ยามตับขย่มม้ามฉันใด เครียดแล้วจึงปวดท้องฉันนั้น
posted on 14 Jan 2009 16:15 by aunlamun in Doctor-World, Music-therapy
เคยไหมครับที่เวลาก่อนเข้าห้องสอบ สัมภาษณ์งาน หรือนัดเดทสาวครั้งแรกแล้วท้องไส้มักไม่ค่อยจะเป็นใจ ท้องมวนๆบ้างละ ร้องโครกครากบ้างละ น้องอุนจิมาเคาะประตูอยากจะขอออกไปดูโลกบ้างละ
"อูยส์...อีกสิบนาทีจะเข้าสอบแล้ว ปวดตุ่ยๆชอบกล..."
/me จ้องนาฬิกา "เธอจะมาแล้ว เราแต่งตัวหล่อเหรอยังวะ ท้องทำไมมันมวนๆชอบกลวะ เมื่อเช้าเข้าไปตั้งสามรอบแล้วยังไม่พอหรือไง ไว้หน้าตูหน่อยเว้ย"
ระหว่างที่กำลังสัมภาษณ์แอร์อยู่ ตื่นเต้นเป็นบ้า ถ้าชั้นพูดอะไรผิดไปนี่เป็นนางฟ้าตกสวรรค์เลยนะเนี่ย บิลด์เข้าเครียดเข้า ท้องตุ่ยๆอยากปล่อยตด ทั้งขมิบเอย ทั้งเกร็งเอย สุดท้ายก็ส่งผลให้เมื่อกี๊นี้ตูพูดอะไรออกไปบ้างเนี่ย
(ขอยืมการ์ตูนคุณบัฟมาใช้หน่อย มันได้ใจดี อิๆ)
เรื่องทำนองนี้ผมว่าหลายๆคนเจอเป็นประจำนะครับ บางคนนี่เป็นบ่อยจนส่งผลถึงชีวิตเลย มันจะขาดความมั่นใจไปโดยปริยาย
อาการแบบนี้เขาเรียกว่า "ตับขย่มม้าม" ครับ ฟังดูราวกับเป็นกระบวนท่าของพี่โทนี่ จาเรายังไงไม่รู้
เคยกล่าวไว้หลายครั้งในอดีตว่า ตับเป็นตัวคุมอารมณ์ในร่างกายเรา ไม่ว่าจะอารมณ์สุข เศร้า เหงา รัก เครียด กลัวอะไรก็ตามล้วนแล้วแต่ส่งผลถึงตับทั้งสิ้น
ส่วนม้ามเป็นอวัยวะควบคุมระบบการย่อยอาหารทั้งหมดตั้งแต่ ย่อยอาหาร ดูดซึมสารอาหาร และขับของเสียออกจากร่างกาย
ทีนี้มันมีประโยคเด็ดอยู่ประโยคนึงที่คนเรียนแพทย์จีนต้องรู้และคุ้นเคยว่า 见肝治病,知肝传脾,当先实脾 แปลว่าถ้า "เห็นโรคของตับ ต้องรู้ว่าโรคตับจะส่งผลถึงม้าม ดังนั้นจึงต้องบำรุงม้ามก่อน" ประโยคนี้มีที่มาจากวงจรธาตุทั้งห้า ตับเป็นธาตุไม้ (สีเขียว) ม้ามเป็นธาตุดิน (สีน้ำตาล)

โดยปกติตับจะข่มม้ามอยู่แล้วดูได้จากลูกศรสีม่วงที่อยู่ข้างใน แต่ถ้าอารมณ์เกิดเปลี่ยนแปลงขึ้นตับก็จะทำตัวอันธพาลไม่แค่ข่มแต่ขย่มม้ามเลย ถ้าม้ามเราแข็งแรงดีก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าม้ามเราไม่แข็งแรง อาการของการย่อยอาหารไม่ดีก็จะเกิดขึ้น เช่น อาหารไม่ย่อย เรอบ่อย ท้องแน่นๆ อืดๆ ผายลม และหนึ่งในนั้นที่เราจะมาพูดถึงก็คือ ท้องเสียครับ
นี่คือสาเหตุที่ว่าบางคนทำไมเวลาเครียด ตื่นเต้นจึงมักรู้สึกเหมือนท้องเดิน อยากเข้าห้องน้ำบ่อยกว่าปกติ ก็เพราะว่าม้ามคุณไม่ค่อยแข็งแรงนั่นเอง
ทำไมม้ามถึงไม่แข็งแรงเหรอครับ ผมว่าสำหรับคนไทยเรา เรื่องการทานน้ำนี่น่าจะมีปัญหาแน่นอน ลองเข้าไปหาคำตอบและวิธีแก้ไขได้จากเอนทรี่นี้ครับ
