เห็นหน้าติ๋มๆแบบนี้ ผมมีความเถื่อนดิบอยู่ในตัวนะครับ สมัยก่อนตอนม.ต้น ม.ปลาย เพื่อนๆแค่ริอยากเจาะหู ส่วนผมอยากสักไปแล้ว ไปถามราคาที่สยาม สักรอบแขนเท่าไร สามพันแปด อืมๆๆๆ โอเคครับพี่ ไว้เดี๋ยวผมมาใหม่ กลับไปบอกแม่ว่าอยากสัก (เป็นลูกที่ดีจริงๆ รู้ว่าไม่ได้ยังอุตส่าห์ไปขอก่อนทำ) แน่นอนแม่ไม่ให้ จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทั้งเจาะหู ทั้งสัก พ่อไม่ให้ แม่ไม่ยอม แฟนไม่เห็นด้วย พ่อแม่แฟนรังเกียจ เฮ้อ

 

อย่างไรก็ตาม ความอยากสัก อยากเจาะหูก็ยังคงถูกเก็บกดไว้อยู่ภายในใจ ไม่ได้หายสาบสูญไปไหน เพียงแค่รอวันปลดปล่อยมันเท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็มีไปเพนท์บ้าง ไปทำเฮนน่าสนองตัณหาตัวเองเรื่อยไป แต่แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ผมสามารถทำรอยสักได้เองทุกเมื่อที่ต้องการ เพียงแต่เลือกลวดลายไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าศาสตร์แพทย์จีนจะให้โอกาสนี้กับผม

 

 

โปรดสังเกตที่หัวไหล่ เห็นอะไรเป็นจ้ำๆกลมๆสีม่วงๆไหมครับ อย่าเข้าใจผิดครับ นั่นไม่ใช่รอยสตอเบอรี่ที่เกิดในโรงเรียนหญิงล้วนแต่อย่างใด (และก็ไม่ใช่จากคู่เกย์เช่นกันครับ) นั่นแหละครับคือรอยสักที่เกิดจากหมอจีน กิ๊บเก๋เท่เป็นบ้า ยังกะมีดวงตาของซอรอนอยู่ที่ไหล่ แต่แค่นั่นมันยังไม่พอ บอกแล้วว่าเก็บกด เพราะฉะนั้น...

 

 

เพื่อนๆจะเห็นว่านอกจากไหล่แล้ว ยังมีที่ต้นคอ ที่แถวกลางหลังอีก จริงๆแล้วยังมีมากกว่านี้อีกมา ก็คือเป็นดวงจ้ำๆม่วงๆแบบนี้ทั้งแผ่นหลังนั่นแหละครับ มองไกลๆราวกับน้องหมาดัมเมเชี่ยนเลยเชียว แต่รูปนั้นทางกบว.ไม่ให้ผ่าน กลัวคนไข้จะกลัวแพทย์แผนจีน ไม่กล้ามาหาหมออีก หาว่าหมอจีนโหดร้ายป่าเถื่อนว่าไปนั่น 

 

รอยนี้คือรอยอะไร?

มันเป็นรอยที่เกิดมาจากการครอบแก้วครับ ภาษาจีนเรียกว่า 火罐 (หั่วกว้าน แปลว่า กระป๋องไฟ) ภาษาอังกฤษเรียก Cupping เป็นวิธีการรักษาอย่างนึงที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีบันทึกไว้ว่าการครอบแก้วมีตั้งแต่ยุคราชวงศ์จิ๋น ประมาณสองพันกว่าปีก่อนแล้ว สมัยก่อนไม่มีแก้ว พวกเขาจะใช้เขาของสัตว์ต่างๆที่ไม่มีรูรั่วมาครอบแทน

 

 

วิธีครอบแก้วคือ จุดไฟแล้วเอาไฟเข้าไปไล่อากาศในแก้ว หลังจากนั้นก็ใช้ความเร็วปานแสง รีบเอาแก้วมาวางไว้ในจุดเส้นลมปราณ ให้แก้วดูดติดกับเนื้อส่วนนั้นๆ เนื้อก็จะถูกดูดเข้าไป แล้วแก้วก็จะค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น ทิ้งไว้ 5-10 นาที ก่อนดึงแก้วออก

 

