"ครอบแก้ว" Tattoo แบบหมอจีน
posted on 10 Sep 2008 21:01 by aunlamun in Doctor-World, Music-therapy
เห็นหน้าติ๋มๆแบบนี้ ผมมีความเถื่อนดิบอยู่ในตัวนะครับ สมัยก่อนตอนม.ต้น ม.ปลาย เพื่อนๆแค่ริอยากเจาะหู ส่วนผมอยากสักไปแล้ว ไปถามราคาที่สยาม สักรอบแขนเท่าไร สามพันแปด อืมๆๆๆ โอเคครับพี่ ไว้เดี๋ยวผมมาใหม่ กลับไปบอกแม่ว่าอยากสัก (เป็นลูกที่ดีจริงๆ รู้ว่าไม่ได้ยังอุตส่าห์ไปขอก่อนทำ) แน่นอนแม่ไม่ให้ จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ทั้งเจาะหู ทั้งสัก พ่อไม่ให้ แม่ไม่ยอม แฟนไม่เห็นด้วย พ่อแม่แฟนรังเกียจ เฮ้อ
อย่างไรก็ตาม ความอยากสัก อยากเจาะหูก็ยังคงถูกเก็บกดไว้อยู่ภายในใจ ไม่ได้หายสาบสูญไปไหน เพียงแค่รอวันปลดปล่อยมันเท่านั้น ก่อนหน้านี้ก็มีไปเพนท์บ้าง ไปทำเฮนน่าสนองตัณหาตัวเองเรื่อยไป แต่แล้ววันนั้นก็มาถึง วันที่ผมสามารถทำรอยสักได้เองทุกเมื่อที่ต้องการ เพียงแต่เลือกลวดลายไม่ได้ ใครจะไปคิดว่าศาสตร์แพทย์จีนจะให้โอกาสนี้กับผม
โปรดสังเกตที่หัวไหล่ เห็นอะไรเป็นจ้ำๆกลมๆสีม่วงๆไหมครับ อย่าเข้าใจผิดครับ นั่นไม่ใช่รอยสตอเบอรี่ที่เกิดในโรงเรียนหญิงล้วนแต่อย่างใด (และก็ไม่ใช่จากคู่เกย์เช่นกันครับ) นั่นแหละครับคือรอยสักที่เกิดจากหมอจีน กิ๊บเก๋เท่เป็นบ้า ยังกะมีดวงตาของซอรอนอยู่ที่ไหล่ แต่แค่นั่นมันยังไม่พอ บอกแล้วว่าเก็บกด เพราะฉะนั้น...
เพื่อนๆจะเห็นว่านอกจากไหล่แล้ว ยังมีที่ต้นคอ ที่แถวกลางหลังอีก จริงๆแล้วยังมีมากกว่านี้อีกมา ก็คือเป็นดวงจ้ำๆม่วงๆแบบนี้ทั้งแผ่นหลังนั่นแหละครับ มองไกลๆราวกับน้องหมาดัมเมเชี่ยนเลยเชียว แต่รูปนั้นทางกบว.ไม่ให้ผ่าน กลัวคนไข้จะกลัวแพทย์แผนจีน ไม่กล้ามาหาหมออีก หาว่าหมอจีนโหดร้ายป่าเถื่อนว่าไปนั่น
รอยนี้คือรอยอะไร?
