หัวใจของความเป็นหมอ
posted on 01 Aug 2008 18:32 by aunlamun in Doctor-World, Music-therapy, Romantic
เมื่อวันก่อนผมพูดคุยกับเพื่อนนักเรียนจีนที่มาฝึกงานด้วยกันคนนึง เธอชื่อ หยางเสี่ยวหลิน ครับ เธอเป็นผู้หญิงวัยรุ่นธรรมดาคนนึง ดูภายนอกเธอรูปร่างใหญ่โตมาก สูงตั้ง 180 เป็นนักกีฬาวอลเล่ย์ของมหาวิทยาลัยผม แต่นิสัยเธอกลับตรงข้ามกับรูปร่างที่แข็งแกร่งของเธอ จากใบหน้า แววตา รอยยิ้ม เธออ่อนโยนมากครับ มองโหงวเฮ้งแล้วบอกได้เลยว่าเป็นคนดี
วันนั้นเธอเล่าประสบการณ์ที่เคยฝึกงานอยู่ที่ห้องผู้ป่วยให้ฟัง มีคุณปู่คนนึงอายุมากแล้ว เป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซ้าย ร่างกายไร้ความรู้สึก เหมือนสติไม่ค่อยอยู่กับตัว พูดก็ไม่ตอบคล้ายคนฟังไม่รู้เรื่อง ลูกๆก็ไม่สนใจ คุณปู่คนนั้นไม่ยอมทานข้าวมาหลายวันมากแล้ว บังคับอย่างไรก็ไม่ยอม
หากปล่อยเช่นนี้ต่อไปอย่าว่าแต่อาการจะดีขึ้นเลย จะมีชีวิตต่อไปได้หรือเปล่ายังเป็นปัญหาอยู่ เสี่ยวหลินทนไม่ไหวครับ เธอเดินเข้าไปหาคุณปู่ หยิบกระดาษขึ้นมาเขียน
"คุณปู่ต้องทานข้าวนะ ไม่งั้นจะแข็งแรงได้ยังไง"
คุณปู่เขียนตอบกลับมาแค่คำเดียวว่า
"ตาย"
คุณปู่เขาอยากตายครับ เขาก็เลยจะอดอาหารเพื่อให้ตัวเองได้หลับตาไปตลอดกาล ราวกับว่าบนโลกใบนี้ทรมาณเขาเกินกว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ เขาไม่เหลือแรงจูงใจอะไรให้อยู่ต่อไปอีก
แต่เสี่ยวหลินไม่สนใจครับ เธอหยิบจานข้าวขึ้นมาแล้วก็เริ่มป้อนข้าวคุณปู่ครับ จากที่ไม่ยอมทานก็เลยเริ่มทานข้าว ทุกมื้อเสี่ยวหลินจะมาป้อนข้าวให้คุณปู่ คุณปู่ก็ทานข้าวมาเรื่อยๆ
เหลืออีกสองวันคุณปู่จะออกจากรพ. เสี่ยวหลินมาป้อนข้าวตามเดิม แต่ครั้งนี้เธอตักข้าวใส่ช้อน และเอาช้อนใส่ไว้ในมือขวาของคุณปู่ "คุณปู่ต้องหัดทานข้าวเองนะคะ ออกจากรพ.จะได้ทานเองได้"
สองวันนั้นคุณปู่ทานข้าวเองโดยมีเสี่ยวหลินคอยดูอยู่ข้างๆ วันสุดท้ายก่อนออกจากรพ. คุณปู่เขียนข้อความลงในกระดาษให้เสี่ยวหลินพร้อมน้ำตา
"หว่ออ้ายหนี่ (ฉันรักเธอ)"
เสี่ยวหลินก็ร้องไห้ บอกคุณปู่ว่าจะไปเยี่ยมที่บ้านพักคนชรา (ลูกๆคุณปู่เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว จากรพ.ส่งตรงถึงบัานพักได้เลย
) พร้อมกำชับว่าคุณปู่ต้องทานข้าวนะ คุณปู่รับคำ
วันนั้นเป็นวันที่เสี่ยวหลินเลิกงานเร็ว เธอเข้าไปลาคุณปู่ก่อนจะกลับบ้าน แต่คุณปู่รั้งเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอจากไปจนลูกๆคุณปู่มารับ และแยกเขาสองคนออกจากกัน
วันอาทิตย์เสี่ยวหลินตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมคุณปู่ แต่บังเอิญว่าญาติเสี่ยวหลินไม่สบายเช่นกัน เธอเลยต้องไปเยี่ยมญาติแทน
อาทิตย์ถัดมาเธอโทรไปหาบ้านพักคนชราก่อนจะไปเยี่ยม แต่เสียงปลายสายบอกว่า
"คุณปู่พึ่งเสียไปเมื่อวานนี้เองคะ ตั้งแต่ออกจากรพ.มาอยู่ที่บ้านพักคนชรา คุณปู่ไม่ยอมทานข้าวแม้แต่คำเดียว"
.
.
.
.
.
.
ความเป็นหมออยู่ที่ไหนกันนะ ที่ใบประกอบโรคศิลป์หรือ อาชีพที่ได้ทำงานที่โรงพยาบาลหรือ มีคลีนิกเป็นของตัวเองหรือ ผมว่าไม่ใช่
มันอยู่ตรงใจที่อยากจะช่วยคนไข้ต่างหากที่ทำให้เราเป็นหมออย่างแท้จริง
.
.
.
.
.
.
ป.ล. วันนี้เข้าบล็อกเอ็กทีนเองได้ราวปาฎิหารย์ ไม่รู้ว่าจะเข้าได้อีกนานแค่ไหน ขอบคุณสำหรับแรงโหวตให้ผมได้กลับเข้าบ้านนะครับ ซาบซึ้งยิ่งนัก
ป.ล.ล. ชื่อเพลงนี้แปลว่า "ยามเมื่อเธอจากฉันไป" ผมชอบมานานแล้ว แต่มันเศร้าไปหน่อยจนหาเอนทรี่ที่จะลงเพลงไม่ได้ วันนี้ลงได้แล้ว เชิญฟังเพลง อ่านเรื่อง เคล้าน้ำตาได้ครับ

โรคอะไรก็ตามใจเราต้องช่วยรักษาด้วย ครึ่งหนึ่ง
คุณหมอช่วยอีกครึ่งถึงจะหายเนอะ
#1 By ไอ้แป้น : i-phan on 2008-08-01 19:33