" เสียงคล้ายๆราเม็งเลยเว้ย ใช่แน่ๆๆ โอ้ว ที่แท้ราเม็งก็คือราเมี่ยนนี่เอง ดีนะที่เคยกินก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่นมาก่อน
แล้วเสี่ยวเอ้อก็จากไป ทิ้งให้ผมนั่งยิ้มกระหยิ่มในใจคนเดียวว่า เห็นมะ ตูทำสำเร็จจนได้ วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ
---------- สิบนาทีผ่านไป ---------
เสี่ยวเอ้อก็มาพร้อมก๋วยเตี๋ยวชามกำลังน่ากิน กลิ่นหอมเครื่องเทศลอยมาปะทะจมูกผม แต่เมื่อผมมองลงไปในชามก็ให้รู้สึกว่า ทำไมปลาที่จีนหน้าตามันเหมือนเนื้อวัวเลยวะ คือก่อนมาจีนผมไม่ทานเนื้อวัวไปนานแล้วครับ ใช่แหงมๆเลย แม่มเอาเนื้อวัวมาเสิรฟนี่หว่า ผมก็เลยกวักมือเรียกเขา
"เห้ย เอ่อ...... โร่วอะนะ เอ่อ หยูโร่วๆ เว้ย" พยายามจะอธิบายให้มันเข้าใจว่ามันใส่เนื้อผิดนะ อั๊วจะกินเนื้อปลาต่างหาก
มันมองผมชี้โบ๊ชี้เบ๊ในชาม เหมือนเขาจะเข้าใจครับ พยักหน้าหงึกๆ แล้วก็เอาชามกลับเข้าไปในครัวอีกรอบ วะฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ ภาษาจีนง่ายนิดเดียว สำเร็จๆเสร็จตู ก๋วยเตี๋ยวปลามาแว้ววววววว
แล้วมันก็กลับมาครับ เพื่อให้ผมได้พบว่า มันไปตักเนื้อเพิ่มให้เพราะคิดว่าผมอยากขอเพิ่มเนื้อ พูนชามเลยทีนี้
เวงกำ สุดท้ายมื้อแรกที่อาจหาญออกหากินเองคนเดียว ก็จบลงด้วยการที่ผมต้องกินก๋วยเตี๋ยวเนื้อวัวแบบเพิ่มเนื้อพิเศษ (ตูไม่กินเนื้อออออออออ อะฮืออออออ
)
มารู้ทีหลังว่า 1. มันพูดว่าหนิวโร่ว 牛肉 ที่แปลว่าเนื้อวัวครับท่านผู้ชม ผมมั่นใจในสำเนียงของตัวเองสูงเกินไปแล้ว 2. ร้านนั้นเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวอิสลาม ปกติมีขายอยู่สามเนื้อคือ แกะ วัว และไก่ มันคงจะหาปลาให้เมิงกินได้หรอกคุณเชน
กรณีศึกษาที่สอง
วันนั้นเกิดอยากกินเป็นย่างครับ เห็นมันแขวนล่ออยู่ในตู้กระจก ช่างเชื้อเชิญและยั่วยวนใจยิ่งนัก หลังจากเดินผ่านมาหลายวันแล้ว วันนี้แหละที่เราจะไปสอยเป็ด วะฮ่าๆๆๆ
พอไปยืนหน้ากระจกปุ๊ป เด็กเชียร์เป็ดก็มาทันที พี่เอาตัวไหนดีครับ ตัวนั้นไหมพึ่งย่างเลยพี่ รับรองอร่อยเข้าเนื้อแน่ ไม่ใช่ละ เพราะสภาพความเป็นจริงก็คือ ผมฟังและพูดยังไม่รู้เรื่องครับ
"เป็ดขายเท่าไรครับ"
"xxหยวน เอาไหม"
"เอา"
เป็ดทั้งตัวใครจะไปกินหมดใช่ไหมครับ เลยว่าจะขอซื้อแค่ครึ่งตัว ว่าแล้วคุณเชนก็มาอีกแล้วครับ ภาษาปากพูดไม่ได้ แต่เรายังมีมือ มือหนึ่งทำเป็นเขียงแบนๆ อีกมือนึงทำเป็นมีดปังตอ แล้วก็ทำท่าสับโชะเด๊ะ ก่อนจะประกบมืออูมๆเหมือนเป็นเป็ดแล้วแบะแยกออก ประหนึ่งว่าแยกเป็ดเป็นสองส่วนนะเจ๊ อั๊วจะเอาแค่ครึ่งตัว
เจ๊มองภาพประกอบรีวิวไปมาสองสามรอบก็เกิดพุทธิปัญญาครับ บอกได้เลย แล้วก็เอาเป็ดหันหลังไปสับที่เขียงด้านหลัง เชนก็รอครับ พลางคิดทำไมสับเป็ดแบ่งครึ่งตัวมันต้องสับนานจังวะ ลางสังหรณ์บอกว่า มันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆเลย
และเจ๊ก็หันกลับมาครับพร้อมกล่องโฟมที่บรรจุเป็ดทั้งตัว หั่นเป็นชิ้นพอดีคำน่ากินซะ เอ่อ จะบอกว่าจะซื้อแค่ครึ่งตัว ครึ่งตัวที่เหลือลื้อเอากลับไปแปะสก็อตเทปแล้วแขวนขายคนอื่นต่อละกันนะก็ไม่ได้ สุดท้ายเลยได้กินเป็ดย่างไปอีกหลายมื้อ หายอยากกันไป
"เห็นไหมแกว่าอย่าไปกลัว อย่างมากก็แค่กินเนื้อวัวกับเป็ดทั้งตัวเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเสียหายซักหน่อย เพราะฉะนั้นแกไม่ต้องกังวลอะไรหรอกเว้ย" ผมปิดท้าย
"เอ่อ..........
