เมื่อวันก่อนผมพูดคุยกับเพื่อนนักเรียนจีนที่มาฝึกงานด้วยกันคนนึง เธอชื่อ หยางเสี่ยวหลิน ครับ  เธอเป็นผู้หญิงวัยรุ่นธรรมดาคนนึง ดูภายนอกเธอรูปร่างใหญ่โตมาก สูงตั้ง 180 เป็นนักกีฬาวอลเล่ย์ของมหาวิทยาลัยผม แต่นิสัยเธอกลับตรงข้ามกับรูปร่างที่แข็งแกร่งของเธอ  จากใบหน้า แววตา รอยยิ้ม เธออ่อนโยนมากครับ มองโหงวเฮ้งแล้วบอกได้เลยว่าเป็นคนดี

 

วันนั้นเธอเล่าประสบการณ์ที่เคยฝึกงานอยู่ที่ห้องผู้ป่วยให้ฟัง  มีคุณปู่คนนึงอายุมากแล้ว เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซ้าย ร่างกายไร้ความรู้สึก เหมือนสติไม่ค่อยอยู่กับตัว พูดก็ไม่ตอบคล้ายคนฟังไม่รู้เรื่อง ลูกๆก็ไม่สนใจ คุณปู่คนนั้นไม่ยอมทานข้าวมาหลายวันมากแล้ว บังคับอย่างไรก็ไม่ยอม 

 

หากปล่อยเช่นนี้ต่อไปอย่าว่าแต่อาการจะดีขึ้นเลย จะมีชีวิตต่อไปได้หรือเปล่ายังเป็นปัญหาอยู่ เสี่ยวหลินทนไม่ไหวครับ เธอเดินเข้าไปหาคุณปู่ หยิบกระดาษขึ้นมาเขียน

 

"คุณปู่ต้องทานข้าวนะ ไม่งั้นจะแข็งแรงได้ยังไง"

 

คุณปู่เขียนตอบกลับมาแค่คำเดียวว่า

 

"ตาย"

 

คุณปู่เขาอยากตายครับ เขาก็เลยจะอดอาหารเพื่อให้ตัวเองได้หลับตาไปตลอดกาล ราวกับว่าบนโลกใบนี้ทรมาณเขาเกินกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ เขาไม่เหลือแรงจูงใจอะไรให้อยู่ต่อไปอีก

 

แต่เสี่ยวหลินไม่สนใจครับ เธอหยิบจานข้าวขึ้นมาแล้วก็เริ่มป้อนข้าวคุณปู่ครับ  จากที่ไม่ยอมทานก็เลยเริ่มทานข้าว ทุกมื้อเสี่ยวหลินจะมาป้อนข้าวให้คุณปู่ คุณปู่ก็ทานข้าวมาเรื่อยๆ

 

เหลืออีกสองวันคุณปู่จะออกจากรพ. เสี่ยวหลินมาป้อนข้าวตามเดิม แต่ครั้งนี้เธอตักข้าวใส่ช้อน และเอาช้อนใส่ไว้ในมือขวาของคุณปู่ "คุณปู่ต้องหัดทานข้าวเองนะคะ ออกจากรพ.จะได้ทานเองได้" 

 

สองวันนั้นคุณปู่ทานข้าวเองโดยมีเสี่ยวหลินคอยดูอยู่ข้างๆ  วันสุดท้ายก่อนออกจากรพ. คุณปู่เขียนข้อความลงในกระดาษให้เสี่ยวหลินพร้อมน้ำตา

 

"หว่ออ้ายหนี่ (ฉันรักเธอ)" 

 

เสี่ยวหลินก็ร้องไห้ บอกคุณปู่ว่าจะไปเยี่ยมที่บ้านพักคนชรา (ลูกๆคุณปู่เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว จากรพ.ส่งตรงถึงบัานพักได้เลย ) พร้อมกำชับว่าคุณปู่ต้องทานข้าวนะ คุณปู่รับคำ

 

วันนั้นเป็นวันที่เสี่ยวหลินเลิกงานเร็ว เธอเข้าไปลาคุณปู่ก่อนจะกลับบ้าน แต่คุณปู่รั้งเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอจากไปจนลูกๆคุณปู่มารับ และแยกเขาสองคนออกจากกัน

 

วันอาทิตย์เสี่ยวหลินตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมคุณปู่ แต่บังเอิญว่าญาติเสี่ยวหลินไม่สบายเช่นกัน เธอเลยต้องไปเยี่ยมญาติแทน

 

อาทิตย์ถัดมาเธอโทรไปหาบ้านพักคนชราก่อนจะไปเยี่ยม แต่เสียงปลายสายบอกว่า

 

"คุณปู่พึ่งเสียไปเมื่อวานนี้เองคะ ตั้งแต่ออกจากรพ.มาอยู่ที่บ้านพักคนชรา คุณปู่ไม่ยอมทานข้าวแม้แต่คำเดียว"

 

.

