หมอจีนกับอาการปวด
posted on 08 Oct 2009 14:55 by aunlamun in Doctor-World
หนึ่งในอาการยอดฮิตของทุกยุคทุกสมัยก็คือ การปวดครับ ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะปวดส่วนไหนของร่างกายนั่นเอง อาการปวดนั้นรักษาไม่ยาก แต่ที่ยากเพราะต้นเหตุของการปวดมันซับซ้อน จนมีคำพูดขำๆว่า คนไข้มาหาหมอเพราะปวดหัว หมอก็จะปวดหัวไปด้วย เรื่องรักษาอาการปวดผมว่าแพทย์จีนมีอะไรเด่นๆเยอะครับ รักษาได้เห็นผลก็มากมาย และแน่นอนว่าไม่ใช่จากยาแก้ปวดครับ
แพทย์จีนใช้ "不荣则痛,不通则痛" (ปู้หรงเจ๋อท่ง ปู้ทงเจ๋อท่ง) คำแปดคำมาอธิบายสาเหตุของการปวดไว้อย่างกระชับและครอบคลุม แต่ถ้าเจาะเข้าไปในความหมายแล้วนี่เรียกได้ว่าอธิบายไว้ครบถ้วนเลยทีเดียวล่ะครับ
คำแปดคำนี้แปลว่า “เพราะขาดการบำรุงจึงปวด เพราะไม่โล่งจึงปวด” จากคำแปลจะเห็นว่ามีอยู่สองสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวด เรามาไล่ดูกันครับ
“เพราะขาดการบำรุงจึงปวด” ความหมายคือ อวัยวะใดอวัยวะหนึ่งเมื่อขาดการบำรุง ขาดสารอาหาร ความเจ็บปวดก็จะเกิดขึ้น อันนี้ถ้านึกไปถึงโรคหัวใจที่คนไข้มีอาการเจ็บหน้าอกก็เพราะว่าหัวใจขาดเลือดนั่นเอง อีกตัวอย่างนึงก็คือสาวๆที่ปวดประจำเดือนทั้งหลาย ประเภทเวลาประจำเดือนมามากๆแล้วปวด นั่นก็เพราะว่าขาดเลือดแล้วจึงปวดครับ คนที่ปวดแบบนี้ดูจากภายนอกก็ค่อนข้างจะบ่งบอกพอสมควร หน้าซีดๆ อ่อนแอๆ แรงน้อย เหนื่อยง่าย
“เพราะไม่โล่งจึงปวด” ความหมายคือ แพทย์จีนมองว่าร่างกายคนเราเชื่อมต่อกันด้วยเส้นลมปราณ ถ้าเส้นลมปราณโล่ง เลือดลมก็จะเดินได้ดี โรคภัยก็จะไม่มาเยือน แต่หากว่าเส้นลมปราณติดขัด ไม่โล่ง โรคก็จะเกิด อาการปวดก็จะเริ่มถามหาครับ ถ้ายกตัวอย่างเรื่องโรคหัวใจอีกที ที่ว่าเส้นลมปราณไม่โล่งก็เป็นเพราะเส้นเลือดหัวใจตีบ ไข้มันอุดตันในเส้นเลือด สุดท้ายก็กลายเป็นเจ็บหน้าอกเช่นเดียวกัน
ทีนี้ไอ้ที่ไม่โล่งเป็นเพราะสาเหตุอะไรได้บ้าง ขอแบ่งเป็นสาเหตุภายนอกและสาเหตุภายในร่างกายครับ ภายนอกก็คือ พิษร้ายเข้าสู่ร่างกายแล้วไปอุดตันเส้นลมปราณ เช่นเวลาเราเป็นหวัดแล้วจะรู้สึกปวดเมื่อยตามตัว
