yinyang

ปี 1970 รัฐบาลสหรัฐอเมริกานำโดยประธานาธิปดีนิกสันเยือนประเทศจีนอย่างเป็นทางการครั้งแรก และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ป.นิกสันต้องอ้าปากค้างก็คือ การได้เห็นการผ่าตัดหัวใจ โดยไม่มีการวางยาสลบ ไม่มีบล็อกหลัง ไม่ใช้เอฟเฟ็กต์ ไม่มีแสตนด์อิน มีเพียงเข็มเล่มเล็กๆเพียงไม่กี่เข็มที่ปักตามจุดต่างๆของร่างกาย แล้วก็ลงมีด....

 

คลิปที่นำมาให้ดูนี้เป็นการผ่าตัดคลอดครับ ขอเตือนนิดนึงว่าคนขวัญอ่อนโปรดระวัง เพราะขนาดผมเห็นตอนกรีดท้องผมยังสะดุ้งเลย แต่โดยรวมแล้วไม่ถึงขนาดตามไปหลอกหลอนในฝันแน่นอน

 

คำบรรยายคร่าวๆ : คนไข้อายุ 35 นี่เป็นท้องแรกของเธอ จะเห็นว่าเข็มที่แทงตรงท้องนี่ยาวมาก ปกติมาฝังเข็มพวกผมไม่ใช้เข็มยาวขนาดนี้ครับ ไม่ต้องตกใจไป ดูจากวิถีของเข็มแล้วจะเห็นว่าไม่ได้แทงแนวลึก เพียงแทงขนานไปกับผิวหนังหน้าท้องเท่านั้นเอง จากนั้นก็ใช้ไฟฟ้ากระตุ้น จะเห็นว่ากล้ามเนื้อช่วงที่เข็มแทงนั้นจะกระตุกไปตามจังหวะของการปล่อยกระแสไฟฟ้าที่ควบคุมโดยเครื่องเล็กๆที่วางอยู่ตรงปลายเท้าของคนไข้

ระหว่างนั้นก็มีชวนคนไข้คุยเป็นการผ่อนคลาย เช่น ถามว่าท้องที่เท่าไร อยากได้ลูกชายลูกสาว มีการถามถึงอาการเจ็บ คนไข้บอกว่ารู้สึกว่าท้องตึงๆชาๆ เจ็บนิดหน่อยแต่ทนได้ (ยังยิ้มได้ขนาดนั้นผมก็เชื่อครับว่าไม่เจ็บอะไรมาก) หมอบอกว่าอีก 30 นาทีก็เสร็จแล้ว ทุกอย่างราบรื่นดี เห็นหน้าของคุณแม่ตอนจบแล้วปลื้มแทนจริงๆครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม : ช่วงปี 1965 - 1978 มีการผ่าตัดคลอดด้วยการใช้การฝังเข็มจำนวน 3,535 เคส ประสบความสำเร็จถึง 98.4% แต่เป็นที่น่าประหลาดที่ปัจจุบันการนำศาสตร์ฝังเข็มมาใช้กับการผ่าตัดน้อยลงไปเรื่อยๆ การพยายามนำวิทยาศาสตร์มาอธิบายแพทย์จีน และกฎหมายคุ้มครองแพทย์แผนปัจจุบันแต่ไม่คุ้มครองแพทย์แผนจีน ทำให้ความขลังและประโยชน์ของแพทย์แผนจีนสั่นคลอนไม่ใช่น้อย

ทุกวันนี้ที่ยังใช้วิธีนี้อยู่แล้ว "เขา" ว่าได้ผลดีก็เช่น การผ่าตัดต่อมไทรอยด์ การผ่าตัดคลอด การผ่าตัดปอด รวมถึงการผ่าตัดสมองบางส่วน เป็นต้น

การวางยาชาด้วยการฝังเข็มเหมาะสำหรับบุคคลที่หัวใจ ปอด ตับ ไตทำงานไม่ปกติ คนสูงอายุร่างกายอ่อนแอ และคนที่แพ้ยาชา

หลักการคร่าวๆของการฝังเข็มวางยาชานั้นคือ ใช้เข็มกระตุ้นจุดลมปราณ ส่งสัญญาณถึงระบบน้ำคัดหลั่งภายใน (endocrine) ส่งผลให้การหลั่งสารที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดลดลง

หมออ๋อง หมอคนสวยแห่งเอ็กทีนเคยพูดถึงเรื่องการผ่าตัดคลอดไว้เหมือนกันครับ ตามอ่านกันได้ที่นี่เลย

และถ้าหมออ๋องแวะเข้ามาจะช่วยมาแจกแจงถึงผลเสียของการวางยาสลบหรือบล็อกหลังหน่อยก็ดีนะครับ (เห็นช่วงนี้โดนประคบประหงม น่าจะมีเวลาเหลือ) จะเป็นพระคุณแก่เพื่อนๆคนอื่นด้วย ขอบคุณล่วงหน้าครับ

 

เพิ่มเติมคำตอบของหมออ๋องนะครับ ชมได้้ข้างล่างนี่เลย

 