มันเป็นรอยที่เกิดมาจากการครอบแก้วครับ ภาษาจีนเรียกว่า 火罐 (หั่วกว้าน แปลว่า กระป๋องไฟ) ภาษาอังกฤษเรียก Cupping เป็นวิธีการรักษาอย่างนึงที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีบันทึกไว้ว่าการครอบแก้วมีตั้งแต่ยุคราชวงศ์จิ๋น ประมาณสองพันกว่าปีก่อนแล้ว สมัยก่อนไม่มีแก้ว พวกเขาจะใช้เขาของสัตว์ต่างๆที่ไม่มีรูรั่วมาครอบแทน

วิธีครอบแก้วคือ จุดไฟแล้วเอาไฟเข้าไปไล่อากาศในแก้ว หลังจากนั้นก็ใช้ความเร็วปานแสง รีบเอาแก้วมาวางไว้ในจุดเส้นลมปราณ ให้แก้วดูดติดกับเนื้อส่วนนั้นๆ เนื้อก็จะถูกดูดเข้าไป แล้วแก้วก็จะค้างเติ่งอยู่อย่างนั้น ทิ้งไว้ 5-10 นาที ก่อนดึงแก้วออก
ไฟทำขึ้นมาอย่างไร เอาลวดมามัดสำลีหนึ่งก้อน มัดให้แน่นๆนะ แล้วก็เอาสำลีไปจุ่มแอลกอฮอล์ล 95% จากนั้นก็สะบัดเล็กน้อย แอลกอฮอล์ลเยอะเกินไป เวลาครอบแก้วที่ต้องสะบัดลวดติดไฟเร็วๆ ไฟอาจจะหลุดติดไปตามหยดแอลกอฮอล์ล เกิดอุบัติเหตุโดยไม่จำเป็น ผมเองยังเคยโดนลวกมาแล้วครับ
วิธีดึงแก้วออกคือ เอานิ้วกดผิวหนังบริเวณข้างๆขอบแก้ว เพื่อให้มีช่องพอที่อากาศจะเข้าไปทำลายสภาพสูญญากาศในแก้ว แล้วแก้วก็จะหลุดออกเอง การกระชากแก้วไม่ทำให้แก้วหลุด แต่ถ้าแก้วหลุด ผิวหนังชั้นในชั้นนอกอาจจะหลุดตามออกมาได้ ล้อเล่นนะ
โอเค ถึงตรงนี้คงเข้าใจวิธีทำคร่าวๆแล้ว แต่ที่มาอธิบายนี้ไม่ใช่สนับสนุนให้ไปทำกันเองนะครับ เพราะมันมีอันตรายอยู่ แค่ให้เข้าใจว่ามันคืออะไร ว่าแต่อยู่ว่างๆจะซาดิสม์ มาโซคิสต์ ทำร้ายผิวหนังตัวเองทำไมกัน อันนี้มันมีสาเหตุครับ การครอบแก้วนั้นทางแพทย์จีนเชื่อว่าเป็นการดูดพิษต่างๆออกมาทางผิวหนังผ่านเส้นเลือดฝอยที่แตกตัว แพทย์จีนบอกว่าเหตุของโรคนั้นเกิดจากสองหลักใหญ่ๆ หนึ่งคือพิษที่เข้าสู่ร่างกาย (เชื้อโรคต่างๆ) สองคือภูมิต้านทาน ก็คล้ายกับแผนปัจจุบันนี่นา แต่แพทย์จีนมองง่ายกว่านั้นครับ เราก็คิดว่าพิษเข้ามาแล้ว พิษมันเป็นของมีสสาร มีตัวตน พอมันเข้ามาในร่างกายก็ไปอุดตันเส้นเลือด เส้นลมปราณ เลือดลมเดินไม่ดี ก็กลายเป็นโรคขึ้นมา การครอบแก้วก็มาดูดพิษตรงนี้ออกไป ทำให้เลือดลมไหลเวียนดี น้าที่ไหลย่อมไม่เน่า ร่างกายจึงแข็งแรงครับ