.

.

.

.

.

 

ความเป็นหมออยู่ที่ไหนกันนะ ที่ใบประกอบโรคศิลป์หรือ อาชีพที่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลหรือ มีคลีนิกเป็นของตัวเองหรือ  ผมว่าไม่ใช่

 

มันอยู่ตรงใจที่อยากจะช่วยคนไข้ต่างหากที่ทำให้เราเป็นหมออย่างแท้จริง

 

.

.

.

.

.

.

 

ป.ล. วันนี้เข้าบล็อกเอ็กทีนเองได้ราวปาฎิหารย์ ไม่รู้ว่าจะเข้าได้อีกนานแค่ไหน ขอบคุณสำหรับแรงโหวตให้ผมได้กลับเข้าบ้านนะครับ ซาบซึ้งยิ่งนัก  

 

ป.ล.ล. ชื่อเพลงนี้แปลว่า "ยามเมื่อเธอจากฉันไป" ผมชอบมานานแล้ว แต่มันเศร้าไปหน่อยจนหาเอนทรี่ที่จะลงเพลงไม่ได้ วันนี้ลงได้แล้ว เชิญฟังเพลง อ่านเรื่อง เคล้าน้ำตาได้ครับ  

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เศร้าจัง
โรคอะไรก็ตามใจเราต้องช่วยรักษาด้วย ครึ่งหนึ่ง
คุณหมอช่วยอีกครึ่งถึงจะหายเนอะbig smile

#1 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-08-01 19:33

อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ...มันอยู่ที่ใจที่อยากจะช่วยคนไข้ ฟังแล้วรู้สึกดีเป็นบ้า

#2 By (^_^)/nana on 2008-08-01 19:39

เศร้าจังเลยนะ จิตวิญญาณของหมอมันหาได้ไม่ง่ายเลยจริงๆ

Hot! Hot!

ยินดีด้วยค่ะ คุณหมอเชน เข้า exteen ได้แล้ว confused smile
แวะมายิ้มก่อน อิอิ เอนทรียาว ยังไม่ได้อ่านนะคะ
ไว้มาใหม่ big smile

#4 By moodee on 2008-08-01 20:01

ซึ้งขะรับ
นี่สินะ ที่เขาเรียกว่า "จรรยาบรรณของวิชาชีพ"
นี่สิ ที่เรียกว่า "หมอ"
Hot! Hot!

#5 By ซับบาธ... on 2008-08-01 20:09

ร้องไห้เลยอ๊า

#6 By Cotton on 2008-08-01 20:12

เธอคงจะเศร้า...... อยากจะไปดูใจคุณปู่อีกสักครั้ง

บางครั้งชีวิตก็ตลกจริงๆนะคะ

#7 By hikaru on 2008-08-01 20:56

#8 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-08-01 21:37

น้ำใจ สอนกันไม่ได้หรอกค่ะ ต้องปลูกฝังbig smile

#9 By V@R on 2008-08-01 21:41

เรื่องเศร้าจัง
จะเป็นหมออย่างนี้มั่งbig smile

ยินดีด้วยค่าา
เข้าเอ๊กซ์ทีกได้สักที

#10 By SEsai*im อิ่มๆ on 2008-08-01 21:53

คิดถึงพระบิดา ..

"ฉันไม่ต้องการให้เธอเป็นหมอเท่านั้น แต่ฉันต้องการให้เธอเป็นคนด้วย"

ผมเองเชื่อว่า ..

จิตวิญญาณที่ต้องการช่วยเหลือผู้อื่น .. ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอก็ได้

เพราะนั่นคือ .. ส่วนเสี้่ยวหนึ่งของความเป็นคนของเรานั่นเอง

คือน้ำใจจากเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง .. ถึงเพื่อนมนุษย์อีกคนหนึ่ง

ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆนะครับ

big smile

#11 By แรงใจไฟฝัน on 2008-08-01 22:02

มันคล้ายๆ กำลังใจพี่หมอ..
กำลังใจดี หายไวยังกับปาฏิหารย์

#12 By quiescent on 2008-08-01 22:27

น้ำตาซึมค่ะ

ไม่ว่าอาชีพอะไร แก่นที่แท้จริงอยู่ที่ใจจริงๆ

...


วันนี้ เหนื่อยกายและเหนื่อยใจจริงๆค่ะ
angry smile


530

#13 By maebin on 2008-08-01 22:34

ซึ้งมาก ซึ้งในจิตใจของหยางเสี่ยวหลินมากๆ คับ
แต่จบเศร้าจังคับ

#14 By Googigg on 2008-08-01 22:44

ซึ้งมาก T^T

Hot!