ไฟทำขึ้นมาอย่างไร  เอาลวดมามัดสำลีหนึ่งก้อน มัดให้แน่นๆนะ แล้วก็เอาสำลีไปจุ่มแอลกอฮอล์ล 95% จากนั้นก็สะบัดเล็กน้อย แอลกอฮอล์ลเยอะเกินไป เวลาครอบแก้วที่ต้องสะบัดลวดติดไฟเร็วๆ ไฟอาจจะหลุดติดไปตามหยดแอลกอฮอล์ล เกิดอุบัติเหตุโดยไม่จำเป็น ผมเองยังเคยโดนลวกมาแล้วครับ

 

วิธีดึงแก้วออกคือ เอานิ้วกดผิวหนังบริเวณข้างๆขอบแก้ว เพื่อให้มีช่องพอที่อากาศจะเข้าไปทำลายสภาพสูญญากาศในแก้ว แล้วแก้วก็จะหลุดออกเอง การกระชากแก้วไม่ทำให้แก้วหลุด แต่ถ้าแก้วหลุด ผิวหนังชั้นในชั้นนอกอาจจะหลุดตามออกมาได้ ล้อเล่นนะ

 

โอเค ถึงตรงนี้คงเข้าใจวิธีทำคร่าวๆแล้ว แต่ที่มาอธิบายนี้ไม่ใช่สนับสนุนให้ไปทำกันเองนะครับ เพราะมันมีอันตรายอยู่ แค่ให้เข้าใจว่ามันคืออะไร ว่าแต่อยู่ว่างๆจะซาดิสม์ มาโซคิสต์ ทำร้ายผิวหนังตัวเองทำไมกัน อันนี้มันมีสาเหตุครับ การครอบแก้วนั้นทางแพทย์จีนเชื่อว่าเป็นการดูดพิษต่างๆออกมาทางผิวหนังผ่านเส้นเลือดฝอยที่แตกตัว แพทย์จีนบอกว่าเหตุของโรคนั้นเกิดจากสองหลักใหญ่ๆ หนึ่งคือพิษที่เข้าสู่ร่างกาย (เชื้อโรคต่างๆ) สองคือภูมิต้านทาน ก็คล้ายกับแผนปัจจุบันนี่นา แต่แพทย์จีนมองง่ายกว่านั้นครับ เราก็คิดว่าพิษเข้ามาแล้ว พิษมันเป็นของมีสสาร มีตัวตน พอมันเข้ามาในร่างกายก็ไปอุดตันเส้นเลือด เส้นลมปราณ เลือดลมเดินไม่ดี ก็กลายเป็นโรคขึ้นมา การครอบแก้วก็มาดูดพิษตรงนี้ออกไป ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี น้าที่ไหลย่อมไม่เน่า ร่างกายจึงแข็งแรงครับ

 

แล้วถ้าอธิบายทางวิทยาศาสตร์หน่อยละ เขาอธิบายว่าเมื่อครอบแก้วแล้วเนี่ย เส้นเลือดฝอยก็แต่ เม็ดเลือดก็จะแตก ฮีโมโกลบินก็จะกระจายออกมาตามโครงสร้างของร่างกายต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ที่อยู่ของมัน ภูมิคุ้มกันร่างกายคิดว่ามันเป็นของแปลกปลอมจึงรีบออกมากำจัดมันทิ้ง ถือเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบนึงที่ปลอดภัย เพราะไม่ได้ฉีดเชื้อโรคอะไรเข้าสู่ร่างกาย

 

ครอบแก้วใช้ได้ในหลายโรคมาก เช่น ไอ หอบหืด หลอดลมอักเสบ ลมพิษ เป็นต้น แต่โรคที่ใช้บ่อยที่สุดคือโรคปวดเมื่อยครับ ไม่ว่าจะปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเข่า สรุปว่าทั้งตัวครับ ยิ่งปวดมาก tattoo ก็จะยิ่งสีเข้มมาก อย่างผมนี่เป็นผลของการเล่นคอมครับ นั่งในท่าเล่นคอมนาน กล้ามเนื้อไหล่ ต้นคอเกร็ง เส้นเลือดถูกบีบ เลือดไหลเวียนไม่ดี พอครอบแก้วปุ๊ป ก็อย่างที่เห็น สีเป็นพวกเลือดคั่ง เพราะฉะนั้นหนุ่มสาวออฟฟิศที่ทำงานกับคอมทุกวัน หากลองครอบแก้วแล้วละก็ tattoo ของคุณก็ไม่ต่างกับของผมหรอกครับ เป็นดัมเมเชี่ยนเหมือนๆกัน แต่เชื่อไหมครับ สำหรับคนที่ไม่ปวดไม่เมื่อยเนี่ย ครอบแก้วออกมาจะไม่มีสีตกค้างบนผิวหนังครับ อาจจะมีแค่รอยขอบแก้ว แต่พอผ่านไปสักสิบนาที ผิวก็สวยเรียบดังเดิม