แล้วถ้าอธิบายทางวิทยาศาสตร์หน่อยละ เขาอธิบายว่าเมื่อครอบแก้วแล้วเนี่ย เส้นเลือดฝอยก็แต่ เม็ดเลือดก็จะแตก ฮีโมโกลบินก็จะกระจายออกมาตามโครงสร้างของร่างกายต่างๆ ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่ที่อยู่ของมัน ภูมิคุ้มกันร่างกายคิดว่ามันเป็นของแปลกปลอมจึงรีบออกมากำจัดมันทิ้ง ถือเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายแบบนึงที่ปลอดภัย เพราะไม่ได้ฉีดเชื้อโรคอะไรเข้าสู่ร่างกาย
ครอบแก้วใช้ได้ในหลายโรคมาก เช่น ไอ หอบหืด หลอดลมอักเสบ ลมพิษ เป็นต้น แต่โรคที่ใช้บ่อยที่สุดคือโรคปวดเมื่อยครับ ไม่ว่าจะปวดคอ ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดเอว ปวดเข่า สรุปว่าทั้งตัวครับ ยิ่งปวดมาก tattoo ก็จะยิ่งสีเข้มมาก อย่างผมนี่เป็นผลของการเล่นคอมครับ นั่งในท่าเล่นคอมนาน กล้ามเนื้อไหล่ ต้นคอเกร็ง เส้นเลือดถูกบีบ เลือดไหลเวียนไม่ดี พอครอบแก้วปุ๊ป ก็อย่างที่เห็น สีเป็นพวกเลือดคั่ง เพราะฉะนั้นหนุ่มสาวออฟฟิศที่ทำงานกับคอมทุกวัน หากลองครอบแก้วแล้วละก็ tattoo ของคุณก็ไม่ต่างกับของผมหรอกครับ เป็นดัมเมเชี่ยนเหมือนๆกัน แต่เชื่อไหมครับ สำหรับคนที่ไม่ปวดไม่เมื่อยเนี่ย ครอบแก้วออกมาจะไม่มีสีตกค้างบนผิวหนังครับ อาจจะมีแค่รอยขอบแก้ว แต่พอผ่านไปสักสิบนาที ผิวก็สวยเรียบดังเดิม

ทำไมครอบแก้วถึงใช้กับโรคปวดดีละ แพทย์จีนบอกว่า พิษเย็นเป็นต้นเหตุของอาการปวด การใช้ไฟไปดูดให้พิษเย็นออกมาจึงรักษาตรงนี้ได้ เพราะเหตุนี้แหละครับที่ทำให้ผมไม่นิยมการครอบแก้วแบบใช้เครื่องมือดูดสูญญากาศ ยังหลงใหลการใช้ไฟมาจุดครอบแก้ว ผมว่ามันคลาสสิกดี

เรื่องการรักษาอาการปวด การครอบแก้วยังมีอีกวิธีนึงครับ วิธีนี้ค่อนข้างโหดร้ายหน่อย คือ เอาครอบแก้วไว้ใช้ดูดเลือดเสียออกจากร่างกาย เริ่มจากการใช้ครอบแก้วดูดให้เลือดไปรวมตัวกันบริเวณจุดที่ปวด สมมติว่าปวดเข่า ก็ครอบแก้วที่ข้อพับด้านหลัง ทิ้งแก้วไว้ไม่ต้องนานพอให้เลือดมารวมตัวกัน จากนั้นเอาแก้วออกก่อนจะใช้เข็มที่ค่อนข้างใหญ่มาจิ้มผิวหนัง ทีนี้เลือดก็จะไหลออกมา เราก็เอาแก้วครอบที่แผลอีกครั้ง เมื่อเป็นอย่างนั้นเลือดเสียก็จะถูกดูดออกมา เชื่อไหมครับ คนไม่เป็นอะไรเลือดจะสีแดงปกติ ส่วนคนที่ปวดเข่าเลือดจะสีแดงเข้ม ม่วง หรือดำไปเลย ได้ผลชัดและเร็วมาก คุณอาจจะมองว่าป่าเถื่อน แต่ถ้าคนไข้หายแล้วพอใจกับการรักษา ยังมีอะไรที่ต้องมาถกเถียงกันอีก จริงไหมครับ
