ฝังเข็มทำไมถึงลดความอ้วนได้
posted on 11 May 2009 19:44 by aunlamun in Doctor-World, Music-therapy
เชื่อว่าเป็นหนึ่งคำถามที่หลายๆคนอยากรู้มากกกกกกกกก บางคนก็เคยถาม แต่ก็ไม่เคยตอบอย่างเป็นจริงเป็นจังซักที วันนี้มาพูดถึงกันหน่อยดีกว่า
เริ่มจากคำถามแรกก่อนเลยว่า ฝังเข็มลดความอ้วนได้จริงไหม?
ได้ครับ ฝังเข็มช่วยลดความอ้วนได้จริงๆ
แล้วมันไปทำยังไงเหรอถึงได้ทำให้ลดความอ้วนได้เนี่ย ขอไล่คำตอบเป็นข้อๆดังนี้ครับ
1 ฝังเข็มมีผลกับสมองส่วนรับรู้เรื่องการหิวให้ทำงานด้อยลง และไปกระตุ้นสมองส่วนรับรู้เรื่องการอิ่มให้มากขึ้น จึงทำให้รู้สึกไม่อยากอาหาร
2 ฝังเข็มส่งผลต่อสารคัดหลั่งภายในร่างกาย เช่น อินซูลิน ปรับสมดุลการ metabolism ของไขมันและน้ำตาลให้ดีขึ้น หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า เผาผลาญได้ดีขึ้น
สารคัดหลั่ง, ฮอร์โมนภายในร่างกายผิดปกติเป็นสาเหตุหลักหนึ่งที่ทำให้อ้วนได้ อย่างที่เห็นได้ชัด เช่น ผู้หญิงที่ประจำเดือนไม่ปกติมักมีร่างกายที่อ้วน หรืออย่างผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนก็จะอ้วนง่าย ก็เป็นเพราะสารคัดหลั่งกับฮอร์โมนทำงานผิดปกตินี่เอง
3 ฝังเข็มทำให้การเคลื่อนไหวของกระเพาะและลำไส้ช้าลง ทั้งยังลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร เมื่อมีอาหารอยู่ในกระเพาะลำไส้ ก็จะไม่อยากอาหารบ่อยๆ
4 มาฟังคำอธิบายของแพทย์แผนจีนกันบ้าง ก่อนอื่นต้องรู้ก่อนว่า เส้นทางลำเลียงส่ง "ของ" ต่างๆในร่างกายคนเราตามหลักกายวิภาคนั้นคือเส้นเลือด ระบบน้ำเหลือง เส้นประสาท แต่เส้นทางลำเลียงของแพทย์จีนคือ เส้นลมปราณ ครับ
ถ้าอธิบายง่ายๆว่า คนอ้วนนั้น ตรงจุดที่อ้วนเป็นเพราะการลำเลียงไม่ดีพอ ของเสียไปกระจุกตัวอยู่ตรงนั้น การฝังเข็มนั้นจะไปกระตุ้นเส้นลมปราณตรงนั้น เพื่อที่ทำให้การลำเลียงดีขึ้น เลือดลมเดินคล่อง ก็จะพาของเสียออกไป จุดที่อ้วนก็จะหายไปเอง อืม เข้าใจง่ายอย่างบอกไม่ถูกใช่ไหมครับ แต่ก็เพราะทฤษฎีฟังง่ายแบบนี้แหละที่มันช่วยลดความอ้วนได้ครับ
ที่จีนก็มีทำกันเป็นล่ำเป็นสันเหมือนกันนะครับ ไม่ใช่พวกร้านเสริมความงามหรืออะไรหรอกครับ โรงพยาบาลเนี่ยแหละทำเองเลย เป็นแผนกลดความอ้วนเลย แล้วแต่โรงพยาบาลไป บางที่ก็ฝังเข็ม บางที่ก็กินยาจีนควบคู่ไปด้วย โรงพยาบาลของผมตอนนี้คือฝังเข็มควบคู่กับยาจีนครับ แล้วผมเนี่ยแหละก็เป็นคนลงเข็มเองกับมือ หนึ่งคนใช้ประมาณสามสิบเข็ม ฝังที่ท้องมากที่สุดประมาณ 16 เข็มดังรูป แต่อาจจะเพิ่มจำนวนเข็มได้ตามไซส์ของคนไข้ ที่เหลือแยกฝังตามแขนขาครับ