 

 

 

ทำไมครอบแก้วถึงใช้กับโรคปวดดีละ แพทย์จีนบอกว่า พิษเย็นเป็นต้นเหตุของอาการปวด การใช้ไฟไปดูดให้พิษเย็นออกมาจึงรักษาตรงนี้ได้ เพราะเหตุนี้แหละครับที่ทำให้ผมไม่นิยมการครอบแก้วแบบใช้เครื่องมือดูดสูญญากาศ ยังหลงใหลการใช้ไฟมาจุดครอบแก้ว ผมว่ามันคลาสสิกดี  

 

 

เรื่องการรักษาอาการปวด การครอบแก้วยังมีอีกวิธีนึงครับ วิธีนี้ค่อนข้างโหดร้ายหน่อย คือ เอาครอบแก้วไว้ใช้ดูดเลือดเสียออกจากร่างกาย เริ่มจากการใช้ครอบแก้วดูดให้เลือดไปรวมตัวกันบริเวณจุดที่ปวด สมมติว่าปวดเข่า ก็ครอบแก้วที่ข้อพับด้านหลัง ทิ้งแก้วไว้ไม่ต้องนานพอให้เลือดมารวมตัวกัน จากนั้นเอาแก้วออกก่อนจะใช้เข็มที่ค่อนข้างใหญ่มาจิ้มผิวหนัง ทีนี้เลือดก็จะไหลออกมา เราก็เอาแก้วครอบที่แผลอีกครั้ง เมื่อเป็นอย่างนั้นเลือดเสียก็จะถูกดูดออกมา เชื่อไหมครับ คนไม่เป็นอะไรเลือดจะสีแดงปกติ ส่วนคนที่ปวดเข่าเลือดจะสีแดงเข้ม ม่วง หรือดำไปเลย ได้ผลชัดและเร็วมาก คุณอาจจะมองว่าป่าเถื่อน แต่ถ้าคนไข้หายแล้วพอใจกับการรักษา ยังมีอะไรที่ต้องมาถกเถียงกันอีก จริงไหมครับ

 

แต่ครอบแก้วก็ไม่ใช่ว่าใช้ได้กับทุกคนนะครับ มีข้อห้ามเหมือนกันดังนี้

1. เป็นพวกระบบประสาทตื่นตัวไป บ้า เป็นตะคริวหรือชักง่าย

2. เป็นพวกเลือดหยุดยาก เกร็ดเลือดไม่พอ หรือลูคิเมีย เป็นต้น

3.โรคหัวใจ

4. บวมน้ำทั้งตัว

 

ถ้าอยากครอบแก้วนั้น ปกติจะไม่มีที่ไหนเปิดให้ครอบแก้วอย่างเดียว โดยมากเราจะเห็นการครอบแก้วในแผนกฝังเข็มครับ เป็นเหมือนเครื่องมือคอยช่วยฝังเข็มอีกที ถ้าใครเคยไปฝังเข็มตามรพ.อาจจะเคยโดนกับตัวมาก็ได้ อย่างของผมตอนนี้กำลังขึ้นวอร์ดอยู่ที่แผนกฝังเข็ม ยามปลอดคนไข้ก็ดูดเล่นกับเพื่อน เป็นจ้ำๆกันทั้งคู่ ฮ่าๆๆ (ฟังแล้วสยิวกิ้วมาก) เพื่อนๆอาจจะซื้อชุดครอบแก้วสูญญากาศตามรูปมาใช้ก็ได้ครับ ปลอดภัยดี ราคาที่จีนที่เคยซื้อประมาณห้าหกร้อยบาท ที่ไทยไม่ทราบครับว่ามีขายที่ไหน

 

ในต่างประเทศการครอบแก้วก็เป็นที่รู้จักนะครับ อย่างกวิเน็ธ พัทโทรว ในรูปนี้ ดูแผ่นหลังเธอสิครับ 

 

 