#15 By Aelita~[-X-]~ on 2008-08-01 22:45

อ่านแล้ว เรียกน้ำตาได้ตามเคยค่ะ คงเพราะเราอ่อนไหวกับเรื่องของคนแก่ด้วยมั๊ง สงสารคุณปู่ค่ะ จะมีสักกี่คนทีสนใจ ใส่ใจคนที่ไม่ใช่ญาติพี่น้องของตัวเอง จรรยาบรรณ จิตวิญญาณแห่งวิชาชีพดูจะเป็นหัวใจในการทำหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์เลยก็ว่าได้ เพราะเกือบทุกครั้งที่คุณตัดสินใจนั่นเกี่ยวโยงถึงชีวิตใครบางคนเลยด้วยซ้ำ

ปล. ดีใจด้วยนะคะ ได้เข้าบ้านแล้ว big smile และไม่ได้ไปเยี่ยมที่บ้านใหม่เลย ขออภัยด้วยค่ะ เพิ่งจะเริ่มงานใหม่วันแรกเกร็งๆกับสถานที่และคนรอบข้างเหลือเกิน sad smile

#16 By rusleeping on 2008-08-01 23:00

#17 By ongki on 2008-08-01 23:20

โอ๊ะ ขอโทษค่ะ กดผิด

อือ.. เรื่องมันทั้งซึึ้งทั้งเศร้าเลยนะคะ หัวใจคนเป็นหมอนี่น่าทึ่งจริงๆ big smile

#18 By ongki on 2008-08-01 23:22

เศร้าจัง
ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่กำลังใจเนอะbig smile
ไม่ได้อยู่ในอาชีพหมอหรอกค่ะ แต่เรียนอยู่ในสายนี้
ตอนนี้ก็ยังกังวลอยู่ว่ายิ่งเราเรียนไปเราจะเข้าถึงความรู้สึกที่อยากจะรักษาฟื้นฟูได้จริงๆหรือเปล่า
หรือเราเรียนเพื่อเอาเกรด เอาความรู้ที่นำไปใช้ได้แต่ไร้ซึ่งความรู้สึก
ทุกวันนี้ก็พยายามบอกตัวเองว่าเราเรียนไปเพื่อจะไปช่วยฟื้นฟูคนอื่นนะ แต่ก็กลัวว่าจะถูกการแก่งแย่งชิงดีในสังคมนี้กลืนความคิดเราไปค่ะ

#20 By ต้า on 2008-08-01 23:45

สงสารคุณปู่อ่ะ

#21 By ARuN LiZ on 2008-08-01 23:50

เป็นเพลงที่ไพเราะมากค่ะHot!

#22 By Kaeyjung on 2008-08-02 00:18

#23 By ดินสอทราย on 2008-08-02 00:22

อ่านแล้วก็ซึ้งครับ...

อยากให้หมอรักษาผู้ป่วยด้วยใจเหมือนกันครับ
แต่ก็พอเข้าใจว่าจำนวนแพทย์ไทยไม่พอกับจำนวนประชากร ทำให้คุณหมอดูแลไม่ทั่วถึง

แต่ที่ร้ายแรงกว่าคือ ปัจจุบันเด็กที่เข้ามาเรียนหมอส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพราะอยากช่วยเหลือผู้คน แต่เพราะอยากรวยต่างหาก จิตวิญญาณมันเลยต่างกัน tongue

ปล. แต่ถ้าคนไข้เกรียนๆ มา ก็อยากให้หมอตบหัวสั่งสอนเหมือนกัน

#24 By Little Lamb on 2008-08-02 00:37

เห็นด้วยกับคห.24ค่ะ

อ่านแล้วซึ้งมาก เป็นกำลังใจที่ดีให้หมอสู้ต่อไปได้ดีเลยค่ะ ขอบคุณนะคะที่เอาบทความนี้มาให้อ่าน Hot! Hot!

#25 By Lavenya on 2008-08-02 08:47



แทนความรู้สึก..

#26 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-08-02 10:43

ฮาาาาาา ไหงไปวาดที่นิ้วเท้า!!!

เหมือนซะอีกแน่ะ!!!!

#27 By hikaru on 2008-08-02 11:54

ซึ้งดีจังครับ

#28 By on 2008-08-02 12:19

เอ๋ ทำไมถึงเข้าบล๊อก exteen ไม่ได้เหรอคะ *-* แล้วทำไมแรงโหวตถึงทำให้เข้า้บ้านได้เหรอคะ งง

#29 By Rinna ♥ on 2008-08-02 12:37

น้ำตาไหล ...