ส่วนสาเหตุภายในมีอยู่สองสิ่งที่สามารถไปอุดตันทางเดินเส้นลมปราณได้ หนึ่งคือเสมหะ และอีกหนึ่งคือเลือดคั่ง สาเหตุของเสมหะนั้นเกิดจากอะไรได้บ้างสามารถตามอ่านได้จากเอนทรี่นี้ครับ ส่วนเลือดคั่งนั้นเกิดได้ในหลายๆสาเหตุ เช่น ลมปราณไม่มีแรงผลักเลือด เลือดหยุดเดินก็เลยคั่ง หรือร้อนในมากๆ เลือดพลุ่งพล่านวิ่งห้อออกนอกเส้นเลือด เลือดคลั่งจึงกลายเป็นเลือดคั่ง แต่โดยมากมักเกิดจากความเย็นซะมากกว่า ยิ่งในประเทศแถบร้อนอย่างบ้านเรายิ่งชัดครับ เพราะทั้งกินเย็น อยู่เย็น (แต่ไม่เป็นสุข) สังเกตได้จากเวลากินของเย็นๆเข้าไปแล้วบางคนปวดท้อง หรือสาวๆหลายคนปวดประจำเดือนครับ กินเย็นเข้าไปมากๆเลยเลือดคั่งนะซี่
แอร์ก็เป็นภัยใกล้ตัวเหมือนกันครับ เปิดความเย็นแต่พอเหมาะจะดีกว่า คงเคยเจอกับตัวเองใช่ไหมครับที่นอนเปิดแอร์เย็นๆแล้วตอนดึกๆต้องลุกขึ้นมาร้องจ๊ากเนื่องจากขาเป็นตะคริว หรือหลายๆคนโดยเฉพาะหนุ่มสาวออฟฟิศทั้งหลายที่วันๆนั่งให้แอร์เป่า ใครนั่งใต้แอร์ก็ซวยไป ปวดหัว ปวดไหล่เป็นประจำแต่ตัวเองไม่รู้ว่าเพราะอะไร อ่านบทความนี้แล้วก็คงจะเข้าใจ และหาทางหลีกเลี่ยงแอร์พุ่งเข้าตัวนะครับ อ้อแล้วอย่าคิดนะครับว่าพัดลมจะดีกว่าแอร์สักเท่าไร เพราะผมกลัวพัดลมยิ่งกว่าแอร์เสียอีก แอร์ยังทำให้บรรยากาศทั้งห้องเย็นได้ ส่วนพัดลมนี่พุ่งเข้าตัวอย่างเดียวครับ บางคนเปิดพัดลมจ่อตัวนอนเลย พวกนี้ถ้าปวดลองสังเกตุตัวเองดูสิครับว่าด้านที่ปวดใช่ด้านที่โดนพัดลมเป่าหรือเปล่า ผมขอแนะนำให้เปิดส่าย และอย่าให้มันเป่าตัวตลอดเวลาดีที่สุดครับ
จริงๆแล้วทั้งสองสาเหตุนี้สามารถสรุปเป็นหนึ่งเดียวได้ นั่นก็คือขาดสารอาหารทั้งสองกรณีครับ
เพียงแต่กรณีแรกคือร่างกายขาดสารอาหารจริงๆ ส่วนกรณีสองนั้นคือ เส้นลมปราณอุดตัน
สารอาหารจึงส่งไปไม่สะดวกนั่นเอง สองหลักนี้สามารถนำไปอธิบายการเกิดอาการปวดได้ทุกอย่างครับ
ใครที่ปวดอะไรตรงไหนก็สามารถสังเกตตัวเองดูได้ครับว่าเป็นเพราะอะไร
ส่วนใหญ่ในหลายๆกรณีฝังเข็มช่วยบำบัดอาการปวดได้ดีมากครับ เพราะปวดจากการโดนเข็มแทงแทน
แต่ถ้าปวดในหลายๆที่พร้อมกันอันนั้นเหมาะกับยาจีนมากกว่าครับผม
Related links:
Super Recommended ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกต้อง
ไม่ได้เป็นหวัดแล้วเสมหะมาจากไหน
ปล. ใครอยากได้กระเป๋าผู้หญิงน่ารักๆ ราคากันเอง แวะเข้าไปดูเว็บน้องสาวผมได้ครับ บอกว่ามาจากบล็อกผมได้ลดอีก 5% นะเออ คลิกที่รูปกระเป๋า เข้าไปดูรายละเอียดได้เลยครับ