เจ๊แกใช้ลดความอ้วนครับ แล้วก็ใช้ดูแลสุขภาพด้วย เธอให้สัมภาษณ์บอกว่า "การครอบแก้วมันทำให้เดี๊ยนรู้สึกฟื้นสภาพหลังการคลอดได้เร็วมั่กๆคร่า นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นคลายตัวแล้ว ยังทำให้เลือดลมเดินดีด้วยนะคร้า แถมยังรักษาการย่อยอาหารไม่ดีกับเป็นหวัดได้อีกด้วย" กวิเน็ธกล่าวในที่สุด อืมมม

 

ทุกวันนี้ผมอยู่แผนกฝังเข็ม ก็มีคนมาลดความอ้วนกันนะครับ วันก่อนโรงพยาบาลจัดงานฝังเข็มลดความอ้วน คนไข้ก็เยอะพอสมควร ผมจิ้มไปสามสิบเข็ม พรุนเลย ฝังไปสองคน หกสิบเข็ม มันส์มือเป็นบ้า ฝังที่พุงอย่างเดียวก็สิบกว่าเข็มแล้ว หลังจากถอนเข็มแล้วก็มีการครอบแก้ว โดยให้สะดือเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วก็ครอบแก้วรอบสะดือเป็นรูปวงกลม พอถอนแก้วออกเราก็จะได้รูปดอกไม้ที่น่ารักกลางพุงพลุ้ยๆหนึ่งดอกครับ (หมออารมณ์ดี แต่คนไข้ไม่ขำด้วย) ซานดร้า บูลล็อก ก็ใช้ฝังเข็มลดความอ้วนอยู่เหมือนกันครับ

 

มีการครอบแก้วอีกวิธีที่ผมชอบครับ เขาเรียกว่า เดินแก้ว (走罐โจ่วกว้าน) ไม่ใช่ผีถ้วยแก้วนะ แต่เป็นการเอาวาสลีนหรือโลชั่นมาทาที่ปากแก้วและบริเวณแผ่นหลัง จากนั้นก็ครอบแก้ว เมื่อแก้วดูดติดกับผิวหนังแล้ว หมอก็จะจับแก้วนั้นลากไปมาตามแผ่นหลังของเรา แก้วก็จะดูดเนื้อเราไปเรื่อยๆไม่อยู่กับที่ อารมณ์ยังกะสปาแน่ะคุณ เพลินเป็นบ้า เสียดายที่ไม่ค่อยมีใครทำให้ ไม่งั้นผมทำบ่อยๆแน่ วิธีนี้ดีตรงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยแก้วไว้ แค่ทำให้แผ่นหลังแดงๆนิดหน่อย และเลือดลมเดินดี

 

และก็จบเรื่องครอบแก้วไปอีกหนึ่ง สนุกสนานกันไป ใครสนใจอยากมี tattoo แบบผม ก็เชิญไปลองกันได้นะครับ อ้อ ไม่ต้องกลัวว่ารอยครอบแก้วจะไม่หาย ถ้าสีเข้มๆแบบผมสักอาทิตย์หนึ่งถึงสองอาทิตย์ก็หายแล้วครับ แต่เรามันโรคจิตครับ ไม่ปล่อยให้มันหาย จัดการครอบต่อทันที สามารถทำวันเว้นวันได้เลยครับ ไม่มีปัญหาอะไร

 

นอกเรื่อง

 

ได้อ่านเอนทรี่ของคุณกรรมกรไซเบอร์เรื่องซุปไก่เลยขอแจมบ้าง ผมจะบอกว่าซุปไก่สามารถรักษาโรคและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้จริงๆนะครับ

 

ก่อนอื่นก็ซื้อซุปไก่สกัดมาหนึ่งขวด แล้วก็กระดกซุปไก่ลงไปซะ ล้างขวดให้สะอาด เอาขวดมาใช้ครอบแก้วตามร่างกาย เพียงเท่านี้ร่างกายเพื่อนๆก็จะแข็งแรง เก็บขวดไว้ใช้ครั้งต่อๆไป ไม่ต้องไปหาซื้อขวดครอบแก้วที่ไหน (ขวด)ซุปไก่สกัดสุดยอดดดด สุโก้ยยยยยย อิๆ

.

.

.

.

.

.

.

