เวลารักษาโรคมีบุตรยากเนี่ย เป็นธรรมดาที่คนไข้ก็คาดหวังให้หมอรับประกันให้หน่อยว่ารักษาแล้วหายไหม ท้องได้ไหม ก็ต้องขออภัยไว้ตรงนี้เลยนะครับว่าผมไม่สามารถการันตีได้ครับ 

ตอนนี้เวลารักษามีบุตรยาก เด็กหลอดแก้วเป็นอะไรที่สามารถรับรองได้ว่ามีโอกาสประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์ 30-40% เรทความสำเร็จนี้คือ "การที่ย้ายตัวอ่อนเข้ามดลูกไปแล้วค่าเลือด HCG สูงขึ้น" แสดงว่ามีการฝังตัวสำเร็จเท่านั้นนะครับ แต่คุณแม่ยังต้องฝ่าฟันกับการเสี่ยงแท้งอีก เพราะฉะนั้นอัตราความสำเร็จที่แท้จริงจึงไม่ได้สูง 30-40% ดังว่า ในบางกรณีอาจจะแค่ 20 %ด้วยซ้ำไป 

ข้อดีของเด็กหลอดแก้วคือขั้นตอนและระยะเวลาในการรักษาที่ชัดเจน นับตั้งแต่กินยา ฉีดยากระตุ้นไข่ เก็บไข่ ผสมอสุจิ แล้วใส่กลับไป คนที่คาดหวังว่าจะต้องติดภายใน 1-2เดือนจึงชอบแบบนี้มาก ไม่ต้องรอลุ้นกันนาน ยากินง่าย ฉีดง่าย ทำกันเป็นรอบๆไป ค่าใช้จ่ายที่ฟังๆมาก็คงเป็นแสน หากคัดโครโมโซม เลือกเพศอีกก็สามแสนได้แล้วแต่สถานที่ บางคนทำกัน 4-5 รอบก็คำนวนกันดูว่าจ่ายไปเท่าไหร่ครับ

แต่ทางแพทย์จีนเวลารักษาก็ต้องดูถึงสาเหตุก่อนไม่ว่าจะเรื่องตกไข่ไม่สมบูรณ์ PCOS เชื้ออ่อน ท่อนำไข่ตัน พังผืด เยื่อบุดมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งการรักษาในแต่ละอย่างก็ใช้เวลาไม่เท่ากัน อย่างถ้าเป็น PCOS ผมว่าจะสะดวกตรงที่เน้นกระตุ้นให้ตกไข่อย่างเดียว ซึ่งถ้าไข่ตกแล้วโอกาสติดก็สูง 

ท่อนำไข่ตันอย่างที่เคยเขียนๆไปว่าสามารถทำให้มันไม่ตันได้ในบางกรณี แต่พอไม่ตันแล้วไม่ได้แปลว่าจะตั้งครรภ์เลย 

เรื่องเชื้อผู้ชายอ่อนอย่างน้อยผู้ชายก็ต้องทานยา 3 เดือน เพราะกว่าอสุจิจะโตพร้อมผสมพันธุ์ก็ต้องใช้เวลาประมาณนั้น และการจับผู้ชายกินยาจีน 3 เดือนนี่ยากมวากกกกกก

ที่ยากและพบบ่อยก็คือเรื่องเยื่อบุดมดลูกเจริญผิดที่หรือช็อคซีสต์ เพราะมันจะพาโรคมาอีกเพียบ เช่น รังไข่ไม่ผลิตไข่ไปข้างนึง หรือตัดปีกมดลูกทิ้งไปข้าง พังผืดเยอะจนท่อนำไข่ตัน รั้งมดลูกจนผิดรูป บางคนแบกอาการเพียบพร้อมแบบนี้มาฝากความหวังนี่กดดันนะครับ แล้วยิ่งถามว่าจะได้ไหมหมอนี่ ผมไม่รู้จะตอบยังไงเลย 

เวลารักษาซีสต์ต้องดูขนาดของซีสต์ก่อน ถ้าเกิดสัก 2-3 ซม. ผมยังคิดว่าสามารถให้ยาจีนกินคุมซีสต์พร้อมรักษาเรื่องมีลูกยากไปด้วย อาจจะหยุดฉีดหรือกินยาคุมเพื่อจะได้ปล่อยให้ตั้งครรภ์ดูเลย แต่ถ้าซีสต์ใหญ่3เซ็นขึ้นไป ต้องมารักษาที่ซีสต์ก่อน พอซีสต์เล็กลงแล้วจึงค่อยคิดเรื่องมีลูก ซึ่งการรักษาซีสต์ของหมอจีนต้องขอเวลาอย่างน้อย 3 เดือนจึงมาดูผลกัน สามารถฉีดยาหรือทานยาคุมร่วมด้วยได้ เพียงแต่ว่าพอหยุดยาคุมแล้ว กว่ารังไข่จะกลับมาทำงานและมีประจำเดือนอาจต้องใช้เวลา 3-6 เดือนเลย การทานยาจีน 3-6 เดือนติดต่อกันไม่ได้เป็นอะไรที่ง่ายๆเลยนะครับ แล้วพอซีสต์เล็กแล้วยังต้องทานยาต่ออีกเพื่อช่วยเรื่องมีลูกอีก คนไข้ส่วนใหญ่มักจะทนไม่ได้และก็จากไปอย่างเงียบๆ หลายท่านอาจจะได้อ่านแชร์ประสบการณ์ของคนไข้ที่เป็นช็อคซีสต์ของผมว่ามีน้องได้ แต่อย่างนึงที่หลายคนอาจไม่สังเกตคือ เขาทานยาจีนแบบ "ต่อเนื่องทุกวัน" มา 9 เดือนนะ!!!!! คุณทำได้ไหมละครับ 

เนื่องจากรสชาติของยา ความต่อเนื่องในการกิน และอัตราความสำเร็จที่ยังไม่ได้รวบรวมเป็นสถิติที่แน่นอน เป็นสาเหตุที่ทำให้ไม่สามารถการันตีในความสำเร็จได้นะครับ อย่างนึงที่การันตีได้ก็คือ อาการไม่สบายตัวต่างๆของร่างกายจะดีขึ้นได้ เช่น มีกำลังมากขึ้น นอนหลับขับถ่ายดีขึ้น อาการก่อนประจำเดือนต่าง ปวดท้องประจำเดือนดีขึ้น 

ก็หวังว่าคนไข้ทุกท่านจะเข้าใจนะครับ ผมพยายามเต็มที่ในทุกเคสครับ
 
 

Comment

Comment:

Tweet

big smile Hot!

#2 By ตรีพันธ์ on 2013-08-07 08:38

เพิ่งรู้ว่าคนทั่วไปกินยายากขนาดนี้ ส่วนตัวเราเป็นคนสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง ไอ้การกินยาติดต่อกันเป็นเวลานานถือว่าเป็นเรื่องปกติ -.-
แต่พอเริ่มแข็งแรงขึ้นแม้เพียงนิดเดียว ก็ไม่อยากจะกินยาต่อแหละนะคะ =w=

#1 By natcha on 2013-08-06 11:47