เก็บตกพิธีเปิดโอลิมปิก
posted on 09 Aug 2008 23:29 by aunlamun in etc
เมื่อวานทั้งผมและเพื่อนๆในไทยต่างก็ได้ดูพิธีเปิดโอลิมปิกไปเรียบร้อยแล้ว ข้อแตกต่างระหว่างเราคือผมฟังเป็นภาษาจีน ส่วนเพื่อนๆได้ยินเป็นภาษาไทย ซึ่งแน่นอนว่าอรรถรสคงจะต่างกัน เอนทรี่นี้ผมจะขอพูดถึงเรื่องที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวละกันนะครับ พวกเราคงมีทั้งส่วนที่ชอบและส่วนที่ไม่ชอบ แต่โดยรวมแล้วเชื่อว่าคงไม่ห่างจากคำว่า "ประทับใจ" สักเท่าไร ถือว่าปักกิ่งจัดงานได้แบบอังกฤษปวดหัวไปเลย อีกสี่ปีตูจะทำยังไงดีวะเนี่ย เพราะจีนเฮียแกเล่นสร้างกระจายครับ ทำใหม่ซะเยอะมาก ส่วนของประเทศอื่นจะให้ทำแบบนี้คงไม่ไหวแน่ๆ มาไล่กันเลยครับว่าผมปลื้มอะไรบ้าง
เริ่มตั้งแต่การจุดพลุทั้งหมด 29 จุด ที่ค่อยๆระเบิดไล่ตามทางเส้นตรงมาเรื่อยๆ เห็นแล้วแบบว่า ปักกิ่งร่วมกีฬาโอลิมปิกกันทั้งเมืองจริงๆครับ เมื่อวานปักกิ่งก็ประกาศให้หยุดงานครับ
การระบำกลองนับถอยหลังก็น่าดึงดูดใจมาก ตีกลองแล้วแสงสว่างที่ตัวกลอง เอาความคิดนี้มาทำเหมือนแปรอักษรนับถอยหลังนาทีสุดท้าย ผมว่าสำหรับคนที่ชอบความมันส์ โชว์ชุดนี้คงจะถูกใจกันมาก เพราะชุดอื่นๆออกจะช้าๆเนิบๆ ไม่คึกคักเท่าไร
ลีลาการสะบัดธง
แค่ลีลาการเชิญธงไปถึงยอดเสาก็โชว์พาวมากแล้ว พอเฮียแกสะบัดธงเท่านั้นแหละครับ ไม่ต้องมีคำบรรยายจริงๆครับ เท่ได้แบบพูดไม่ออกเลย (ระหว่างดูช่วงนี้ ขนเริ่มลุก) ผมไม่รู้ว่าที่ไทยมีอะไรแบบนี้ไหม แต่ที่ปักกิ่ง ทุกเช้า ณ จตุรัสเทียนอันเหมิน จะมีการเคารพธงชาติอยู่แล้วครับ ก็จะมีทหารมาเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาแบบนี้แหละครับ เคยได้ยินว่าทหารผู้มีหน้าที่นี้ต้องฝึกกันทุกวัน วันละหลายๆชม.เลย จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ภาพที่เห็นจะดูขลังได้ขนาดนี้
น้องน้อยผู้ร้องเพลงนำก็น่ารักซะ น้องเขาชื่อ หลินเมี่ยวเข่อ (林妙可) ครับ อายุยังไม่ถึงสิบขวบเลย เธอต้องมีอนาคตในการแสดงไกลแน่ๆ ดูเธอร้องได้ไม่ประหม่าเลย แถมยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่ตลอดเวลาเลยครับ นอกจากร้องเพลงแล้ว เธอยังเต้นระบำของจีนได้ เล่นเปียโนและขลุ่ยได้อีกด้วยครับ
ให้ดูกันอีกรูป