 

มาย้ำเตือนกันนิดนึงว่ายังรับบริจาคโครงการไทยช่วยสันติสุข สมทบทุนบริจาคเงินซื้ออุปกรณ์การรบให้เจ้าหน้าที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่นะครับ ขณะนี้เริ่มมีคนบริจาคเข้ามาในสายของผมแล้ว ผมจะทยอยรวบรวมเงินแล้วประกาศบนบล็อกอีกทีนึงครับ เราทำได้มากกว่ายืนไว้อาลัยจริงๆครับ

 

 

และแม้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละของเราจะต้องการความช่วยเหลือทางด้านวัตถุ แต่ก็อย่าลืมส่งใจไปด้วยนะครับ จ่าหน้าซองตามนี้ได้เลย หากใครทำงานด้านการศึกษา จะนำไปเป็นกิจกรรมให้นักเรียนทำในโรงเรียนก็ดีนะครับ

 

 

 

ตัวอย่างจดหมายของผมเอง ขอสดุดีน้องหยกหน่อยเถอะครับ เธองามทั้งกายและใจอย่างไม่ต้องให้กรรมการหน้าไหนมาตัดสินเลยจริงๆ พี่ขอบคุณหยกไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ (คลิกที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่)

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

โฮ่...
เหมือนเคยดูในรายการทีวีเหมือนกันครับ
เรื่องการครอบแก้วเนี่ย...

แต่..ก็นะ
คุณหมอเชน มีความฝันเหมือนกับผมเลย
"อยากสัก"

อิอิ

ว่าแต่ ขวดซุปไก่มีประโยชน์แค่นั้นเองหรือขะรับนี่...

#1 By ซับบาธ... on 2008-09-10 21:08

หมอเชน!
เปลืองเนื้อเปลืองตัวมากๆ ครับ เอนทรี่นี้

Hot!
พออ่านประโยชน์ของซุปไก่จากหมอเชนแล้ว...sad smile

Hot!

#3 By SkyKiD on 2008-09-10 21:16

สนใจเหมือนกันนะ แต่เห็นดวงแล้ว....คิดว่าของตัวเองคงออกมาถึงขั้นดำแน่ๆ sad smile เปลี่ยนเป็นเดินแก้วถ้าจะดี

#4 By ตุ้มเป๊ะ on 2008-09-10 21:25

เคยเห็นในทีวี ครอบแก้วนี่หล่ะ

#5 By V@R on 2008-09-10 21:27

ซุปไก่มีประโยชน์จิงๆ ToT

ความจิงตอนนี้ปวดหลังอยู่ แต่กลัวรอยมันอยู่นาน -..-
ไม่กล้าทำด้วย >.<!!

#6 By Aelita~[-X-]~ on 2008-09-10 21:29

เข้าใจง่ายดีมากเลยครับ big smile




จุดๆ เหมือนเ็ป็นปานเลยนะครับ confused smile

#7 By Zairen_Bibliophobia on 2008-09-10 21:30

เห็นแล้ว อยากจะไปลองทำบ้างค่ะ แต่ถ้าอยู่เมืองไทยนี่ พอจะหาที่ไหนมีการรักษาแบบนี้ได้มั่งเหรอคะ พอดีไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลยจริงๆค่ะ...

#8 By ทานุขนฟู on 2008-09-10 21:39



แต่มันน่ากลัวเหมือนกันนะ
แพนด้าไม่กล้าทำนะเนี่ยsad smile Hot!
มีคนไปร้องแร่แห่กระเชอให้ปอนรีบมาดู อิอิ.. แต่ๆๆ คนที่ทำให้พี่หมอเชนปากกว้างจังเลย...อิอิquestion น่าลองมั่งจังเลยครับconfused smile

#10 By ปอนปอน on 2008-09-10 21:59

เอิ่ม ถ้าอยู่คนเดียวจะทำให้ตัวเองได้ยังไงล่ะครับ
มันแปะข้างหลังไม่ได้น่ะสิ

#11 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-09-10 21:59

กำลังปวดหลังอยู่เลยค่ะ อยู่หน้าคอมนานเกิน
ครอบแก้วก็ดูน่าลองดีนะค่ะ แต่ว่ารอยมันน่ากลัวแบบนี้ ใช้วิธีลุกมาเดินเล่นบ่อยๆ แทนดีกว่า เหอๆ sad smile sad smile

ว่าแต่ผอมลงรึเปล่าค่ะ จำได้ว่าคราวก่อนที่เห็นในรูปไม่ผอมเท่านี้นะค่ะ big smile

#12 By ดินสอทราย on 2008-09-10 22:00

เหมือนพี่เชนแปลงร่างไปอีกขั้นนึงเพื่อสู้กับปีศาจเหล่าร้าย ย๊ากกกก ปล่อยพลังศาสตร์จีน อะฟิ่วๆๆ ฮ่าๆๆ อะไรของเมธ์เนี่ย confused smile