แล้วนอกจากปรับวิธีการใช้ชีวิตแล้ว มียาอะไรที่กินช่วยแก้ได้ไหม ยาจีนนะมีครับ แต่คงจะไม่บอกให้ไปซื้อกันมากิน เพราะว่ามันต้องผสมกับยาตัวอื่นๆเพื่อให้เหมาะกับสภาพร่างกายของแต่ละคน แต่จะบอกว่าถ้าใครมีปัญหาตรงนี้ สามารถมาทานยาจีนรักษาได้ครับ แต่ว่านอกจากการปรับวิถีชีวิตแล้ว ทานยาจีนแล้ว ยังเหลืออีกสิ่งนึงที่ก็ควรปรับปรุงนั่นก็คือ การทำใจครับ ทำใจให้สบายๆครับ อย่าไปบิลด์ ไปกดดันตัวเองมากนัก ผมว่าหลายครั้งที่เครียดเพราะว่าเราเตรียมตัวมาไม่ค่อยดีครับ ถ้างั้นก็ใช้เวลาในการเตรียมตัวเยอะๆหน่อย อ่านหนังสือเยอะๆหน่อย หมั่นลองตอบคำถามบ่อยๆ หมั่นออกเดทบ่อยๆ เอ๊ะยังไง ขี้คร้านออกเดทกับสาวคนนี้ไปสองสามครั้งแล้วจะท้องผูกเอา หุๆ
ล่าสุดผมอ่านหนังสือเรื่อง "สู่ความเป็นอัจฉริยะด้วยการพัฒนาพลังสมอง" ผมว่าเป็นหนังสือที่ผมชอบอีกเล่มนึงเลย อ่านสนุกมากและได้แง่คิดที่เอาไปใช้ได้เยอะด้วย มีเนื้อหาส่วนนึงที่ผมว่าสามารถเอามาประยุกต์ใช้ได้ในกรณีนี้ คร่าวๆว่าโดยปกติร่างกายกับจิตใจจะสัมพันธ์กัน สมมติถ้าเครียด ร่างกายเราก็จะเครียดไปด้วย เพราะฉะนั้นวิธีแก้คือทำลายความสัมพันธ์อันนี้ซะ เราควบคุมจิตใจลำบากกว่าร่างกาย ไม่งั้นผมคงไม่ต้องมานั่งเขียนเอนทรี่นี้แล้ว ดังนั้นยามที่ใจเครียดเราก็ทำร่างกายให้ไม่เหมาะสมกับความเครียดเช่น ลองฉีกยิ้มให้กว้างๆ หรือทำท่าทางอะไรที่มันตลกๆ พอทำอะไรแบบนี้ใจเรามันจะเริ่มงงครับ เอ๊ะ ตกลงตูควรเครียดไหมเนี่ย เมื่อร่างกายไม่เครียด ใจมันก็จะผ่อนคลายตาม ไปลองทำดูครับ ได้ผลยังไงบอกกันด้วย (ผมเคยเขียนเรื่องทำนองนี้ในเอนทรี่ กาย วาจา ใจ แยกเป็นสาม รวมเป็นหนึ่ง เป็นเอนทรี่แรกที่ได้ขึ้นฮอต)
วันนี้แวะไปหาอาจารย์ที่อยากให้เป็นที่ปรึกษาให้ตอนเรียนโท ไปรอเกือบสองชม.เพราะอาจารย์แกตรวจคนไข้อยู่ พอคนไข้ใกล้หมด ใกล้จะเข้าไปหาแก ท้องผมก็เริ่มโหวงๆครับ แต่ยังไม่ถึงขั้นมวนๆ สมัยก่อนตอนม.ปลายก่อนสอบก็จะมีอาการแบบนี้อยู่เหมือนกัน ตอนนี้น้อยลงแล้ว สงสัยม้ามจะแข็งแรงขึ้น เลยเอามาเขียนซะหน่อย อาจารย์แกยังไม่ตอบตกลงรับผมเลย ต้องรอดูอนาคตกันต่อไป เง้อ
edit
ขอบคุณน้องอ้อแอ้ (คอมเมนท์ที่หกของเอนทรี่นี้) สำหรับ 10,000 คอมเมนท์ในบล็อกผมด้วยนะครับ
ป.ล. ผมไม่รู้ว่าหมอแผนปัจจุบันมีวิธีการรักษายังไงบ้าง หมอท่านใดแวะผ่านเข้ามาก็บอกเป็นวิทยาทานก็ดีนะครับ
ป.ล.ล. ได้อ่านโพลที่บล็อกคุณโก๋กันหรือยังครับ สาวๆระวังตัวเพื่อนหนุ่มๆให้มากๆนะครับ ด้วยความเป็นห่วง

#1 By benz on 2009-01-14 16:20