น่ารักจัง อีกสักรูปน่า อย่าหาว่าผมบ้าเด็กเลยนะครับ
อีกฉากนึงที่คนประทับใจกันมากก็คือ ฮอตโพสห้าลูกที่แขวนกลางอากาศนี่เอง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าห่วงพวกนั้นทำมากจากอะไร แต่ก็สวยมากจริงๆครับ
การแสดงวาดรูปด้วยการร่ายรำก็ได้ใจผมไปเต็มๆครับ ฉากแรกที่เห็นคนใส่ชุดดำเดินเข้ามาในพื้นสีขาวผมก็คิดว่ามันจะทำอะไรวะ ลุ้นครับลุ้น แล้วอยู่ๆเขาก็ย่อตัวลง ควงตัว ร่ายรำไปมา ก่อนจะปรากฎภาพขึ้นบนพื้นสีขาวนั้น โหวววววววววววววววว สุดยอด
ฝึกกันมาได้ยังไงครับคุณ ทำไปได้จริงๆ เสียดายมากที่หารูปสวยๆไม่เจอเลย การแสดงชุดนี้ต้องการจะสื่อว่า การเขียนพู่กันจีนนั้นไม่ใช่แค่การลากหมึกไปบนกระดาษเท่านั้น แต่มันคือการใส่ความมีชีวิตชีวาลงไปด้วย ภาพหรือตัวหนังสือที่เขียนออกมานั้นจะมีชีวิตอยู่ในนั้น การใช้คนมาเต้นระบำพลางเขียนพู่กันไปพลางจึงสื่อถึงความมีชีวิตในตัวหมึกได้ดีที่สุด คอนเซ็ปต์สุดยอด ลีลาถ่ายทอดยิ่งยอดกว่า อ้อ การเขียนพู่กันจีน หรือที่เขาเรียกกันว่า 书法 (ชูฟา) เขาบอกว่าต้องเขียนให้มันเหมือนมีร่างกายครับ คือ มีส่วนที่เป็นกระดูกหรือแกนของตัวอักษร และส่วนที่เป็นกล้ามเนื้อหรือเส้นที่หนาบางแตกต่างกัน หลักการเขียนละเอียดซะขนาดนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ตัวอักษรเหล่านั้นจะมีชีวิตขึ้นมาได้ครับ

อีกอันที่เรียกเสียงฮือฮาได้อย่างมากก็คือ ระบบ "ไฮโดรลิกมนุษย์"

ฉากแรกที่ผมเห็นเจ้าก้อนพวกนั้นมันเคลื่อนไหว ใจพลันคิด มันซ่อนเครืองจักรไว้กลางสนามแบบนี้แล้วตรงกลางสนามจะใช้งานยังไงวะ มันต้องเซตระบบคอมพิวเตอร์เหมือนพวกระบำน้ำพุอะไรพวกนี้แหงมเลย เรื่อยมาจนเห็นดอกท้อบานขึ้นมาเหนื่อก้อนพวกนั้น ใจก็คิดโหหห กดให้ดอกไม้เด้งออกมาได้ด้วยเว้ย ก่อนที่ก้อนเหล่านั้นจะเปิดออกเผยให้เห็นรอยยิ้มและหยาดเหงื่อของเหล่านักแสดง
ขอโทษครับที่ประเมินพี่ท่านผิดไป ทำด้ายยยยยยงายยยยยยยวะเนี่ย สุดยอดดดดดดด พอดูรูปข้างบนจะเห็นว่าก้อนพวกนั้นมันยืดได้เป็นสองจังหวะแหนะครับ ผมลองจินตนาการดูว่าการจะให้ก้อนเหล่านั้นขึ้นๆลงๆได้นั้น คนในนั้นต้องนั่งยองๆเพื่อได้ระดับเตี้ยสุด ยืนขึ้นเพื่อให้สูงระดับกลาง และยืดแขนขึ้นเพื่อดันก้อนนั้นให้สูงขึ้นสุด และด้วยความเร็วในการเปลี่ยนแปลงก้อนเหล่านั้น....... สุโก้ยยยยยยยยยยยยย