แต่ครอบแก้วก็ไม่ใช่ว่าใช้ได้กับทุกคนนะครับ มีข้อห้ามเหมือนกันดังนี้
1. เป็นพวกระบบประสาทตื่นตัวไป บ้า เป็นตะคริวหรือชักง่าย
2. เป็นพวกเลือดหยุดยาก เกร็ดเลือดไม่พอ หรือลูคิเมีย เป็นต้น
3.โรคหัวใจ
4. บวมน้ำทั้งตัว
ถ้าอยากครอบแก้วนั้น ปกติจะไม่มีที่ไหนเปิดให้ครอบแก้วอย่างเดียว โดยมากเราจะเห็นการครอบแก้วในแผนกฝังเข็มครับ เป็นเหมือนเครื่องมือคอยช่วยฝังเข็มอีกที ถ้าใครเคยไปฝังเข็มตามรพ.อาจจะเคยโดนกับตัวมาก็ได้ อย่างของผมตอนนี้กำลังขึ้นวอร์ดอยู่ที่แผนกฝังเข็ม ยามปลอดคนไข้ก็ดูดเล่นกับเพื่อน เป็นจ้ำๆกันทั้งคู่ ฮ่าๆๆ (ฟังแล้วสยิวกิ้วมาก) เพื่อนๆอาจจะซื้อชุดครอบแก้วสูญญากาศตามรูปมาใช้ก็ได้ครับ ปลอดภัยดี ราคาที่จีนที่เคยซื้อประมาณห้าหกร้อยบาท ที่ไทยไม่ทราบครับว่ามีขายที่ไหน
ในต่างประเทศการครอบแก้วก็เป็นที่รู้จักนะครับ อย่างกวิเน็ธ พัทโทรว ในรูปนี้ ดูแผ่นหลังเธอสิครับ
เจ๊แกใช้ลดความอ้วนครับ แล้วก็ใช้ดูแลสุขภาพด้วย เธอให้สัมภาษณ์บอกว่า "การครอบแก้วมันทำให้เดี๊ยนรู้สึกฟื้นสภาพหลังการคลอดได้เร็วมั่กๆคร่า นอกจากจะทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็นคลายตัวแล้ว ยังทำให้เลือดลมเดินดีด้วยนะคร้า แถมยังรักษาการย่อยอาหารไม่ดีกับเป็นหวัดได้อีกด้วย" กวิเน็ธกล่าวในที่สุด อืมมม
ทุกวันนี้ผมอยู่แผนกฝังเข็ม ก็มีคนมาลดความอ้วนกันนะครับ วันก่อนโรงพยาบาลจัดงานฝังเข็มลดความอ้วน คนไข้ก็เยอะพอสมควร ผมจิ้มไปสามสิบเข็ม พรุนเลย ฝังไปสองคน หกสิบเข็ม มันส์มือเป็นบ้า ฝังที่พุงอย่างเดียวก็สิบกว่าเข็มแล้ว หลังจากถอนเข็มแล้วก็มีการครอบแก้ว โดยให้สะดือเป็นจุดศูนย์กลาง แล้วก็ครอบแก้วรอบสะดือเป็นรูปวงกลม พอถอนแก้วออกเราก็จะได้รูปดอกไม้ที่น่ารักกลางพุงพลุ้ยๆหนึ่งดอกครับ (หมออารมณ์ดี แต่คนไข้ไม่ขำด้วย) ซานดร้า บูลล็อก ก็ใช้ฝังเข็มลดความอ้วนอยู่เหมือนกันครับ
มีการครอบแก้วอีกวิธีที่ผมชอบครับ เขาเรียกว่า เดินแก้ว (走罐โจ่วกว้าน) ไม่ใช่ผีถ้วยแก้วนะ แต่เป็นการเอาวาสลีนหรือโลชั่นมาทาที่ปากแก้วและบริเวณแผ่นหลัง จากนั้นก็ครอบแก้ว เมื่อแก้วดูดติดกับผิวหนังแล้ว หมอก็จะจับแก้วนั้นลากไปมาตามแผ่นหลังของเรา แก้วก็จะดูดเนื้อเราไปเรื่อยๆไม่อยู่กับที่ อารมณ์ยังกะสปาแน่ะคุณ เพลินเป็นบ้า เสียดายที่ไม่ค่อยมีใครทำให้ ไม่งั้นผมทำบ่อยๆแน่ วิธีนี้ดีตรงที่จะไม่ทิ้งร่องรอยแก้วไว้ แค่ทำให้แผ่นหลังแดงๆนิดหน่อย และเลือดลมเดินดี
