ตั้งชื่อไว้แบบนี้ไม่ใช่ว่าจะดักใครหรอกนะครับ คนเป็นหมอเขาไม่ลามกกันร้อกกก

 

เนื้อ นม ไข่ในที่นี้ผมหมายถึงเนื้อสัตว์ต่างๆ นมวัว และไข่เป็ดไข่ไก่พวกนี้ต่างหากครับ ฟังดูก็ของดีๆทั้งนั้น บำรุงกำลังจะตาย เป็นพิษได้ยังไงกันหมอ อันนี้คงต้องบอกว่า

 

"เธอดีเกินไป"

 

โอ๊ยยยยยย เจ็บ......เนื้อนมไข่มันคงเซ็งเหมือนผู้ชายดีๆแถวนี้ที่เหล้าไม่กิน บุหรี่ไม่สูบ ทำงานหามรุ่งหามค่ำหาเงินมาประเคน นี่กูผิดอีกสินะที่ดีเกินไป โอเค้...

 

แต่อะไรๆถ้ามันดีเกินไป มันมักจะเปลี่ยนเป็นไม่ดีได้ครับ เป็นไปตามหลักหยินและหยางที่ว่า เมื่อหยินถึงที่สุดแล้ว หยินจะกลายเป็นหยาง

 

ในทางแพทย์จีนนั้นมีสาเหตุของการเกิดโรคอยู่ไม่มากครับ ไม่ว่าจะโรคอะไร อาการแบบไหนก็สามารถพอจะใช้สาเหตุเหล่านี้อธิบายได้ทั้งนั้น หนึ่งในสาเหตุยอดฮิตนั้นก็คือ "การกินดีอยู่ดีเกินไป" ครับ

 

ในที่นี้เขาหมายถึงกินของมันๆ ของเลี่ยนๆต่างๆครับ ใครเคยกินเหลาคงรู้ว่าอาหารจีนนั้นอุดมไปด้วยน้ำมันมาก แบบว่าสามารถเทน้ำมันจากผัดผักหนึ่งจานไปทอดไข่เจียวได้อีกห้าฟองเลยทีเดียว แต่ไม่ใช่ว่ามองไม่เห็นน้ำมันอย่างชีสต่างๆจะเป็นข้อยกเว้นหรอกนะครับ อย่าพึ่งได้ใจไป

 

ของมันๆเลี่ยนๆเหล่านี้ แพทย์จีนมองว่าเป็น "ความชื้น" ซึ่ง "ม้าม" อวัยวะหลักในการย่อยอาหารเกลียดที่สุดครับ ความชื้นจะทำให้การทำงานของม้ามแย่ลง อ่อนแรงลง ทำให้เราไม่อยากอาหาร ท้องอืดแบบที่อีโนเรียกพ่อ พะอืดพะอม อยากอาเจียน บางทีถึงขั้นแค่ได้กลิ่นของมันๆเลี่ยนๆก็อยากอาเจียนแล้ว หรือถ้ายังกินอีกก็จะปวดท้องแถวๆสีข้าง อาจจะลามไปถึงหลังด้วย ถ้าอาการหนักมากๆก็ถึงขั้นท้องเสีย หรือกินอะไรก็ออกมาเป็นแบบนั้น (อาหารไม่ผ่านการย่อยเลย)

 

พอม้ามชื้นแล้ว ก็จะเกิดเสมหะขึ้น ซึ่งเสมหะนี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะที่เราขากออกมาทางปากอย่างเดียวนะครับ มันยังมีเสมหะอีกประเภทที่มองไม่เห็น จะมองว่าเป็นไขมันเกาะตามเส้นเลือดก็ได้ครับ แล้วเสมหะเนี่ยมันขยับไปตามที่ต่างๆของร่างกายได้ครับ ไปที่ปอดก็หายใจลำบาก เป็นหอบหืด ไปที่หัวใจก็เจ็บหน้าอก หัวใจเต้นผิดปกติ ขึ้นหัวก็อาจจะเวียนหัว ปวดหัว อัมพฤกษ์ อัมพาตได้ (ไขมันอุดตันในเส้นเลือด เส้นเลือดสมองตีบ) สรุปคือมันเป็นบ่อเกิดของโรคทั้งปวงอย่างนึงเลยครับ เราจึงควรจะป้องกันมันก่อนที่มันจะพัฒนาเป็นโรคร้ายแรงต่อไป

 

พวกคนไข้แผนกระบบการย่อยอาหารเนี่ย เนื้อนมไข่จะเป็นพิษกันเยอะครับ เพราะฉะนั้นเวลาถามประวัติคนไข้แผนกนี้นี่พวกหมอท่าทางจะเหมือนกับตำรวจกำลังสอบปากคำเลยครับ พยายามเค้นให้คนไข้บอกให้ได้ว่าไปกินอะไรมา ซึ่งคนไข้จะเหมือนผู้ร้ายปากแข็งครับ ปฎิเสธท่าเดียว เช่น

 

คนไข้: ปวดท้องครับหมอ

หมอ: ช่วงนี้กินอะไรมา

คนไข้: ไม่ได้กินอะไรเลย

หมอ: เนื้อสัตว์กินไหม

คนไข้: ไม่กิ๊นนนนน ไม่กินเนื้อมาตั้งนานแล้วครับ

หมอ: นมละ

คนไข้: ม่ายยยย

หมอ: ไข่ละ

คนไข้: เอ่อ กินไข่ไม่ได้เหรอครับหมอ

เอวัง

 

หรือบางคนดูแลตัวเองดีมาก คำถามง่ายๆไม่สามารถปราบเขาได้ครับ เช่น

หมอ: เนื้อ นม ไข่ กินไหม

คนไข้: ไม่กิ