song

 

กาย วาจา และใจ มาตรว่าแยกออกเป็นสาม แท้ที่จริงเป็นหนึ่งเดียว

 

กายเท่ากับเป็นวาจา ไม่เช่นนั้นคงไม่มีการบัญญัติคำว่าอวัจนภาษา (ภาษาที่ไม่ต้องใช้วาจาถ่ายทอดออก) หรือภาษากายออกมา

 

วาจาเท่ากับเป็นใจ ไม่เช่นนั้นคงไม่ต้องคอยพร่ำสอนกันให้คิดก่อนพูด คำพูดที่ใส่ใจลงไปจึงควรคู่นับเป็นวาจาที่แท้จริง 

 

ใจเท่ากับเป็นกาย   การกระทำย่อมเป็นผลจากใจ  ใจเป็นเหตุ กายเป็นผล พฤติกรรมที่เกิดเป็นไปตามเหตุแห่งปัจจัย

 

เห็นได้ว่าแม้นสามารถแบ่งกาย วาจา ใจ ออกเป็นสาม แท้จริงล้วนมีส่วนเชื่อมโยงกัน มีอิทธิพลต่อกัน หากสามารถเกาะกุมเคล็ดนี้ได้ก็สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

 

หากคนผู้หนึ่งต้องการเปลี่ยนพฤติกรรม (กาย) บางอย่าง สามารถเริ่มต้นเปลี่ยนจากจิตใจ  ความนึกคิด ทัศนคติ เริ่มเปลี่ยนจากภายในสู่ภายนอก กระบวนการนี้ทุกผู้คนเข้าใจ หากใจเปลี่ยนกายและวาจาย่อมเปลี่ยนตาม เพียงแต่ด่านทางใจยากจะผ่านโดยง่าย  

 

ในเมื่อใจเท่ากับเป็นกายและกายเท่ากับเป็นใจ เราเปลี่ยนกายได้ ใจก็ย่อมเปลี่ยนตามเช่นกัน เช่นนี้แล้ว การที่เราเริ่มเปลี่ยนจากกาย และวาจาก่อนเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางใจกลับเป็นสิ่งที่นำไปใช้ได้ง่ายกว่ามาก 

 

หลายคนอยากเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อชีวิต อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ไม่ทราบจะเริ่มอย่างไร หารู้ไม่ว่าเมื่อพฤติกรรม (กาย) เปลี่ยน   ทัศนคติ (ใจ) ย่อมเปลี่ยนตาม และเมื่อทัศนคติเปลี่ยนแล้ว พฤติกรรมที่เกิดตามหลังจะยิ่งสอดคล้อง ยิ่งประสานสอดรับกับใจที่เปลี่ยน ก่อเกิดเป็นวงจรที่ส่งผลสืบกันไปเรื่อยๆ กลายเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างหมดจด 

 

เปรียบได้ว่าช่วงแรกของการฝืนเปลี่ยนพฤติกรรมแม้จะรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่เมื่อใจเปลี่ยนตามแล้วจะไม่รู้สึกฝืนความรู้สึก และจะรู้สึกว่านี่ก็เป็นอีกตัวตนหนึ่งของตนเช่นกัน

 

นอกจากนี้ การกล่าววาจายังเป็นเครื่องกระตุ้นเตือนใจอีกทางหนึ่ง คนเราคะนองปาก พูดโดยไม่ผ่านใจ พูดไปพูดมา ใจดันคิดตามจริงจัง คงเคยโดนยุจนเชื่อตามใช่ไหมครับ นี่คือวาจาเท่ากับเป็นใจ วาจามีส่งผลต่อจิตใจ หรืออาจเรียกว่าเป็น Re - enforcement (เสริมแรง) ตามภาษานักจิตวิทยาอย่างหนึ่งก็ได้

 

กาย วาจา ใจ มาตรว่าแยกออกเป็นสาม แท้ที่จริงเป็นหนึ่งเดียว เมื่อเข้าใจถึงความสัมพันธ์ของมันชัดแจ้งแล้ว ก็เท่ากับสามารถบงการชีวิตตัวเองให้เป็นไปอย่างที่เราต้องการได้ ขอเพื่อนๆจงครุ่นคิดให้ซึ้ง

 

สิ่งเหล่านี้ หากแม้นเข้าใจก็คือเข้าใจ ไม่เข้าใจก็คือไม่เข้าใจ


 

ปล. หลังจากอ่านมังกรคู่สู้สิบทิศเป็นรอบที่สามถึงได้ขบคิดถึงประโยคนี้และเอามาแตกยอดต่อ  การอ่านหนังสือเล่มหนึ่งหลายๆครา มักได้รับผลต่างจากเดิมเสมอ 

ปลล. ภาษาเขียนอาจจะติดกลิ่นอายนวนิยายกำลังภายในไปบ้าง กำลังอินครับ

ปลลล. เพลงจากมังกรหยกภาคสาม เสียงโหยหวนไปบ้าง แต่ผมชอบครับ ที่สำคัญนางเอกสวยมากกกกกก ไม่เชื่อดูรูป