"การดมยาสลบ​ ​ประกอบไป​ด้วย​ ​การดมยาสลบ​ให้​คนไข้​ไม่​รู้สึกตัว​ ​และ​กดรี​เฟล็กซ์ของระบบประสาทอัตโนมัติ​ใน​ร่างกาย​ ​และ​ใส่​ท่อ​ช่วย​หายใจ​ใช้​เครื่อง​ช่วย​หายใจตลอดเวลาที่ผ่าตัด​เพราะ​คนไข้​จะ​ไม่​สามารถ​หายใจเอง​ได้​

ข้อเสียที่ชัดเจนก็คือคนที่อายุมากๆ​ ​มี​โรคประจำ​ตัว​ ​และ​มีระบบหมุนเวียนโลหิตที่​ไม่​แข็งแรง​ ​เช่น​เป็น​โรคหัวใจ​ ​ความ​ดันโลหิตสูง​ ​การเปลี่ยนแปลงของสัญญาณชีพอย่างรวด​เร็ว​ระหว่างการดมยาสลบอาจทำ​ให้​เกิดอันตราย​ได้​ ​รวม​ทั้ง​ระดับยาที่สูงเกินไปอาจทำ​ให้​ไม่​สามารถ​ถอดท่อ​ช่วย​หายใจ​ได้​หลังผ่าตัด​

แต่​ใน​กรณีคนท้อง​ ​ส่วน​ใหญ่​จะ​อายุ​ไม่​มาก​ ​ปัญหา​เหล่านี้​เกิดขึ้นน้อยนะคะ​ ​ข้อเสียก็​จะ​เป็น​ทางการ​ใส่​ท่อ​ช่วย​หายใจยาก​ ​การเจ็บคอหลังผ่าตัด​ ​การสำ​ลัก​ ​แล้ว​ก็ปัญหา​จาก​ยาคือคลื่นไส้​ ​วิงเวียน​ ​หลังผ่าตัด​ได้​ค่ะ​

ส่วน​การบล็อคหลัง​ ​หลักการคล้ายคลึง​กับ​ฝังเข็มบ้างเหมือน​กัน​ ​เป็น​การบล็อคระบบประสาทเฉพาะที่​ ​คนไข้​จะ​รูตัวตลอดแต่​ไม่​มี​ความ​รูสึกเจ็บ​ใน​บริ​เวณี่ผ่าตัด​และ​ไม่​สามาดรถขยับร่างกาย​ส่วน​ล่าง​ได้​ ​ข้อเสียก็คือ​ ​อาจมี​ความ​ดันโลหิตต่ำ​ขณะ​ให้​ยา​ ​หรือ​ยาบล็อคสูงกินไปจนมีผลต่อกล้ามเนื้อที่​ใช้​หายใจ​ ​นอก​จาก​กนี้ก็​เป็น​อาการคลื่นไส้​ ​วิงเวียน​ ​คันตามตัว​ ​หลังผ่าที่อาจเกิด​ได้​ใน​บางคนค่ะ​ ​แต่ก็มีข้อดีคือ​ช่วย​ระงับอาการปวด​ได้​นานมา​ถึง​หลังผ่าตัด​ด้วย​ค่ะ​"  -- ขอขอบคุณตรงนี้อีกครั้งนะครับผม
 

.

.

.

.

ส่วนข้างล่างนี่เป็นอันตรายจากการฝังเข็มครับ ของมันมีสองด้านครับ เดี๋ยวจะหาว่าเอาแต่ด้านดีมาให้ดู

 

 

สรุปคือถ้าไฟไม่ไหม้ฝังเข็มก็ไม่อันตรายแต่อย่างใด เพราะพี่แกเล่นปักมันทั้งตัวอย่างนี้คนไข้ยังยิ้มได้เลยเห็นไหม คนที่เคยฝังเข็มจะรู้ว่ามันจะเสียว ตึงๆตรงจุดที่ฝังขนาดไหน เรียกได้ว่าไม่กล้าขยับเลย เพราะฉะนั้นพอผมเห็นหน้าคนไข้ตอนเดินกระด๊อกกระแด๊กผมเลยได้อารมณ์เป็นพิเศษ ขำกลิ้งไปเลย อิๆ

.

.

.

เมื่อเช้าตื่นมาไม่รู้อะไรดลใจให้เปิดคอมก่อนออกไปเรียน เปิดมาก็เจอเทศกาลลอยกระทงพอดี โอ้ คุณแชมป์ไอเดียบรรเจิดมาก ขอขอบคุณตรงนี้อีกครั้งนะครับ เพราะตั้งแต่มาเรียนที่จีนเป็นเวลาสี่ปีครึ่งแล้วนั้นไม่เคยได้ลอยกระทงอีกเลย ปีนี้ได้ลอยพร้อมกับเพื่อนๆหลายคนรู้สึกอบอุ่นดีครับ ขออวยพรให้ทุกคนโชคดีด้วยละกันครับ สุขสันต์วันลอยกระทงครับ