" เพื่อนผมลังเลหนักกว่าเดิม
.
.
.
สำหรับผู้ที่ตัดสินใจจะไปเรียนจีนแต่ไม่มีพื้นทางภาษาเลย ขอประกาศอย่างชัดเจนตรงนี้เลยนะครับว่า ไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะทุกวันนี้คุณหามหาลัยที่ไม่มีคนไทยไม่ได้หรอกครับ (ถ้าไปกับบริษัทนายหน้านะ) เพราะฉะนั้นเมื่อไปถึงแล้วก็จะได้รับความช่วยเหลืออย่างดี ไม่ให้อดอยากแบบผมยุคนั้นหรอกครับ สบายใจได้
และถ้าคุณต้องการจะมาเรียนต่อที่จีน ผมขอแนะนำ บริษัท OREN ผมเคยไปกับพี่เขาสองครั้ง พี่เขาจัดการให้เสร็จสรรพ และเขาก็มีประสบการณ์ส่งเด็กมาเรียนหลายรุ่นแล้ว เขาไม่คิดค่าบริการเราตลอดการให้คำปรึกษาและดำเนินเรื่องเลยครับ แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าค่าเทอมจะแพงกว่าสมัครกับทางม.โดยตรง เพราะคุณสามารถเปิดเน็ตเช็คได้เลยว่าเท่ากัน OREN จะทำวีซ่า ติดต่อม. จองตั๋วเครื่องบิน เปิดบัญชีธนาคารในจีนให้ ทำให้ทุกอย่างเรียกว่าพอถึงวันเดินทางคุณไปแต่ตัวกับของก็พอแล้ว นี่ผมไม่ได้ค่านายหน้าอะไรเลยนะครับ บอกต่อเพราะรู้สึกว่าเขาทำได้ดีจริง และถ้าคุณไปติดต่อจริงๆละก็ ฝากบอกพี่ปรีชาด้วยนะครับว่า เชนที่เรียนแพทย์จีนที่เซี่ยงไฮ้แนะนำมา
อ้าว ฮ่าาาาาาา เบอร์ติดต่อ OREN 02-229-4477-8
ปิดท้ายอีกเรื่อง ตอนนี้น้องผมก็มาเรียนภาษาจีนที่กวางเจาแล้วครับ มึนเหมือนผมแต่ดีตรงที่ม.มันมีเพื่อนคนไทยเยอะ เลยดูแลกันได้ แต่ไม่ดีตรงที่เพราะเพื่อนคนไทยเยอะเลยทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้ภาษาจีน วันก่อนมันโทรมาหาผมครับ พูดเป็นภาษาจีนแปลความได้ดังนี้
"เฮียอยู่ไหน"
"อยู่มหาลัย เมิงละ"
"อยู่มหาลัย"
โอ้วววววววววววววววววววว น้องผม พึ่งมาได้ไม่ทันไร พูดตอบเป็นภาษาจีนได้แล้วเว้ย เก่งโคตร เชื้อไม่ทิ้งแถว ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
"อยู่มหาลัยแปลว่า "อยู่มหาลัย"ใช่ไหมวะเฮีย
"
เวงงงงงงง เมิงทวนคำพูดตูก็ไม่บอก
ป.ล. เพลงนี้ชื่อ หว่ออ้ายถายเม่ย 我爱台妹 แปลว่า ผมรักสาวแรด คือจริงๆแล้ว "ถายเม่ย " เนี่ยมันเป็นคำที่มีเฉพาะในไต้หวันครับ ทำนองเรียกสาวที่ฮอตๆ ทำตัวกระแดะๆเล็กน้อย แต่งตัวเซ็กส์ๆประมาณนี้อะครับ เพลงฟังเพลินๆ แม้เนื้อหาจะหยาบคายไปบ้าง แต่มันมีท่อนนึงครับที่บังอาจกระทบกระเทียบกับไอดอลผม (อีกแล้ว ตกลงคุณเชนมีไอดอลกี่คนกันเนี่ย
) ประมาณว่ามันรักสาวแรด สำหรับมันแล้ว "หลินจื้อหลิง" กับ "โหวเพ่ยเฉิน" นับเป็นอะไรได้ ดูรูปของสองคนนี้ซะก่อนครับ นับเป็นตัวอะไรได้เหรอ ผมว่านับเป็นสาวงามได้นะสิครับ
หลินจื้อหลิง นางแบบอันดับหนึ่งของไต้หวัน ขวัญใจพ้มมมมมม
ส่วนนี่ โหวเพ่ยเฉิน พิธีกรชื่อดังของไต้หวัน อดีตแฟนเจย์โชว์

#1 By riddler on 2008-04-26 21:38