#30 By gsawa on 2008-08-02 13:29

งดงามนะคะ จิตใจที่อยากช่วยเหลือคนอื่นเนี่ยbig smile
....ไม่ใช่เรื่องของ "หัวใจของความเป็นหมอ"? หรอก
....แต่มันคือ "หัวใจของการเป็นคน"!
'block cooool!'Hot! Hot!

#32 By BOB_SPOKESMAN OF BROKU on 2008-08-02 16:27

ซึ้ง+เศร้าอ่ะ

#33 By ยังคง... on 2008-08-02 16:37

อ๊า.. เหมือนนิยายเลยพี่เชน
ซึ้งสุดชีวิต

#34 By Nancy อารมณ์ดี on 2008-08-02 17:29

อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ
ตอนแรกกะจะดีใจกับการที่คุณตากะคุณหลานได้รักกันซะอีก
แต่ตอนจบสุดท้าย กลับทำให้ต้องอึ้งและพลอยเศร้าไปด้วย sad smile

เฮ้อออออออออ sad smile sad smile


ปล.ดีใจค่ะที่คุณหมดเชนกลับมาเขียนเอ็นทรี่ดีดีให้อ่านที่บ้านนี้ได้อีกนะคะ big smile

#35 By !2know ++ on 2008-08-02 19:52

อิจฉาคุณปู่จังนะค่ะที่มีคุนหมอใจดีๆแบบนี้

#36 By ing on 2008-08-02 19:59

อ่านแล้วรู้สึกเศร้าจังเลยค่ะ

#37 By ~memay~ on 2008-08-02 20:08

น้ำตาจะไหลคะ.....อยากให้คุณปูไม่ตายจังอยากให้คุณปู่มีชีวิตต่อไป ปุกว่าคุณปู่คงเป็นกำลังใจให้เพื่อนพี่หมอเชนได้เจ้าคะbig smile

.........
Hot!

#39 By Blackmiraio on 2008-08-02 21:01

คนจีนที่ขึ้นชื่อเรื่องกตัญญูเองแท้ๆ
ทุกวันนี้ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนทั่วโลก
ที่ทอดทิ้งพ่อแม่ตัวเองได้ลงคอ...

ไม่อยากเห็นเรื่องนี้เกิดกับใครครับ
ขอให้คุณปู่ในเรื่อง หลับสบายครับ...

#40 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-08-02 22:22

จิตวิญญาณของอาชีพ ...

คือการได้ทำในสิ่งที่ตนภูมิใจ

เพื่อคนอื่น บ้าง^^

#41 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2008-08-02 22:54

อ่านแล้วรู้สึก เหมือนเจ็บในอก เพลงนะก้อเศร้า Hot! Hot! Hot!
น่าสงสารคุณปู่..ท่านจากไปโดยที่ไม่ได้เห็นคนที่ท่านรักอยู่ข้าง ๆ

#43 By nui on 2008-08-03 12:48

Hot! big smile

สังคมที่พึ่งพาเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้สำนึกของบางคนลดลง และแล้วผู้ชราก็ถูกทิ้งให้เดียวดาย

#44 By ~ N ~ on 2008-08-03 14:54

โห มีความรู้มั่กๆ ตอนนี้กำลังจะทำละครเกี่ยวกะนักศึกษาแพทย์อยู่ ขอบคุณครับที่มีบล๊อกแบบนี้มาให้ได้ศึกษากันconfused smile

แวะไปเยี่ยมชมบล๊อกผมบ้างนะ ยินดีที่ได้เข้ามาอ่านครับ

#45 By foolmoonstudio on 2008-08-03 17:38

จะพิมพ์ว่าได้ความรู้สึกมั่กๆ ทำไมกลายเป็นอย่างนี้ไปได้ เหม่อแล้วเรา

#46 By foolmoonstudio on 2008-08-03 17:40

รักอาชีพหมอจัง T-T จะหมอจะพยาบาลหรือว่าคนธรรมดา ก็ช่วยคนได้น้า

นู๋จะตั้งใจเรียนค่ะ T_T แต่หัวมันไม่ให้อ้ะ จะตกมิตกแหล่ ฮือๆ

#47 By ☂ YukiUsagi ★ on 2008-08-03 17:48

เสี่ยวหลินเป็นไงบ้างคะ
อ่านแล้วน้ำตาไหล
สงสารทั้งเสี่ยวหลินทั้งคุณปู่
จะว่าไปเรื่องการอยากช่วยเหลือคนมันควรจะอยู่ในตัวคนเราทุกคนอ่ะนะ
ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอ
ความเป็นคนงั้นเหรอ ตอนนี้ชั้นมีความเป็นคนกี่เปอร์เซ็นต์กันนะ

#48 By MamiLuv on 2008-08-03 18:20

น่ารักจังเลยค่ะ

#49 By free_your_heart on 2008-08-03 20:40

ขอให้คุณปู่หลับสบายครับ

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..