ตัวอักษรที่ก้อนเหล่านั้นนำเสนอ อ่านว่า "เหอ" ครับ แปลว่า สามัคคี หรือประมาณว่า Harmony ทำนองนั้น การแสดงชุดนี้ต้องการจะสื่อว่าตัวอักษรของจีนมีวิวัฒนาการมายาวนาน เปลี่ยนรูปร่างหลากหลาย อย่าง "เหอ" ตัวนี้จนถึงปัจจุบันมีการเขียนทั้งหมดสามแบบครับ
การรำไทเก๊กหมู่ก็สวยมาก ดูแล้วรู้สึกว่านี่ไม่ใช่เป็นแค่นักแสดงชั่วคราวแน่ๆ แต่เป็นกลุ่มคนที่รำไทเก๊กได้อยู่แล้วมาร่วมแสดงพร้อมกัน เพราะมองแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่แค่การเคลื่อนไหวประกอบเพลงเหมือนการเต้นรำทั่วไป คนรำไทเก๊กจะรู้ว่าไทเก๊กนั้น นอกจากจะใส่สมาธิลงในท่ารำแล้ว ยังมีพลังอย่างนึงอยู่ในนั้นด้วย การกวาดมือไปด้านใดด้านนึงไม่ได้สักแต่ว่าวาดมือออกไป แต่มันจะให้ความรู้สึกเหมือนผลักของที่มีน้ำหนักหรือเหนี่ยวรั้งแรงดึงของที่มองไม่เห็น
การแสดงอื่นๆก็สวยนะครับ แต่ผมเริ่มเฉยๆแล้วก็เลยขอข้ามมาพูดถึงก่อนช่วงการจุดคบเพลิงหน่อยดีกว่า
มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยเวลาที่ผมดูคนต่างชาติพูดภาษาอังกฤษให้เหล่าคนจีนฟัง คือ มันเสี่ยงกับการล่มครับ อิๆ อย่างตอนที่ประธานโอลิมปิกโลกหรืออะไรนี่ละมาพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไม่ชัดแต่ฟังง่าย ผมว่าจริงๆแล้วแกเสียวนะครับ
เสียวที่หนึ่ง เสียวว่าเมื่อถึงคิวที่ควรจะปรบมือสักหน่อยแล้วไม่มีสัญญาณตอบรับจากเป้าหมายที่ท่านเรียก ประมาณว่าฟังไม่ออกไง นี่ตูพูดออกจะน่าประทับใจนะ ตบมือหน่อยดีไหม
เสียวที่สอง เสียวว่าเมื่อไม่ถึงที่คิวที่ควรจะปรบมือแล้วมันดันจะปรบมือ คนเราเวลาจะพูดหรือกล่าวในที่ชุมชน มันก็ต้องมีเว้นวรรค มีจังหวะจะโคน ผมว่าคุณประธานเว้นวรรคได้แบบเสียวๆทุกครั้ง และก่อนที่จะมีเสียงปรบมือไม่พึงประสงค์เล็ดลอดออกมา แกต้องรีบพูดต่อ
ผมฟังไปก็ลุ้นไป ดูไปก็ขำไป ห่วงว่าจะตกม้าตายกันตรงนี้ แต่ก็รอดปลอดภัยดีครับ
ประโยคนึงที่ผมชอบท่านประธานพูดมากคือ "Beijing, you are the best to the present, and the gate of the future" (ประมาณนี้) มันดูยิ่งใหญ่มากเลยครับ