มองเผินๆนึกว่าหนังผีเรื่องหัวตะปูเนอะ
เรื่องควรรู้ก่อนมารับการฝังเข็ม
1. ให้แน่ใจหน่อยว่าคุณอ้วนจริงๆ บางคนเดินเข้ามาเพื่อจะรับการรักษา พวกผมไล่กลับไปแทบไม่ทัน เพราะจุดเด่นของฝังเข็มอย่างนึงคือ ส่งผลได้สองทาง ถ้าอ้วนก็ปรับให้ผอมได้ แต่ถ้าผอมละก็ กลับไปแล้วอ้วนก็อย่ามาโทษผมนะ ลองใช้สูตรนี้คำณวนดูก่อนว่าคุณอ้วนจริงๆเหรอ
น้ำหนัก(กก.) / ส่วนสูง(เมตร)2
ถ้าคำตอบอยู่ที่ 18.5 - 22.9 แสดงว่าปกติครับ ไม่มีความจำเป็นอันใดที่ต้องไปลดมัน คุณสวยในแบบที่คุณเป็นอยู่แล้ว แต่ผมว่า ยังไงก็ควรออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายกระชับนะครับ ผู้หญิงกระฉับกระเฉงผมว่ามีเสน่ห์ดี
ถ้ามากกว่า 23 อืม ก็แปลว่ามากกว่าปกตินะซิครับ แหะๆ ลดสักหน่อยก็ดีครับ ถ้างั้น
แต่ถ้าเกิน30เนี่ย (ผลลัพท์ที่ได้นะครับ ไม่ใช่อายุของคุณ) คุณเป็นคนที่ควรจะพูดประโยคที่ว่า ฉันจะลดความอ้วน ที่สุดแล้วละครับ
ยกตัวอย่างเช่น คนสูง 1.65 เมตร หนัก 60 กก. เอาแทนค่าเข้าไปก็เป็น 60/ (1.65x1.65) ออกมาได้ 22.038 แสดงว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ
2. แน่นอนว่าการฝังเข็ม คือการเอาเข็มฝังเข้าไปในร่างกาย มันจะมีร่องรอยอยู่บนผิวหนังบ้าง แต่ว่ามันจะหายไปได้เองครับ และการที่เลือดออก เขียวจ้ำๆใต้ผิวหนังบ้างนั้นถือเป็นเรื่องปกติ และก็จะหายไปได้เองเช่นกัน
3. บางที่อาจจะมีการใช้การครอบแก้วเพื่อช่วยให้ได้ผลดีขึ้น ข้อเสียของมันคือ อาจทิ้งรอยจ้ำๆไว้บริเวณหน้าท้องได้ ซึ่งมันจะจางหายเองไปตามเวลา อาจจะวันสองวันถึงสัปดาห์ แต่ว่าหายแน่ๆครับ อย่างไรก็ตามคุณบอกหมอได้ว่าฉันไม่เอา
4. อีกคำถามที่คนสนใจใคร่รู้มากคือ ฝังเข็มลงไปลึกแค่ไหน อันนี้แล้วแต่ความอ้วนของคนครับ อ้วนสุดที่ผมเคยฝังหนักเป็นร้อยกว่าโลเกือบสองร้อยหรือเปล่าไม่รู้ อ้วนมากๆๆๆ สำหรับเขานี่ผมใช้เข็มยาวขนาดนิ้วกลางคนธรรมดาผมฝังมิดเข็มครับ เพราะชั้นไขมันหนามากจริงๆ แต่ถ้าไม่อ้วนอะไรมากก็อาจจะประมาณสองข้อนิ้วก้อย หรือมิดนิ้วก้อย
เห้ย แล้วเข็มมันไม่ไปทะลุทะลวงลำไส้หนูจนขี้ทะลักเต็มท้องเหรอคะคุณหมอ เป็นภาพที่น่าสยดสยองมาก แต่ไม่ครับ ตรงลำไส้นี่ผมไม่กลัวเลย เพราะลำไส้คนเราฉลาดและน่ารักมาก พอหมอเสกเข็มเข้าท้องไปแล้ว ลำไส้จะเห็นเข็มทะลุชั้นผิวหนังท้องเข้ามาครับ มันจะชักชวนกันวิ่งหนีเข็ม เพราะฉะนั้นแค่หมอดันเข็มเข้าไปช้าๆ ลำไส้จะหนีกันหัวซุกหัวซุนหลบเข็มราวนีโอหลบลูกกระสุนได้เองครับ แต่คิดภาพลำไส้วิ่งหนีเข็มทั้งสิบหกเล่มของผมแล้วก็อดขำไม่ได้ น่ารักดีเนอะลำไส้คนเรา