เรื่องครอบแก้ม เหมือนคุ้นๆว่าจะเคยได้ยินมาตั้งแต่เด็ก อืมมม มีแก้โรคบวมไขมันทั้งตัวด้วยมั้ยนะ ฮ่ะๆ sad smile


ปล. 530 big smile

#13 By maebin on 2008-09-10 22:00

คุณทานุขนฟู ที่หัวเฉียวมีแน่ๆครับ แต่ไม่แน่ใจว่าแค่ครอบแก้วอย่างเดียวได้ไหม อีกอย่างค่าบริการคงไม่ถูก ลองโทรถามที่รพ.หัวเฉียว แผนกแพทย์จีนดูก็ได้ึครับ

คุณโก๋ หาคนทำให้สิครับ อิๆ

ผอมลงจ้าเตย เบื่ออาหารจีน กินไม่ค่อยลงแล้ว

เล่นจริงแสดงจริง โนสลิง ไม่ใช้ตัวแสดงแทน
เป็นภูมิปัญญาที่น่าสน แต่รอยน่ากลัวมาก TwT
Hot! cry เอิ๊ก อยากลองบ้าง

#16 By [ i ]Rin on 2008-09-10 22:49

Alcohol 95% .... น่ากลัวมิใช่ย่อยsad smile

#17 By PoY on 2008-09-10 22:51

อยากฝังเข็มลดพุงบ้างอะพี่เชนนนนนนน

เห็นรูปล้วคิดถึงเพลง just like a tattoo

#18 By ชาเขียวaddict on 2008-09-10 23:15

โอ้ เคยเห็นในรายการอะไรซักอย่าง เพิ่งทราบรายละเอียดค่ะ น่าสนใจHot! Hot!
ปอลอ. ฮ่า

#19 By (^_^)/nana on 2008-09-10 23:26

เป็นวิธีการรักษาโรคแบบมหัศจรรย์เนอะ
ไม่เคยเห็นอะคะ แล้วคุณสมบัติการรักษาโรค
เป็นไปได้อย่างนั้นเลย น่าทึ่งมากค่ะ
น่าลองและน่ากลัวไปพร้อมๆ กัน เราเป็นโรคปวด
ไหล่ หลัง เมื่อยตัว ชอบไปนวดไทยบ่อยๆ แต่เค้า
บอกยิ่งนวดยิ่งติด ไม่หายหรอก แค่สบายตัว ..
เห็นสีจ้้าๆ แบบนั้นน่ากลัวอ่ะ แล้วตอนเอาไฟไปอัง
แบบนั้น เห็นแล้วเสียว แอลกอฮอล์เป็นตัวล่อไฟอีกนะ wink

#20 By moodee on 2008-09-11 00:10

เหอๆ เคยเห็นในหนังจีนด้วยนะsad smile

#21 By ~memay~ on 2008-09-11 00:15

กี๊ซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ หมอพลีกาย

#22 By b613 ดาวถัดมา on 2008-09-11 00:15

มีบริการรักษาเดลิเวอรี่ถึงบ้านไหมคะ
อยากลองสยิวกิ้วมั่ง confused smile

#23 By bakabo (~^) on 2008-09-11 08:05

ดูรอยแล้วน่ากลัวมาก sad smile

#24 By เจ้าโต on 2008-09-11 09:58

เห็นแล้วอยากทำบ้างจัง ทำงานแล้วเมื่อยมากๆอ่ะครับ

ว่าแล้วเห็นพ่อกับแม่ก็บ่นๆปวดตัว

#25 By • OxyGenYoYo • on 2008-09-11 10:11

อ่านเสร็จอยากไปครอบเลยครับปวดไหล่ปวดคอไม่คลายสักทีconfused smile

#26 By nonworld on 2008-09-11 10:11

เคยเห็นตามทีวีครับ ยังสงสัยอยู่ว่ามันจะเจ็บมั้ย เนื้อถูกดูดซะขนาดนั้น

#27 By Googigg on 2008-09-11 10:51

รอยดูน่ากลัวจริงๆ - -" คือ นึกไม่ถึงว่ารอยจะเด่นขนาดนี้แฮะ

ว่าแต่ ถ้าเหลี่ยมอีกนิด จะเหมือนทักษิณมากครับopen-mounthed smile

#28 By on 2008-09-11 12:01

ว้าวววว เห้นอย่างงี้แล้วน่าเรียนหมอจีนเเลยเนอะ ท่ททางจะสนุก อิอิ อยากเรียนจังbig smile big smile big smile
อู้ว อยากทำมั่งจัง