และก็จบเรื่องครอบแก้วไปอีกหนึ่ง สนุกสนานกันไป ใครสนใจอยากมี tattoo แบบผม ก็เชิญไปลองกันได้นะครับ อ้อ ไม่ต้องกลัวว่ารอยครอบแก้วจะไม่หาย ถ้าสีเข้มๆแบบผมสักอาทิตย์หนึ่งถึงสองอาทิตย์ก็หายแล้วครับ แต่เรามันโรคจิตครับ ไม่ปล่อยให้มันหาย จัดการครอบต่อทันที สามารถทำวันเว้นวันได้เลยครับ ไม่มีปัญหาอะไร
นอกเรื่อง
ได้อ่านเอนทรี่ของคุณกรรมกรไซเบอร์เรื่องซุปไก่เลยขอแจมบ้าง ผมจะบอกว่าซุปไก่สามารถรักษาโรคและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้จริงๆนะครับ
ก่อนอื่นก็ซื้อซุปไก่สกัดมาหนึ่งขวด แล้วก็กระดกซุปไก่ลงไปซะ ล้างขวดให้สะอาด เอาขวดมาใช้ครอบแก้วตามร่างกาย เพียงเท่านี้ร่างกายเพื่อนๆก็จะแข็งแรง เก็บขวดไว้ใช้ครั้งต่อๆไป ไม่ต้องไปหาซื้อขวดครอบแก้วที่ไหน (ขวด)ซุปไก่สกัดสุดยอดดดด สุโก้ยยยยยย อิๆ
.
.
.
.
.
.
.
มาย้ำเตือนกันนิดนึงว่ายังรับบริจาคโครงการไทยช่วยสันติสุข สมทบทุนบริจาคเงินซื้ออุปกรณ์การรบให้เจ้าหน้าที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่นะครับ ขณะนี้เริ่มมีคนบริจาคเข้ามาในสายของผมแล้ว ผมจะทยอยรวบรวมเงินแล้วประกาศบนบล็อกอีกทีนึงครับ เราทำได้มากกว่ายืนไว้อาลัยจริงๆครับ
และแม้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละของเราจะต้องการความช่วยเหลือทางด้านวัตถุ แต่ก็อย่าลืมส่งใจไปด้วยนะครับ จ่าหน้าซองตามนี้ได้เลย หากใครทำงานด้านการศึกษา จะนำไปเป็นกิจกรรมให้นักเรียนทำในโรงเรียนก็ดีนะครับ
ตัวอย่างจดหมายของผมเอง ขอสดุดีน้องหยกหน่อยเถอะครับ เธองามทั้งกายและใจอย่างไม่ต้องให้กรรมการหน้าไหนมาตัดสินเลยจริงๆ พี่ขอบคุณหยกไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ (คลิกที่รูปเพื่อดูภาพใหญ่)


มาสเตอร์แชมป์
น่าลองมั่งจังเลยครับ
เอิ๊ก อยากลองบ้าง

เหมือนเคยดูในรายการทีวีเหมือนกันครับ
เรื่องการครอบแก้วเนี่ย...
แต่..ก็นะ
คุณหมอเชน มีความฝันเหมือนกับผมเลย
"อยากสัก"
อิอิ
ว่าแต่ ขวดซุปไก่มีประโยชน์แค่นั้นเองหรือขะรับนี่...
#1 By ซับบาธ... on 2008-09-10 21:08