ขอบคุณรูปประกอบจากคุณยายแม่บ้านครับ วาดได้น่ารักมาก
ที่น่ากลัวคือการฝังเข็มแถวกระเพาะอาหาร หรือตับต่างหาก เพราะมันวิ่งหนีเหมือนลำไส้ไม่ได้ นอนตัวสั่นรอรับเข็มได้อย่างเดียว ดังนั้นจึงควรรับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ (เช่น หมอจีนที่จบโดยตรงมาจากมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนประจำนครเซี่ยงไฮ้ เป็นต้น ฮา)
5. เมื่อมารับการรักษาควรใส่เสื้อผ้าที่ถอดง่ายหรือง่ายต่อการฝังเข็ม เช่น แขนสั้น แขนกุด กางเกางขาสั้น หรือเอามาเปลี่ยนก็ได้ จะใส่ยีนส์ก็ไม่ว่า แต่อย่าใส่ยีนส์ขาเด๊ปมา ไม่งั้นจะฝ้งเข็มยังไงเล่า แม้ว่าเมื่อก่อนหมอจีนจะต้องถูกฝึกให้หัดหาจุดฝังเข็มผ่านเสื้อผ้า เพราะสมัยก่อนตอนยังไม่มีฮีตเตอร์ ฤดูหนาวจะฝังเข็มก็ต้องแทงเข็มทะลุเสื้อผ้าเนี่ยแหละครับ แต่ทุกวันนี้จะให้ผมแทงเข็มผ่านยีนส์ขาเด๊ปที่นานๆซักทีมีหวังเอาเชื้อโรคที่ขาเด๊ปเข้าขาเราไปด้วยเป็นแน่
6. มันต้องใช้เวลานะครับ คุณจะมาคาดหวังว่าฝังเข็มครั้งสองครั้งแล้วน้ำหนักลดเนี่ย บางทีมันก็เกินไปหน่อย ในบางคนผลชัดก็อาจจะลดอย่างเห็นชัดอยู่ แต่บางคนก็ต้องการเวลามากกว่านั้นครับ อย่างน้อยก็ขอเวลาหมอสิบครั้งเป็นอย่างต่ำครับ
ผลที่ได้รับ
ผมก็คอยถามคนไข้ที่มารับการฝังเข็มเหมือนกันว่าผลเป็นยังไงบ้าง สรุปคือได้ผลนะครับ (ก็แหงเน่าะ ถ้าไม่ได้ผลโรงพยาบาลจะกล้าลงทุนทำเป็นแผนกขึ้นมาเหรอ) สาวน้อยคนนึง บอกว่า ฝังไปสิบกว่าครั้ง เขาก็กินตามปกติ ไม่ได้ไปออกกำลังกายอะไร แต่น้ำหนักมันก็ลดของมันเอง เห็นว่าลดไปได้ห้าโลแล้ว แต่น้องเขาไม่อ้วนมากอยู่แล้ว การลดลงไปห้าโลนี่ถือว่าเยอะแล้วสำหรับเขา ส่วนเฮียที่หนักเกือบสองร้อยโลนั่นก็ลดลงไปได้เรื่อยๆอยู่ครับ (แต่มีวันนึงผมแอบเห็นว่าก่อนฝังเข็มเฮียแกพึ่งซื้อลูกชิ้นหน้าโรงพยาบาลยัดปากอยู่) เดี๋ยวงวดหน้าที่ได้ฝังเข็มให้แกอีกทีจะถามแกดูอีกทีว่าลดไปได้เท่าไรแล้ว
.
.
.
ฝังเข็มเป็นช่วงเวลาที่ผมสนุกมากครับ คนไข้ก็น่ารักดี มีคุณน้าคนนึงถึงกับอยากจะยกลูกสาวให้ ได้แต่รับความหวังดีมา ลูกสาวคงไม่กล้ารับ แค่คนเดียวก็ปวดหัวพอแล้ว อุ๊ย เราพูดอะไรออกไปเนี่ย (ผัวะ พลั่ก พล็อก!!!!)