ว่าแต่เคยเห็นรายการตีสิบหรืออะไรซักอย่าง
มีเขาอะไรซักอย่าง มาขูดผิวหนังตรงที่กล้ามเนื้อกำลังปวดเมื่อย
ได้เป็นปานลายทางเหมือนกันครับ
คนๆ นี้ช่างกล้าโชว์จริงๆ sad smile

#31 By floritasviri on 2008-09-11 15:13

พี่หมอคะ

ถ้าเกิดว่าเด็กตัวดำ ๆ อย่างทราย ต้องมีรอยจ้ำแบบนี้อ่ะนะsad smile sad smile

ทรายอยากสักเหมือนกัน แม่ไม่ได้ห้ามแต่พูดว่า

"ลูกคิดดูนะ ลูกอ่ะดำขนาดนี้ แล้วไปสัก ถ้ายังเด็ก มันก็ไม

#32 By # li DarK_SpritE il # on 2008-09-11 15:16

พี่หมอคะ

ถ้าเกิดว่าเด็กตัวดำ ๆ อย่างทราย ต้องมีรอยจ้ำแบบนี้อ่ะนะsad smile sad smile

ทรายอยากสักเหมือนกัน แม่ไม่ได้ห้ามแต่พูดว่า

"ลูกคิดดูนะ ลูกอ่ะดำขนาดนี้ แล้วไปสัก ถ้ายังเด็ก มันก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าแก่แล้วรอยสักมันย่น ๆ แล้วตัวดำ ๆ มันดูสะอาดหรอลูก"

sad smile sad smile

รักษาสุขภาพนะคะ

#33 By # li DarK_SpritE il # on 2008-09-11 15:16

โชว์สัดส่วนด้วย
เสียวใช่เล่นอ่ะ วิธีนี้ ><!!!
แต่นับถือภูมิปัญญาชาวจีนเลยครับเนี่ย

มาทำให้ผมบ้างจิ ฮิๆๆ Hot!
เคยเห็นคนทำมาเหมือนกัน เขาทำกันแบบนี้นี่เอง

อยากลองวิธีเดินแก้วจังopen-mounthed smile
หวัดดีค่ะพี่เชน..อ่านแล้วได้ความรู้และอยากลองทำมั้งจัง แต่เห็นรอยแล้ว อืม...น่าคิดเหมือนกันนะคะsad smile

ปล...ไม่รู้ว่าพี่เชนได้ดูเมลบ้างยังหนอ น้องคนนนี้รอคอยคำตอบอยู่นะคะ (หรือว่าwink...เมลเราไปอยู่ในspamแล้ว )embarrassed

#36 By koy (117.47.73.37) on 2008-09-11 15:38

Hot!
อะจ๊าก ดูดสยองหมอเหม็งโหด ...

หม่าม้าเป็นตะคริวที่สะโพหซ้ายบ่อยๆ
ทำยังไงถึงจะหายขาดฮับ?(ใช้ครอบแก้วดูดจ๊วบ?)

เป็นห่วงหม่าม้า...

#37 By \\(..U 3U..)//จุ๊บุ on 2008-09-11 15:57

เอ.. ตกลงทำเองได้รึเปล่าครับ?
เห็นช่วงแรกบอกไม่สนับสนุนให้ไปทำเอง แต่ช่วงหลังบอกให้ลองซื้อแบบสุญญากาศไปทำเล่นดู embarrassed

ถ้าทำได้เองควรจะดูดที่จุดไหนที่สามารถแก้เมื่อยไหล่และคอจากการใช้คอมครับ

แต่เรื่องซุปไก่นี่ คิดได้ไง sad smile

#38 By Little Lamb on 2008-09-11 16:25

ปล. เห็นรูปแรกเปลือยมา นึกว่าจะโชว์หัวนมอีกรอบ ฮ่าๆๆ

#39 By Little Lamb on 2008-09-11 16:26

โบ ไปทำให้ดิลิเวอรี่นะได้ แต่กลัวโดนสมีโบแพ่นกระบานเอานะสิ หาว่าไปดูภรรยาเขา อิๆ

คุณไทน่าครับ ผมเคยเขียนถึงเรื่องขูดด้วยเขาควายแล้วครับ หาได้จากเอนทรี่ "ป่วยคนเดียวในต่างแดน" กับ "รักษาโรคหวัดง่ายๆด้วย" ในหมวดrecommend ครับ