มาถึงคิวจุดคบเพลิงกันครับ หลี่หนิง นักกีฬาสามเหรียญทอง ฮีโร่โอลิมปิกของจีนได้ถือคบเพลิงเป็นไม้สุดท้าย ห้อยสลิง วิ่งกลางอากาศรอบสนามรังนกหนึ่งรอบ ก่อนจะจุดคบเพลิง ผมต้องบอกว่าแกวิ่งได้ดีมากครับ มองดูเหมือนกับกำลังเหยียบอากาศอยู่จริงๆ ไม่ใช่แค่สักแต่ว่าแกว่งขาไปมาเฉยๆ คาดว่าแกคงมีชื่อเต็มว่า หลี่หนิง Skywalker หรือ Airwalk หลี่หนิง แน่ๆ
ถามว่าง่ายไปไหมกับลีลาการจุดคบเพลิงแบบนี้ อืม มันก็คงง่ายจริงๆแหละครับ มันไม่หวือหวาเหมือนการยิงธนูจุดไฟที่บาร์เซโลนา แต่ผมเชื่อว่ามันก็ลงตัวมากครับ การที่ให้หลี่หนิงวิ่งกลางอากาศ และฉากหลังเป็นภาพการวิ่งคบเพลิงทั่วโลก ผมว่ามันยิ่งใหญ่มากนะ มันแสดงให้เห็นว่าโอลิมปิกเป็นกีฬาของคนทั้งโลกครับ สมกับสโลแกน One World, One Dream มาก จริงๆแล้วผมก็สอดส่องหาฐานคบเพลิงอยู่แหละครับว่าอยู่ไหน ไม่เห็นๆไปจนกระทั่งฉากแบ็กกราวนด์ภาพไล่ไปจนสุดขอบถึงได้เผยโฉมฐานคบเพลิง เป็นอะไรที่ซ่อนเซอร์ไพรส์ไว้เล็กๆกำลังดีจริงๆ
คบเพลิงถูกจุด และแล้วโอลิมปิกก็เริ่มขึ้นครับ
จุดพลุเฉลิมฉลองกันทั่วปักกิ่งเลยทีเดียว งดงามมาก แต่หลังจุดเสร็จก็เห็นควันพลุฟุ้งไปเลยเหมือนกัน ไม่รู้เพื่อนๆทราบกันหรือเปล่าว่าเป็นเวลาเกือบเดือนได้แล้วที่ปักกิ่งจำกัดวันให้รถวิ่งเพื่อลดมลภาวะทางอากาศอันเกิดจากรถยนต์ และก็ได้ผลมากด้วย แต่เห็นควันพลุฟุ้งผมเลยรู้สึกเสียดาย กลัวมันไปทำให้เกิดมลพิษทั้งที่อุตส่าห์รณรงค์กันมา แต่ก็ผ่านไปได้ด้วยดีแหละครับ

สิ่งที่ผมออกจากผิดหวังหน่อยก็คือ You and me เพลงธีมครับ คือ พอรู้ว่าจะได้ Sarah Brightman ผู้ร้องเพลง Memory อันโด่งดังมาร้องให้ ผมก็เฝ้าตั้งหน้าตั้งตารอครับ แต่ผมว่าเธอก็โชว์พาวมากไปครับ ร้องเสียงสูงจนฟังไม่ออกว่ากำลังร้องอะไร เนื้อหาของเพลงก็ไม่มีอะไร เพลงจบลงโดยไม่ฝากรอยขีดข่วนไว้ในใจผมสักนิดเลยครับ เสียดายนิดหน่อย ถ้าเป็นอย่างนี้ให้เหล่าดาราออกมาร้องเพลง Welcome to Beijing อาจจะดีกว่านี้ก็ได้นะเนี่ย
เครดิตรูป http://en.beijing2008.cn/ceremonies/headlines/openingceremony/s214516089/

ไฮโดรลิกมนุษย์นี่สุดยอดของสุดยอดจริงๆ ไม่รู้ฝึกกันหนักขนาดไหนเนี่ย
ตอนดูพิธีเปิด
ฮ่าๆๆ
น้องที่ร้องเพลงน่ารักมากกกกกกกกกกค่ะ
น้องผู้หญิงที่ร้องเพลงก็น่ารักมากจริงๆ ภูมิใจแทนคนเป็นพ่อและแม่
ภาพพลุสวยงามมากเลยนะคะนี่
#1 By ~ N ~ on 2008-08-09 23:34