ป.ล. เมื่ออาทิตย์ก่อนได้ไปถ่ายรูปในชุดครุยเป็นที่เรียบร้อยครับ ยังไม่จบครับ เหลืออีกสองเดือน แต่ว่าก็เหมือนจบแล้วแหละ สอบเสร็จหมดแล้ว คะแนนออกแล้ว ชุดครุยก็ถ่ายแล้ว เหลือแค่เอากระดาษอีกหนึ่งใบเท่านั้นเอง เอารูปมาแปะไว้หน่อยดีกว่า
ดูหมอมันทำ
ป.ล.ล. เอาเพลงเก่ามาหากินใหม่อีกครั้ง ชื่อเพลง 失控的胖子 (เจ้าอ้วนที่คุมตัวเองไม่อยู่) เพลงมันน่ารักมาก เนื้อเพลงฮาดี เลยต้องแปลมาให้ฟังกัน เนื้อเพลงเขาออกแรงนิดๆประชดเสียดสี เพราะฉะนั้นเลยต้องแปลให้ได้อารมณ์นิดหน่อย ไม่กล้าแปลหยาบเกินไป
我总觉得自己是个胖子
很想变瘦的死胖子
每天还是一直都在吃
就是因为身边有个瘦子
大吃大喝却不会胖
她的名字就是徐熙娣
她约我吃
我就去吃
明明就正在减肥
炸鸡肉圆
火锅甜点
为何她不肥我却变肥
我曾经想过要跟她断交
因为她的食量太大
再下去我一定会爆炸
每次吃完饭后过十分钟
她竟然问还要不要吃
我真想要呼她巴掌
吃吃吃吃吃吃吃吃
你有完没完
这死瘦子
但也没人逼我吃
自己失控还怪别人
承认吧
你根本就爱吃
我总觉得自己是个胖子
很想变瘦的死胖子
每天还是一直都在吃
总是骗自己能吃就是福
还不是要找个借口
一有空就疯狂地大吃
一直大吃
ฉันคิดอยู่เสมอว่าฉันคือเจ้าอ้วน
เป็นคนอ้วนที่คิดอยากจะผอม
แต่ทุกวันก็ยังคงตั้งหน้าตั้งตากิน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าข้างตัวฉันมีไอ้ผอมอยู่คน
ทั้งๆที่กินดะแต่ก็ไม่ยอมอ้วน
ชื่อของเธอคือ ฉูซีตี้ (หรือ เสี่ยว S ดาราไต้หวันคนหนึ่ง)
หล่อนนัดฉันไปกิน
ฉันก็ไปกิน
ทั้งๆที่ฉันก็กำลังลดความอ้วน
กินทั้งไก่ทอด ลูกชิ้น
หม้อไฟ ของหวาน
ทำไมมันไม่อ้วนแต่ฉันอ้วนฟะ
ฉันเคยคิดที่จะเลิกคบกับมัน
เพราะมันแ_กเก่งเป็นบ้า
ถ้าเป็นงี้ต่อไปฉันต้องกินจนท้องระเบิดแน่
ทุกครั้งหลังกินข้าวผ่านไปสิบนาที
มันยังมาถามว่ายังจะกินอีกไหม
ฉันอยากจะตบหน้าหล่อนสักทีจริงๆ
กิน กิน กิน กิน กิน กิน กิน
หล่อนนี่ไม่รู้จักจบจักสิ้น
ไอ้ผอมเฮงซวย
แต่ว่า จริงๆแล้ว มันก็ไม่ได้บังคับให้เรากินนี่หว่า
ตัวเองคุมปากไม่อยู่ ยังไปโทษคนอื่น
ยอมรับซะเถอะ
ว่าจริงๆแล้วเป็นเราเองที่ชอบแ-ก
ฉันคิดอยู่เสมอว่าตัวเองคือเจ้าอ้วน
เป็นคนอ้วนที่คิดอยากจะผอม
แต่ทุกวันก็ยังตั้งหน้าตั้งตากิน
คอยหลอกตัวเองเสมอว่ากินได้กินลงถือเป็นความสุข
ก็เพื่อที่จะหาข้ออ้างให้ได้กิน
พอว่างเมื่อไรก็ไปสวาปาม
สวาปามมมมม


#1 By PORPORPOR on 2009-05-11 19:53