น้องก้อย เมลไปอยู่ในแสปมจริงๆด้วย ถ้าก้อยไม่ทักมาป่านนี้ก้อยคงคิดว่าพี่หยิ่งแน่ๆเลย เดี๋ยวอ่านเสร็จจะรีบตอบนะครับ

\\(..U 3U..)// เป็นตะคริวแล้วไปลองตรวจดููหรือยังครับว่าสาเหตุอะไร ฝังเข็มอาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งก็ได้ครับ
จริงๆถ้าใช้สูญญากาศก็ทำเองได้ครับ ถ้าใช้ไฟไม่แนะนำให้ทำเองเพราะผมอธิบายยังไงก็ไม่เหมือนกับเห็นเองหรือมีคนที่ทำเป็นคอยแนะนำระหว่างทำ

ถ้าจะทำให้เพื่อแก้ปวดไหล่ปวดคอ ก็ดูดตรงที่ปวดเลยครับ เลือกจุดที่มีเนื้อเยอะๆหน่อย อย่าไปดูดจุดที่ไม่มีเนื้อเพราะมันจะดูดไม่ติดครับ
นายแบบล๊อหล่อ
ลายมือก็สวยงาม

Hot!
เจ๊บมากมั๊ยน้อ

#42 By มนุษย์กล่อง on 2008-09-11 19:29

ครอบแก้ว น่าลองแฮะ น่าจะสบายดี แต่เรื่องสักยังไงก็ไม่เอาด้วยอ่ะค่ะ แหะๆsad smile

#43 By Ojisama on 2008-09-11 21:03

แน๊ะ แอบมีพาดพิงถึงเรา ฮ่าๆๆๆ ขอบคุณนะที่รับฟังความคิดเห็น เห็นมั๊ยแค่นี้ยังมีคนบอกว่าน่ากัวเลย แต่ไม่ยักรู้ว่าจะมีคนรู้จักครอบแก้วเยอะขนาดนี้เนอะ confused smile

#44 By kondee (124.120.117.114) on 2008-09-11 21:42

อ่า .. มันก็ยังดูน่ากลัวอยู่ดีนะคะ big smile

#46 By Bew on 2008-09-12 00:09

พี่เชนๆๆๆ ขอบคุณมั๊กๆสำหรับคำตอบนะคะ big smile
ก้อยจะลองติดต่อดูค่ะ...
ปล..ก้อยก็เสียดายเหมือนกันค่ะถ้ารู้ว่าจะไปเรียนคงรีบเตรียมความพร้อมด้านภาษาก่อนเลย แต่ก็จะพยายามต่อไปค่ะopen-mounthed smile

#47 By koy (117.47.76.130) on 2008-09-12 08:16

อ้าว มีแล้วแฮะ
ลิืมขุดครับขออภัย
อืม... ปวดหลังเหมือนกันแฮะ

แต่พอคิดว่าเอามาดูดๆ..เจาะเลือด

บรึ๋ยยย ...



เรา...สักไปแล้ว ไม่คิดจะลบด้วย ห้าห้าห้า

#49 By ฉันคือรั้ว on 2008-09-12 11:20

น่าสนใจมากๆครับ

การครอบแก้วนี่ ได้ยินมานาน แถมเห็นในหนังมาก็หลายเรื่อง...เพิ่งจะเคยได้เห็นจะๆก็ครั้งนี้แล อยากลองใช้บริการดูบ้างเหมือนกัน...ตั้งซุ้มเลยก็ดีนะครับ พี่หมอเชนconfused smile


แต่ถ้าเป็นฝังเข็ม เคยแวะเวียนไปให้อาจารย์หมอดูแลให้หลายครั้งเหมือนกันครับ...เป็นหวัดเมื่อไหร่ โดนจิ้มตรงหัวตาอยู่ครึ่งชั่วโมง ดีขึ้นจริงๆนะเออ confused smile

#50 By Zieghart on 2008-09-12 14:32

็ฺฝาก happy birthday คุณแม่หมอเชนด้วยค่า ขอให้ท่านมีความสุขมากๆสุขภาพแข็งแรงค่ะconfused smile

#51 By (^_^)/nana on 2008-09-12 16:38